‘สมคิด’ ฝาก ‘บิ๊กตู่’ หยุดโฟกัสเลือกตั้ง ใช้เวลาที่เหลือทำเพื่อประเทศ-ประชาชนให้ดีที่สุด

11 ธ.ค. 2565 - 16:08

  • ‘สมคิด’ เตือนนายกฯ หยุด ‘โฟกัสเลือกตั้ง’ ใช้เวลาที่เหลือทำเพื่อประเทศ

  • ชี้ ‘อินโดนีเซีย - เวียดนาม’ เป็นดาวจรัสแสงดวงใหม่ของอาเซียน

  • ห่วงไทยไม่ปฏิรูประบบอำนาจ อาจดับในอาเซียน

Somkid_tells_Prime_Minister_to_stop_focusing_on_elections_SPACEBAR_Thumbnail_dc8c80f6e4.jpeg
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวบางช่วงบางตอนในการปาฐกถา ณ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เรื่อง 'โลกเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน ประเทศไทยจะเปลี่ยนไหม' จากงาน 'วันธรรมศาสตร์ 10 ธันวาคม 2565 งานคืนสู่เหย้า' โดยระบุถึงเศรษฐกิจในปีหน้า ที่มีสัญญาณแนวโน้มการเติบโตแต่ไม่ใช่แบบก้าวกระโดด เป็นการเติบโตอย่างช้าๆ เนื่องจากปัจจัยภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ปัญหาสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน วิกฤตราคาพลังงานแพง สินค้าแพง  
  
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว มีบางประเทศที่ระบบเศรษฐกิจจะสวนทาง คือประเทศอินโดนีเซีย และเวียดนาม เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศ มีการเตรียมตัวที่ดี เช่น อินโดนีเซีย ที่ประสบความสำเร็จในการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น โดยออกกฎหมายแยกความรับผิดชอบ และอำนาจของส่วนกลางและท้องถิ่นออกจากกัน เกิดการแข่งขันการสร้างจีดีพีระหว่างท้องถิ่น ทำให้จีดีพีประเทศอินโดนีเซีย โตอย่างมีเสถียรภาพ เฉลี่ย 7 เปอร์เซ็นต์มาหลายปี ส่งผลให้อินโดนีเซียกลายเป็นดาวจรัสแสงในขณะนี้ ซึ่งเกิดจากวิสัยทัศน์ และการเอาจริงเอาจังของผู้นำประเทศ ขณะที่ประเทศไทยก็เริ่มทำพร้อมๆ กับอินโดนีเซีย แต่หยุดอยู่แค่ในรัฐธรรมนูญไม่ใช่การปฏิบัติ  
  
ส่วนเวียดนาม ถือเป็นประเทศที่น่าจับตา ก่อนหน้านี้ 3 ปี ตนเคยบอกว่าเวียดนามกำลังหายใจรดต้นคอประเทศไทย แต่มาวันนี้ถือว่าแซงหน้าไปแล้ว เพราะมีการเตรียมพร้อมเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล มีการปฏิรูปการศึกษาให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต และได้อานิสงค์จากธุรกิจด้านไอที ที่ย้ายฐานการผลิตจากจีน เข้าสู่เวียดนาม  
  
สมคิด อ้างว่า สิ่งที่ทำให้ทั้ง 2 ประเทศ เป็นดาวจรัสแสงของอาเซียน ก็คือการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของระบบเศรษฐกิจนับร้อยฉบับ และการออกใบอนุญาตให้ง่ายต่อการลงทุนทำธุรกิจ และเอื้อต่อการเจริญเติบโตของประเทศ 
  
พร้อมมองว่า อาเซียนยังเป็นภูมิภาคที่สำคัญ ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างจีนกับอเมริกา โดยจะกลายเป็นโอกาสสูงสุดของอาเซียนในการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้ โอกาสสำคัญอยู่ที่ 2 ประเทศ คืออินโดนีเซีย และเวียดนาม ขณะเดียวกัน ประเทศกัมพูชาก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าจับตากับโอกาสตรงนี้ หากประเทศไทยยังแข่งกับเขาไม่ได้ ก็จะสูญเสียความจรัสแสงในอาเซียน การลงทุนต่างๆ จะน้อยลง อย่างไรก็ตาม มองว่าประเทศไทย ยังมีโอกาส ซึ่งหัวใจสำคัญคือต้องกระจายอำนาจ กระจายความเจริญสู่ท้องถิ่น ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่แค่กระทรวง หรือส่วนกลาง ต้องสร้างผู้นำใหม่ๆ ในท้องถิ่น หากไม่จริงจังกับการปฏิรูปนี้ ก็ยากที่จะเห็นโอกาส และความเปลี่ยนแปลง 
  
“ผมไม่อยากให้เราคิดแต่เรื่องการจะเลือกตั้ง เพราะกว่าจะเลือกตั้งประเทศไทยจะเสียโอกาส และเสียเวลาจนสายเกินไป การเลือกตั้งยังไม่ใช่ประชาธิปไตย เพราะเลือกมาแล้วก็ยังเป็นเหมือนเดิม พรรคร่วมรัฐบาลเหมือนเดิม หรืออาจจะแย่กว่าเดิม รัฐมนตรีเหมือนเดิม หรืออาจจะดีกว่าเดิม ซึ่งวันนี้ ผมอยากให้นายกรัฐมนตรีจริงจัง ใช้เวลาที่มีทำให้ดีที่สุด เพราะประเทศไทยเสียเวลาไปมากแล้ว ให้ลืมเรื่องเลือกตั้งไปก่อน อย่างไรก็ตาม วันนี้ ผมไม่ได้มาว่าใคร ไม่มีประเด็นการเมือง ขอให้กำลังใจทุกพรรคการเมืองให้ทำประชาธิปไตยให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง” สมคิด กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์