สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง กล่าวถึงกรณีรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ระบุถึงการที่นายกรัฐมนตรี ตั้ง ‘วิษณุ เครืองาม’ เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เพราะพรรคเพื่อไทยขาดมือกฎหมายที่เข้าใจการบริหารราชการแผ่นดิน ว่า จริงๆแล้ว รังสิมันต์ เป็นสส.อยู่แล้ว ถ้านายกฯ ทำอะไรไม่ถูกต้อง ก็มีสิทธิ์ตั้งกระทู้ถามในสภาฯ ได้ หรือถ้าไม่ไว้วางใจก็สามารถยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อยู่แล้ว แต่การที่จะมาไล่ยื่นที่ทำเนียบฯ เพื่อให้เป็นข่าว เอาแอคชั่นตัวเองนั้น เป็นการกระทำที่ไม่สมควร เหมือนว่า มาบุกทำเนียบฯ แล้วทวงถาม
“คุณเป็นฝ่ายค้านมีสิทธิ์ถามเต็มที่อยู่แล้ว และรัฐบาลก็พร้อมจะตอบคำถามในสภา อยากให้ต่างคนต่างทำหน้าที่ สังคมการเมืองจะได้น่าอยู่”
— สมคิด กล่าว
สมคิด กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องที่นายกรัฐมนตรี จะตั้ง ‘วิษณุ’ หรือตั้งใคร ก็เป็นอำนาจนายกฯ เพราะคงจะมองว่าใครที่ทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้ เราก็ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ใครจะอยู่ฝ่ายไหนไม่สำคัญ สำคัญว่าเข้ามาช่วยประเทศชาติก็ดีทั้งนั้น อย่าไปตั้งอคติจนเกินไป อย่าไปคิดทางการเมืองมากนัก บ้านเมืองเราจะเดินไม่ได้
“ไม่เกี่ยวว่ารัฐบาล หรือพรรคเพื่อไทยไม่มีความพร้อมด้านมือกฎหมาย แต่เกี่ยวที่ใครมีความสามารถก็เชิญมาช่วยงานกัน เพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ไม่ได้เพื่อใครเลย ฉะนั้นหน้าที่ฝ่ายค้านถ้าไม่วางใจยังไงค่อยว่ากันในสภา นายกฯ พร้อมจะไปตอบ”
— สมคิด กล่าว

ด้านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า แม้การแสดงความเห็นจะเป็นสิทธิ แต่ต้องระมัดระวังเรื่องมารยาท อย่าให้เกินกรอบจนกลายเป็นความพยายามในการด้อยค่ารัฐบาล หวังผลในการทำลายความเชื่อมั่นรัฐบาลเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นการสร้างคะแนนนิยมให้พรรคตัวเอง การที่มีคนมีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมงานกับรัฐบาลถือเป็นเรื่องที่ดี ทำไมไม่มองว่าคนที่เข้ามาทำงานกับรัฐบาลต้องคิดวิเคราะห์แล้วว่าจะสามารถช่วยเหลือประเทศชาติได้ แมวจะสีอะไรไม่สำคัญ ขอให้จับหนูได้ก็พอ ทำไมถึงตัดตอนแค่ว่า วิษณุ เคยทำงานกับรัฐบาลที่แล้ว ทั้งที่ความเป็นจริงวิษณุ เคยทำงานกับรัฐบาลพรรคไทยรักไทยมาก่อน หากมีความพยายามในการจะเสี้ยมว่าหัวหน้ารัฐบาลไม่ไว้วางใจมือกฎหมายของพรรคเพื่อไทยนั้น ไม่เป็นผล เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันทางการเมืองมีบุคคลากรทางการเมืองที่มีความรู้ความสามารถมีประสบการณ์ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยมีความพร้อมในการผลักดันขับเคลื่อนกฎหมาย ทั้งการทำงานในส่วนของพรรค งานฝ่ายนิติบัญญัติในสภาผู้แทนราษฎร และพร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในฝ่ายบริหาร ขอให้ประชาชนเชื่อมั่น ตลอดระยะเวลา 4 ปีรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน จะมุ่งมั่นทำงานโดยไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย งบประมาณปี 67 ออกมาแล้ว งบประมาณปี 68 กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวขึ้นยกแผง เฉพาะยางพาราทุบสถิติ ทำราคาสูงสุดในรอบ 12 ปี ราคายางพุ่งทะลุกิโลกรัมละ 100 บาท ฝ่ายค้านกลับพูดได้เพียงแค่ว่า การที่ราคายางพาราพุ่งสูงเพราะเป็นช่วงยางพาราผลัดใบ เพื่อไม่ให้เครดิตเกิดกับรัฐบาล ทั้งที่ถ้าเป็นไปตามตรรกะนั้น ยางพาราอะไรจะใช้เวลาผลัดใบนานถึง 12 ปี
“การมีคนที่มีความรู้ความสามารถมาร่วมงานกับรัฐบาลมากขึ้นเป็นเรื่องที่น่ายินดี รัฐบาลทำงานผลักดันนโยบายเข้มข้น ประเทศก็เข้มแข็ง เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน อย่าทำตัวเป็นฝ่ายค้านประเภทเพียงแค่วิจารณ์รัฐบาล ก็ถือว่างานสำเร็จแล้ว เพราะเป็นเรื่องเดียวที่ทำได้”
— อนุสรณ์ กล่าว




