สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการแบ่งงานให้กำกับหน่วยงานต่างๆ ดูเหมือนจะได้รับผิดชอบน้อยว่า งานที่ได้รับแบ่งโดยเฉพาะ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นงานครอบคลุมถึง 5 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ถือเป็นงานที่ท้าทาย อาจจะมีสื่อบางท่านที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีความรู้ และไม่เคยเข้าไปในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
“ขอเรียนว่าที่ผ่านมาสื่อมวลชนและประชาชนก็เคยเห็นฝีไม้ลายมือในการทำงาน อย่างเช่น เคยได้รับมอบหมายเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในรัฐบาลที่ผ่านมา สัปดาห์แรกผู้คนก็เหมือนสิ้นหวัง แต่พอผ่านไปงานต่างๆ ก็ออกมา ผู้คนก็ยังพูดไม่รู้จักจบ ว่าผลงานของตัวเองเข้าหูเข้าตาประชาชน ผมก็มีความภาคภูมิใจ ผมเป็นรัฐมนตรีครั้งนี้เป็นครั้งที่ 15 งานที่ได้รับผิดชอบแม้จะไม่ใช่จำนวนมาก แต่ผมจะทำให้ดีที่สุด” สมศักดิ์ กล่าว
สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของงาน ศอ.บต. อยากถามคนที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า ต้องการตัวชี้วัดขนาดไหนว่าจะสอบผ่านหรือไม่ผ่าน ซึ่งส่วนตัวคิดว่า ต้องสอบผ่านอย่างดีมากๆ เพราะงาน ศอ.บต. เป็นงานของชาวบ้านชนบท ที่เราต้องเข้าไปสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้น รวมถึงจะต้องแก้ปัญหาเรื่องความยากจน โดยใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ 4 อำเภอ มีผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานถึง 4 แสนคน เราต้องแก้ปัญหาให้ได้ และที่ผ่านมารัฐบาลก็ทุ่มเทไปอย่างมากมาย ก็จะดูแลไม่ให้เกิดเรื่องทุจริตขึ้น เพราะต้องการทำงานให้เกิดผลประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน รวมถึงจะผลักดันอุตสาหกรรมฮาลาลในพื้นที่ อาจจะต้องปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกัน ก็จะดูแลเรื่องการขนส่ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย และ 5 รัฐของมาเลเซีย เพราะกำกับกระทรวงคมนาคมด้วย รวมถึงพิจารณากฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อคนในพื้นที่ เช่น มีคำสั่ง คสช.ที่ยับยั้งเรื่องอะไรไว้ ต้องมีการเข้าไปดูแลด้วยเพื่อให้การทำงานเกิดความสมดุล เป็นต้น
“ผมไม่ได้ตกใจครับ มันผิดเพียงแค่ผมไม่ได้เกิดที่นั่น อย่างเช่น กระท่อมผิดกฎหมายมา 78 ปี ผมก็แก้ปัญหาให้เขาได้ ผมก็จะลงไปดูเรื่องซอฟต์เพาเวอร์ในเรื่องสัตว์เลี้ยง เรื่องวัวชน ในด้านวัฒนธรรม และผมขอเรียนว่าจะไม่ให้ใครเข้าไปทำร้ายในระบบต่างๆ และงบประมาณของ ศอ.บต. อย่างแน่นอน” สมศักดิ์กล่าว
เมื่อถามว่า ในแง่ของการพัฒนาพื้นที่ สมศักดิ์เป็นคนดูแล แต่หากปัญหาเรื่องไฟใต้เกิดขึ้นใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ สมศักดิ์ กล่าวว่า ก็คงเป็นไปตามกรอบ ย้ำว่า จะฟังประชาชนให้มาก เมื่อฟังมากและทำความเข้าใจกฎระเบียบต่างๆ และขอขอบคุณนายกฯ ที่มอบหมายงานให้ แม้การแบ่งงานจะไขว้ไปไขว้มา เพื่อเป็นการสลับให้คนดู ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งดู มันเป็นเรื่องความโปร่งใสที่นายกฯ อยากให้ดู และถ้าเราเข้าถึงประชาชน ความไม่เข้าใจจะไม่มี และเมื่อมีความเข้าใจทุกฝ่ายจะร่วมกันแก้ปัญหา ก็เต็มใจ
เมื่อถามว่า ตอนนี้ได้พิจารณาคนที่จะเข้ามาเป็นเลขา ศอ.บต. คนใหม่แทน พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร ที่ใกล้จะหมดวาระหรือไม่ สมศักดิ์ กล่าวว่า ยังมีเวลาเพราะเราเพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียงสัปดาห์เดียว เพิ่งทราบว่าใกล้จะเกษียณ ดังนั้นจะต้องดูบุคคลที่มีท่าทางเข้ากับผู้คนได้ดี ไม่ใช่เข้ามาแล้วเป็นนายประชาชน ไม่เอา ส่วนจะต่ออายุราชการได้หรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ เดี๋ยวจะดูอีกที
เมื่อถามว่า นายกฯ จะมีมอบหมายงานหลักๆ ให้สมศักดิ์อีกหรือไม่ สมศักดิ์กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เกี่ยง แค่นี้คิดว่าก็โอเค
เมื่อถามว่า เป็นรัฐมนตรีมา 15 สมัย งานที่ได้รับมอบหมายน้อยไปหรือไม่ สมศักดิ์หัวเราะก่อนตอบว่า ไม่หรอก ทำน้อยก็ทำให้เป็นเกรดเอบวก
“ขอเรียนว่าที่ผ่านมาสื่อมวลชนและประชาชนก็เคยเห็นฝีไม้ลายมือในการทำงาน อย่างเช่น เคยได้รับมอบหมายเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในรัฐบาลที่ผ่านมา สัปดาห์แรกผู้คนก็เหมือนสิ้นหวัง แต่พอผ่านไปงานต่างๆ ก็ออกมา ผู้คนก็ยังพูดไม่รู้จักจบ ว่าผลงานของตัวเองเข้าหูเข้าตาประชาชน ผมก็มีความภาคภูมิใจ ผมเป็นรัฐมนตรีครั้งนี้เป็นครั้งที่ 15 งานที่ได้รับผิดชอบแม้จะไม่ใช่จำนวนมาก แต่ผมจะทำให้ดีที่สุด” สมศักดิ์ กล่าว
สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของงาน ศอ.บต. อยากถามคนที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า ต้องการตัวชี้วัดขนาดไหนว่าจะสอบผ่านหรือไม่ผ่าน ซึ่งส่วนตัวคิดว่า ต้องสอบผ่านอย่างดีมากๆ เพราะงาน ศอ.บต. เป็นงานของชาวบ้านชนบท ที่เราต้องเข้าไปสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้น รวมถึงจะต้องแก้ปัญหาเรื่องความยากจน โดยใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ 4 อำเภอ มีผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานถึง 4 แสนคน เราต้องแก้ปัญหาให้ได้ และที่ผ่านมารัฐบาลก็ทุ่มเทไปอย่างมากมาย ก็จะดูแลไม่ให้เกิดเรื่องทุจริตขึ้น เพราะต้องการทำงานให้เกิดผลประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน รวมถึงจะผลักดันอุตสาหกรรมฮาลาลในพื้นที่ อาจจะต้องปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกัน ก็จะดูแลเรื่องการขนส่ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย และ 5 รัฐของมาเลเซีย เพราะกำกับกระทรวงคมนาคมด้วย รวมถึงพิจารณากฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อคนในพื้นที่ เช่น มีคำสั่ง คสช.ที่ยับยั้งเรื่องอะไรไว้ ต้องมีการเข้าไปดูแลด้วยเพื่อให้การทำงานเกิดความสมดุล เป็นต้น
“ผมไม่ได้ตกใจครับ มันผิดเพียงแค่ผมไม่ได้เกิดที่นั่น อย่างเช่น กระท่อมผิดกฎหมายมา 78 ปี ผมก็แก้ปัญหาให้เขาได้ ผมก็จะลงไปดูเรื่องซอฟต์เพาเวอร์ในเรื่องสัตว์เลี้ยง เรื่องวัวชน ในด้านวัฒนธรรม และผมขอเรียนว่าจะไม่ให้ใครเข้าไปทำร้ายในระบบต่างๆ และงบประมาณของ ศอ.บต. อย่างแน่นอน” สมศักดิ์กล่าว
เมื่อถามว่า ในแง่ของการพัฒนาพื้นที่ สมศักดิ์เป็นคนดูแล แต่หากปัญหาเรื่องไฟใต้เกิดขึ้นใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ สมศักดิ์ กล่าวว่า ก็คงเป็นไปตามกรอบ ย้ำว่า จะฟังประชาชนให้มาก เมื่อฟังมากและทำความเข้าใจกฎระเบียบต่างๆ และขอขอบคุณนายกฯ ที่มอบหมายงานให้ แม้การแบ่งงานจะไขว้ไปไขว้มา เพื่อเป็นการสลับให้คนดู ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งดู มันเป็นเรื่องความโปร่งใสที่นายกฯ อยากให้ดู และถ้าเราเข้าถึงประชาชน ความไม่เข้าใจจะไม่มี และเมื่อมีความเข้าใจทุกฝ่ายจะร่วมกันแก้ปัญหา ก็เต็มใจ
เมื่อถามว่า ตอนนี้ได้พิจารณาคนที่จะเข้ามาเป็นเลขา ศอ.บต. คนใหม่แทน พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร ที่ใกล้จะหมดวาระหรือไม่ สมศักดิ์ กล่าวว่า ยังมีเวลาเพราะเราเพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียงสัปดาห์เดียว เพิ่งทราบว่าใกล้จะเกษียณ ดังนั้นจะต้องดูบุคคลที่มีท่าทางเข้ากับผู้คนได้ดี ไม่ใช่เข้ามาแล้วเป็นนายประชาชน ไม่เอา ส่วนจะต่ออายุราชการได้หรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ เดี๋ยวจะดูอีกที
เมื่อถามว่า นายกฯ จะมีมอบหมายงานหลักๆ ให้สมศักดิ์อีกหรือไม่ สมศักดิ์กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เกี่ยง แค่นี้คิดว่าก็โอเค
เมื่อถามว่า เป็นรัฐมนตรีมา 15 สมัย งานที่ได้รับมอบหมายน้อยไปหรือไม่ สมศักดิ์หัวเราะก่อนตอบว่า ไม่หรอก ทำน้อยก็ทำให้เป็นเกรดเอบวก




