ถือเป็นหนึ่งในสามรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ที่แจ้งลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อ มาวันนี้ สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี จึงถือโอกาสชี้แจงเรื่องนี้กับสื่อมวลชน ซึ่งยืนยันไม่เกี่ยวกับประเด็น ‘บรรทัดฐาน’ ให้รัฐมนตรีคนอื่นของพรรคเพื่อไทย ต้องลาออกตาม
ในอดีตเคยมีรัฐมนตรีลาออกจาก สส. ผมเองก็เคย เพราะมีงานมากขึ้น ไม่สามารถรับงานได้ทั้งหมด ทั้งงานสภาผู้แทนราษฎรและรัฐมนตรีไปด้วย เพราะจะทำให้เสียหายต่อสวนรวม ตอบกระทู้ ญัตติต่างๆ ไม่ทัน ซึ่งผมเองได้คิดมาตลอด เราต้องเสียสละตรงนี้ออกไป เพื่อให้บัญชีรายชื่อคนอื่นขยับขึ้นมาแทน ทั้งนายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ นางสาวละออง ติยะไพรัช และนายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ซึ่งจะสามารถช่วยงานสภาฯ ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นคนที่มีประสบการณ์ความรู้ รวมทั้งมีองค์ประกอบครบถ้วน ก็จะทำให้งานสภาฯ มีความสมบูรณ์
สมศักดิ์ ยังระบุว่า ส่วนของตนเองในฐานะรองนายกฯ ขณะนี้ต้องดูแลส่วนงานของกระทรวงสาธารณสุข มีคณะกรรมการทั้งหมดกว่า 39 คณะ ต้องใช้เวลาในการประชุม 1.30 ชั่วโมง - 2 ชั่วโมง จึงเกรงว่าจะผิดพลาด เพราะจะต้องมีการติดตามการประชุมด้วย นอกจากการประชุมแล้ว อย่างงานในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ กองทุนหมู่บ้าน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ตนเองต้องมีการลงพื้นที่ หากมีสถานการณ์น้ำท่วม ฝนตก จะต้องมีแผนและประเมินความเสียหาย จึงคิดว่าต้องทำงานให้ดีในส่วนนี้้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่กลัวใช่หรือไม่ที่จะ ‘ขาลอย’ และมีใครการันตีหรือไม่ว่าจะได้เป็นรัฐมนตรี 4 ปี สมศักดิ์ ก็หัวเราะก่อนกล่าวว่า เป็นคำถามที่ดี ทั้งนี้ ไม่มีใครการันตีให้ แต่กลัวว่างานจะเสีย ถ้าหากทำสองอย่าง ไม่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ส่วนการตัดสินใจของตนเอง เพื่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งคนที่จะเข้ามาทำหน้าที่ สส.ลำดับถัดไป เป็นคนรุ่นใหม่ และดูจากโครงสร้างของพรรค ค่อนข้างพัฒนาไปโดยคนหนุ่มสาว ส่วนจะเป็นการสร้างแรงกดดันให้รัฐมนตรีคนอื่นที่ยังไม่ลาออกจาก สส.หรือไม่ทั้ง สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม, สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และ เกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย เจ้าตัวก็ย้ำว่า “ไม่เกี่ยวกันเลย”
ส่วนการลาออกจากการเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ จะเป็นการการันตีว่าจะได้นั่งในเก้าอี้รัฐมนตรีไปยาวๆ หรือไม่นั้น สมศักดิ์ กล่าวว่า “มองได้ 2 อย่าง บางคนก็บอกว่าขาลอย บางคนก็บอกว่าจะได้นั่งเก้าอี้นานๆ ก็เลือกเอาแล้วกัน แล้วแต่คนจะมอง ตนมองแทนไม่ได้” เมื่อถามต่อไปว่า แล้วเลือกแบบใด สมศักดิ์ จึงระบุว่า “ก็เลือกไม่ได้ไง แต่ผมตัดสินใจแบบนี้เอง และคิดว่าดีที่สุดสำหรับส่วนรวมเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด” พร้อมปฏิเสธ ไม่ทราบว่าเรื่องนี้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนตัวคิดว่าเรื่องแบบนี้ ควรจะกำหนดเป็นแนวทางของพรรคเลยหรือไม่ สมศักดิ์ กล่าวว่า “ไม่ แต่จากที่ได้พูดคุย คือไม่อยากให้งานเสีย อีกทั้งตนเองต้องรับผิดชอบงานด้านสาธารณสุข ทำให้รับผิดชอบงานคณะกรรมการเพิ่มอีกถึง 12 คณะ”




