รัฐสภา (31 สิงหาคม 2566) สมศักดิ์ เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย (พท.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (รมว.ยุติธรรม) กล่าวถึงกรณีที่ถูกร้องเรียนถึงคุณสมบัติบุคคลที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) ว่า จากที่ดูข้อร้องเรียนเป็นเรื่องของข้อกฎหมายและระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่เรื่องการทุจริต
ประเด็นแรกเป็นเรื่องของการลดโทษผู้ต้องขังจากคดีโครงการรับจำนำข้าว และเหตุการณ์นักโทษแหกคุกและทำลายทรัพย์สินของทางราชการ จ.บุรีรัมย์ รวมถึงเหตุการณ์ต่อเนื่องที่ จ.กระบี่ในช่วงโควิด 19 ระบาด จะเห็นได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรง ดังนั้นการจะขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งเป็นพระราชอำนาจ ไม่ใช่อำนาจของ รมว.ยุติธรรม
ทั้งนี้ ตนเป็นเพียงผู้ผ่านหนังสือ และยังต้องผ่านคณะกรรมการตรวจสอบทางกฎหมายที่ตั้งโดยนายกรัฐมนตรี จึงไม่พบความผิดอะไรทั้งสิ้นในการใช้กฎหมายทำหน้าที่รัฐมนตรีของตน รวมถึงผู้เกี่ยวข้องกับกรมราชทัณฑ์ ที่ผ่านมาก็ได้มีการปรับมาตรฐานการเสนอขอพระราชทานอภัยโทษด้วย และเรื่องก็ได้จบสิ้นไปแล้ว แต่ภายหลังก็มีการร้องเรียนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยผู้ร้องคือนายวัชระ เพชรทอง กระทั่งได้ถอนฟ้องไปแล้วเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 และไม่เคยถูก ป.ป.ช.เรียกไปชี้แจงใดๆ
สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ถูกร้องในเรื่องการจัดซื้อและเบิกจ่ายงบประมาณ เรื่องนี้ได้สั่งการอธิบดีกรมคุมประพฤติให้ไปตรวจสอบแล้ว และไม่พบข้อปัญหาหรือผิดปกติแต่อย่างใด และเรื่องนี้ก็จะได้ทำหนังสือชี้แจงต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรีในช่วงบ่ายวันนี้ (31 สิงหาคม 2566)
“ในสมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็พยายามผลักดันร่างกฎหมายเกี่ยวกับร้องเรียน เพราะที่ผ่านมาร้องเรียนเป็นเรื่องที่ง่ายมาก แต่สร้างความเสียไปก็เยอะ เราจะต้องมีกลไกลในการกำหนดกฎเกณฑ์การร้องเรียน ซึ่งก็ได้ผลักดันไปในชั้นคณะรัฐมนตรี(ครม.) จึงอยากให้มีการนำหลักการเรื่องนี้มาสานต่อ” สมศักดิ์ กล่าว
ประเด็นแรกเป็นเรื่องของการลดโทษผู้ต้องขังจากคดีโครงการรับจำนำข้าว และเหตุการณ์นักโทษแหกคุกและทำลายทรัพย์สินของทางราชการ จ.บุรีรัมย์ รวมถึงเหตุการณ์ต่อเนื่องที่ จ.กระบี่ในช่วงโควิด 19 ระบาด จะเห็นได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรง ดังนั้นการจะขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งเป็นพระราชอำนาจ ไม่ใช่อำนาจของ รมว.ยุติธรรม
ทั้งนี้ ตนเป็นเพียงผู้ผ่านหนังสือ และยังต้องผ่านคณะกรรมการตรวจสอบทางกฎหมายที่ตั้งโดยนายกรัฐมนตรี จึงไม่พบความผิดอะไรทั้งสิ้นในการใช้กฎหมายทำหน้าที่รัฐมนตรีของตน รวมถึงผู้เกี่ยวข้องกับกรมราชทัณฑ์ ที่ผ่านมาก็ได้มีการปรับมาตรฐานการเสนอขอพระราชทานอภัยโทษด้วย และเรื่องก็ได้จบสิ้นไปแล้ว แต่ภายหลังก็มีการร้องเรียนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยผู้ร้องคือนายวัชระ เพชรทอง กระทั่งได้ถอนฟ้องไปแล้วเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 และไม่เคยถูก ป.ป.ช.เรียกไปชี้แจงใดๆ
สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ถูกร้องในเรื่องการจัดซื้อและเบิกจ่ายงบประมาณ เรื่องนี้ได้สั่งการอธิบดีกรมคุมประพฤติให้ไปตรวจสอบแล้ว และไม่พบข้อปัญหาหรือผิดปกติแต่อย่างใด และเรื่องนี้ก็จะได้ทำหนังสือชี้แจงต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรีในช่วงบ่ายวันนี้ (31 สิงหาคม 2566)
“ในสมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็พยายามผลักดันร่างกฎหมายเกี่ยวกับร้องเรียน เพราะที่ผ่านมาร้องเรียนเป็นเรื่องที่ง่ายมาก แต่สร้างความเสียไปก็เยอะ เราจะต้องมีกลไกลในการกำหนดกฎเกณฑ์การร้องเรียน ซึ่งก็ได้ผลักดันไปในชั้นคณะรัฐมนตรี(ครม.) จึงอยากให้มีการนำหลักการเรื่องนี้มาสานต่อ” สมศักดิ์ กล่าว



