‘สมศักดิ์ เทพสุทิน’ รมว. สาธารณสุข กล่าวถึงการเสนอสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นขึ้นมาใหม่หลังมีปัญหาน้ำท่วมหนักว่า พอพูดถึงเรื่องเขื่อนใหญ่ลุ่มน้ำยม เราไม่ควรจะมาวิพากษ์วิจารณ์ หน่วยงานของภาครัฐ แต่ควรหาผู้รู้มาตัดสิน ได้บอกให้ สทนช.หาหน่วยงานกลาง เช่น ธนาคารโลก เพื่อวิเคาระห์ ต้องดูว่าต้นน้ำมีความเสียหาย เรื่องที่อยู่ที่กิน เช่น ในพื้นที่ สะเอียบ จังหวัดแพร่ ก็จะมีความรุนแรง เพราะเขารักถิ่นฐาน และมีความรู้สึกว่าได้รับผลกระทบเสียหาย แต่ระหว่างลำน้ำยม คนที่เสียหายที่สุด คือภาครัฐ เพราะต้องออกมาชดเชย รวมถึงประชาชนที่เห็นใจคนถูกน้ำท่วมก็เข้าไปช่วยเหลือ ในเรื่องของอาหาร โดยเฉพาะจังหวัดสุโขทัย ได้รับการดูแลจากภาคประชาชนและจากภาครัฐเป็นจำนวนมาก จึงต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เข้าไปช่วยเหลือ
สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า กลุ่มที่ต่อต้านการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น มาเผาหุ่น ทุกครั้งที่มีกระแส มันใจแคบเกินไป ถ้าใจแคบแบบนี้ ก็แก้ปัญหาไม่ได้ ควรให้เอาหน่วยงานกลางมาช่วยดู การที่ใครพูดอะไรไม่ได้เลย คนจังหวัดแพร่ คนจังหวัดสุโขทัย เขาได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อยู่สุโขทัยถูกล้อเลียนมาตลอด เรื่องเขื่อนเรียงหิน ครั้งนี้ก็ขอเหอะเขื่อนเรียงหิน ความยาว 9 พันเมตรในพื้นที่ 3 อำเภอ ที่ถูกกัดเซาะ ก็ต้องสร้างเขื่อนเรียงหินเพื่อกำแพ
"ทุกครั้งที่จะมีการพูดถึงเรื่องเขื่อนแก่งเสือเต้น ก็จะมีการเผาหุ่น ไม่รู้ว่าเผาจนผมไหม้กี่ครั้ง ใจแคบจริงๆ พูดคุยกันบ้างสิ"
สมศักด์ กล่าวด้วยว่า ถ้าเขื่อนแก่งเสือเต้นผลิตไฟฟ้าได้ ซึ่งตามหลักการ เขื่อนแก่งเสือเต้นมีความเหมาะสมในการผลิตไฟฟ้าเพราะมีความสูงถึง 60 กว่าเมตร ซึ่งเมื่อน้ำตกลงมา จะมีแรง ที่จะสามารถผลิตกระไฟฟ้าได้มาก เมื่อนำไปขาย ก็สามารถแบ่งเงินให้คนในพื้นที่ได้ โดยให้คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็อาจจะเป็นแนวคิดใหม่ แม้จะได้รับความเสียหายแต่ก็จะได้รับการชดเชยจากรายได้ตลอดชีวิต ดังนั้น ควรหันหน้ามาคุยกัน แต่เรื่องนี้จะไม่ได้คุยเอง เพราะไม่ได้มีหน้าที่โดยตรง แต่พูดในฐานะคนที่ได้รับผลกระทบ เพราะคนสุโขทัยที่ตนรู้จัก ในอำเภอศรีสำโรงและอำเภอเมือง ย้ายไปอยู่ที่อื่นกันหมดแล้ว เพราะ ‘สู้น้ำไม่ไหว’ เหลือแต่ตน ที่ยังอยู่ เพราะเป็นนักการเมืองที่เกิดที่นั่น ย้ายไปไหนไม่ได้ คนอื่นย้ายไปเจริญเติบโต คนที่ได้เรียนหนังสือ มีหลักมีฐานแล้ว ก็ไม่มีใครอยู่จังหวัดสุโขทัย เพราะหนีน้ำท่วมสู้ไม่ไหว
ขณะที่ 'ภูมิธรรม เวชยชัย' รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ปฎิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงมาตรการเยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัยว่า เช้านี้การประชุมครม.ตนจะมีข้อสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงาน รวมทั้งผู้ได้รับความเดือดร้อนเร่งสำรวจความเสียหาย ซึ่งขณะนี้น้ำทางเหนือลงมาเกือบหมดแล้ว สามารถสำรวจได้ ทั้งหน่วยงานราชการ สถานที่ราชการ และบ้านเรือนประชาชน ความเดือดร้อนต่างๆเรื่องการฟื้นฟูก็จะสั่งการในที่ประชุมครม. ซึ่งจะเร่งดำเนินการโดยเร็ว ส่วนไหนที่ทำได้ก่อนสามารถยื่นได้เลยตนจะเซ็นงบกลางลงไป เพื่อเป็นงบฯ ฉุกเฉินให้สามารถดำเนินการได้
เมื่อถามว่า จะมีมาตรการช่วยประชาชนเรื่องของค่าน้ำค่าไฟด้วยใช่หรือไม่ ภูมิธรรมกล่าวว่า เดี๋ยวรอไปดูรายละเอียดอีกครั้ง แต่เราใส่ใจเรื่องนี้ และได้สั่งการแล้ว และหน่วยราชการก็พร้อมอยู่แล้วใครยื่นมาก่อนก็จัดการได้ก่อน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการหยิบยกเรื่องการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นขึ้นมาในขณะนี้ ภูมิธรรม กล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาลเห็นว่ามันถึงเวลาที่เราควรจะหยิบยกมาพูดคุยกัน เพราะคนที่เดือดร้อนเขาก็ต้องการ แต่เรื่องนี้มีความเห็นที่แตกต่างกันเราก็ต้องยอมรับ ถึงได้บอกว่ามันถึงเวลาที่จะต้องมาพูดคุยกัน ซึ่งผลการพูดคุยเป็นอย่างไรก็ค่อยว่ากัน
เมื่อถามว่าจะมีการหยิบเรื่องนี้มาพูดคุยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า ครม.คงไม่คุย แต่จะคุยกับคนที่เกี่ยวข้องก่อน




