สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุถึงกรณีอัยการนำตัว ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฟ้องศาลอาญาในคดีมาตรา 112 จะกระทบเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่นั้น เมื่อฟังจากข่าวทักษิณก็ไม่วิตกกังวลอะไร
วันนี้ บ้านเมืองเข้าสู่โหมดปรองดอง ซึ่งหลายอย่างก็คลี่คลาย และคดีที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้มาจากรัฐบาลปกติ ซึ่งผมก็เชื่อในสิ่งที่เห็น อีกทั้งนายทักษิณ ไม่ได้อยู่ในรัฐบาล คงไม่กระทบอะไรทางการเมือง
สำหรับประเด็นที่ว่า การเมืองวันนี้จะมีการเปลี่ยนโฉมใช่หรือไม่นั้น สมศักดิ์ มองว่า เรื่องการเมืองไม่น่าจะมีอะไรกระทบ วันนี้รัฐบาลมี 314 เสียง ซึ่ง สส.เป็นส่วนสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล จึงไม่มีเหตุที่จะวิเคราะห์เป็นอย่างอื่น ส่วนคดี เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณานั้น เข้าใจว่า วันนี้เป็นการยื่นเอกสารชี้แจง จึงไม่มีผลอะไรในวันนี้ ส่วนระยะยาวว่ากันอีกที
ที่เห็นผ่านมา การเมืองทุกรัฐบาลมีข่าวลักษณะนี้ตลอด มีการนำเสนอแบบตื่นเต้นติดตามดูก็สนุกดี คนดูใหม่ ๆ ก็อาจบอกว่าเครียด แต่ต่อไปก็จะชินไปเอง
ส่วนหากสุดท้าย พรรคก้าวไกลถูกยุบ จะส่งผลต่อการเมืองในระยะสั้น และระยะยาวหรือไม่นั้น สมศักดิ์ มองว่า ในส่วนของรัฐบาลไม่มีผลกระทบอะไร ส่วนระยะยาวก็ไม่มีอะไร เพราะเป็นเรื่องคดีความที่มีอยู่ ซึ่งเขาต้องแก้ เมื่อถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะทำให้เหมือนว่าพรรคก้าวไกลถูกรังแก และทำให้กลับมาชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่นั้น สมศักดิ์ มองว่า มีประวัติศาสตร์ให้เห็นหลายครั้ง อีกทั้งเคยได้รับผลกระทบจากการถูกยุบพรรค และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง
ผมเห็นและเคยชินกับสิ่งต่าง ๆ อย่าไปตื่นเต้นอะไร
เมื่อถามว่า รัฐบาลไม่กระทบแต่ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจมีปัญหาหลังหุ้นตกกว่า 1,300 จุด สมศักดิ์ กล่าวว่า “คงตกกันทั่วโลก”
ประกาศกฎกระทรวง สธ. ‘ครอบครองยาบ้า 1 เม็ด ถือเป็นผู้เสพ’ มีผลบังคับใชัแล้ว แต่ต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์
รมว.สาธารณสุข ยังกล่าวถึงการบังคับใช้ร่างกฎกระทรวงสาธารณสุข ‘ลดจำนวนผู้ถือครองยาบ้าจาก 5 เม็ดเป็น 1 เม็ด ถือเป็นผู้เสพ’ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แล้ววานนี้ (17 มิ.ย.) ถือว่ามีผลบังคับใช้แล้ว
ในส่วนของผู้ที่ครอบครองยาบ้า 1 เม็ด มีสิทธิขอบำบัด แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นผู้ติดยาเสพติด และถ้ามีผู้เสพ ต้องรู้ว่ายานั้นมาจากไหน เป็น ‘1 ผู้เสพ 1 ผู้ขาย’ กระบวนการนี้ หากตำรวจทำครบวงจร เชื่อว่ายาบ้าจะลดลง เพราะหากไม่มีผู้ขาย ผู้เสพก็จะลดลง ซึ่งปัจจุบันมีผู้เสพประมาณ 1.1 แสนคน
หากไม่มีกระบวนการยึดทรัพย์ แก้อย่างไรปัญหาก็ไม่หาย ย้ำว่า คนชี้เบาะแสจะได้ส่วนแบ่งจากการยึดทรัพย์ 5% คนที่ทำคดีแต่ต้นจนถึงส่งฟ้องได้ 25% ซึ่งกฎหมายใหม่ คาดว่า 2 ปี ก็น่าจะยึดทรัพย์ได้ทั้งหมด ไม่ล่าช้าเหมือนในอดีต
รับฟังความเห็น ‘กัญชา’ กลับไปเป็น ‘ยาเสพติด’ โค้งสุดท้ายคะแนนสูสี
สำหรับความคืบหน้าเรื่องการรับฟังความคิดเห็นการนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด ที่เปิดรับฟังความคิดเห็นมาตั้งแต่วันที่ 11-25 มิ.ย.นั้น สมศักดิ์ ระบุว่า ช่วงแรกคนไม่เห็นด้วยกับผมเยอะ แต่ตอนท้ายใกล้เคียงแล้ว เมื่อถามว่า หากผลสรุปออกมา จะใช้เป็นข้อสรุปเลย หรือว่าจะใช้ข้อมูลทางวิชาการอื่น ๆ เข้ามาประกอบด้วย สมศักดิ์ กล่าวว่า คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดจะประชุมอีกครั้งให้ตกผลึกว่า สุดท้ายจะเป็นอย่างไร ซึ่งยังสามารถปรับปรุงได้




