สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผย (4 ตุลาคม 2566) ว่า ได้รับรายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ จากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) โดยมีเรื่องที่ตนยังเป็นห่วง จึงอยากช่วยประชาสัมพันธ์ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ เพราะเรื่องนี้ทางรัฐบาล โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญและเป็นห่วงพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก จึงได้กำชับทุกหน่วยงานในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา ให้บูรณาการทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด
รองนายกฯ สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์ภาพรวมที่เป็นห่วง คือในระหว่างนี้ จนถึงวันที่ 7 ตุลาคม จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังน้ำหลากดินถล่ม เนื่องจากได้รับอิทธิพลของร่องมรสุมทำให้มีฝนตกหนัก ได้แก่ จ.เชียงใหม่ (อ.จอมทอง แม่แจ่ม อมก๋อย แม่วาง แม่แตง ฝาง ตอยเด่ ฮอด ดอยสะก็ด และกัลยาณิวัฒนา) จ.ตาก (อ.เมืองตาก ท่าสองยาง สามเงา บ้านตาก แม่ระมาด วังเจ้า อุ้มผาง แม่สอต และพบพระ) จ.กำแพงเพชร (อ.โกสัมพีนคร คลองสานและปางศิลาทอง) จ.ลำพูน (อ.ลี้ และทุ่งหัวช้าง) จ.แพร่ (อ.วังชิ้น และลอง) และ จ.ลำปาง (อ.เถิน แม่ทะ เริมงาม และเกาะคา)
ส่วนจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ คือ
1.แม่น้ำวัง ได้แก่ อ.สามงา และบ้านตาก จ.ตาก
2.แม่น้ำยม ได้แก่ อ.สวรรคโลก ศรีนคร ศรีสำโรง ศรีสัชนาลัย ทุ่งเสลี่ยม และเมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย
3.แม่น้ำเจ้าพระยา คาดการณ์จะมีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น
ส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำคลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และ ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1.00 -1.50 ม.
นอกจากนี้ ในส่วนของภาค อื่นๆ ที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินถล่ม ในช่วง 1-3 วันนี้ ยังมีที่ จ.ศรีสะเกษ สระแก้ว ระยอง จันทบุรี ตราด และนราธิวาส
รองนายกฯ สมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับความเสียหายในพื้นที่เกษตรกรรม ขณะนี้เสียหายแล้ว รวม 314.829 ไร่ ในพื้นที่ 18 จังหวัด ได้แก่ จ.ลำพูน สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร ขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครพนม สกลนคร ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี สุพรรณบุรี และอ่างทอง
“ซึ่งเรื่องนี้ รัฐบาลกำลังพิจารณาถึงมาตรการช่วยเหลือ โดยขอให้มั่นใจและย้ำอีกครั้งว่า รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง”




