ระวังเจอฟ้อง! เตือน ‘กมธ.ตำรวจ’ หลังประกาศบุกเยี่ยม ‘ทักษิณ’ ชั้น 14 รพ.ตำรวจ

22 ธ.ค. 2566 - 14:33

  • ‘สมศักดิ์’ เตือน ‘กมธ.ตำรวจ’ ระวังถูกฟ้อง! หลังประกาศบุกเยี่ยม ‘ทักษิณ’ ชั้น 14 รพ.ตำรวจ

  • ชี้เป็นสิทธิ์ผู้ต้องขัง-ผู้ป่วย แจงออกระเบียบราชทัณฑ์ หวังสังคายนา ‘กฎหมาย’ พัฒนาสู่สากล ไม่ได้เอื้อใคร

2023_SPB_ALL_Template_V8_1_SPACEBAR_Hero_0ddcdb3b9d.jpg

กรณีกรมราชทัณฑ์ออกระเบียบต่างๆ ซึ่งถูกเชื่อมโยงว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ ‘นช.ทักษิณ ชินวัตร’ กำลังถูกสังคมตั้งคำถามอย่างหนักหน่วง เรื่องนี้ สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวเป็นพัฒนาการ เมื่อมีกฎหมายออกมา ก็ต้องดำเนินการไปตามแนวทางของกฎหมาย

มีหลายกระทรวงที่สร้างกฎหมายออกมา แต่ไม่ได้เดินต่อ และไม่ได้นำมาใช้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ จึงทำให้เสียโอกาส ทำได้หน่วยงานนั้นๆ แค่นั่งรอเซ็นหนังสือไปวันๆ ซึ่งมันไม่ใช่การพัฒนาประเทศ แต่การพัฒนาจะต้องคิดใช้ประโยชน์จากกฎหมายเพื่อสังคมและประเทศชาติ นั่นคือการเมืองที่ดี

สำหรับประเด็นที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าจะต้องการพัฒนา เหตุใดจึงต้องไปโยงกับเรื่องของ ‘ทักษิณ’ ทางสมศักดิ์ ชี้แจงว่า จังหวะมันไปลงกันพอดี และโดยปกติสังคมข้าราชการไทยจะอยู่แบบสบายๆ ไม่ค่อยคิดอยากจะทำอะไรที่เป็นเรื่องใหม่ เพราะเรื่องใหม่ก็เป็นเรื่องน่าหวาดเสียวสำหรับองค์กรที่เข้ามาตรวจสอบ เพราะองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบบางรายไม่ได้อยู่ในมาตรฐาน ขณะที่คนส่วนใหญ่อยู่ในมาตรฐาน ก็จะทำให้ผู้ที่ถูกตรวจสอบนั้นเสียสติ เพราะเกิดความไม่ชัดเจนในตัวกฎหมายหรือหลักวิชาการ บางครั้งก็มีเด็กฝากที่ไม่ค่อยเก่ง ทำงานไม่คล่อง ก็ไม่เกิดการพัฒนา

เมื่อถามว่ารายชื่อผู้ที่เข้าตามหลักเกณฑ์ของระเบียบราชการฉบับใหม่ น่าจะได้เห็นออกมาก่อนปีใหม่หรือไม่ สมศักดิ์ บอกว่า ดูจากแนวทางดำเนินการ ถ้ามีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารออกไป ก็จะกระทบกับคนที่ทำงาน เพราะคิดว่าทำให้เกิดปัญหามาก จึงไม่ทำดีกว่า และอาจทำให้ผู้ที่จะได้เข้าหลักเกณฑ์เสียโอกาสไปด้วย ตามเรื่องนี้ไม่ได้ไม่ได้เป็นการบังคับให้ทำแต่เป็นพัฒนาการของกฎหมาย เพราะพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ออกมาตั้งแต่ปี 2560 ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ก็เป็นเวลา 5 ปี โดยในมาตรา 43 ของพระราชบัญญัติดังกล่าว ระบุว่า เมื่อครบเวลา 5 ปี จะต้องสังคายนากฎหมายดังกล่าว ว่ามีอะไรที่สมดุลหรือไม่สมดุล และต้องมีการปรับแก้ไข

แต่ตอนนี้เกิน 5 ปีไปแล้ว ถ้าไม่คิดพัฒนา ก็นอนอยู่เฉยๆ คอยเซ็นหนังสือไปวันๆ ถามว่าประเทศจะไหวหรือไม่กับการไม่คิดจะทำอะไร ถ้าทุกคนคิดอย่างนี้หมด ก็จะกลายเป็นประเทศที่คอยใช้แต่เงินงบประมาณที่มีจำนวนน้อย ดังนั้นเราต้องแก้กฎระเบียบข้อบังคับที่จะพัฒนาสู่สากลในทุกด้าน จะทำให้มีช่องทางหาเงินเข้าประเทศได้ ผมอยู่การเมืองมานานกว่า 40 ปี สามารถพูดได้เพราะเห็นชัด

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะชี้แจงต่อข้อกังขาของประชาชนที่ยังสงสัยได้หรือไม่ สมศักดิ์ บอกว่า ชี้แจงได้ และตนเองที่ไม่ได้เกี่ยวแต่เข้าใจเรื่องนี้ก็ชี้แจงได้ และออกมาพูดในขณะที่ไม่มีใครพูด เพราะถ้าไม่พูด ก็จะเกิดความเข้าใจผิด และมองเห็นถึงความตั้งใจดีของราชการ แต่ถ้าภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง ก็จะไม่กล้าเดินต่อ ขณะเดียวกัน ถ้าไม่เดินต่อ ความเสียหายก็จะเกิดขึ้นกับคนอื่นที่ควรจะได้รับประโยชน์จากตรงนี้ ส่วนเมื่อถามว่า หากเป็นอย่างนี้ ทักษิณจะอยู่นอกเรือนจำไปจนกว่าจะได้รับพระราชทานอภัยโทษหรือไม่นั้น สมศักดิ์ บอกว่า ไม่ใช่อย่างนั้น และอย่าไปถามออกนอกกรอบ เพราะการจะอยู่นอกหรือในเรือนจำ เป็นการตรวจสอบของแพทย์ และเป็นเอกสิทธิ์ส่วนตัวของผู้ต้องขัง

หากเขาไม่ต้องการให้ใครมาเยี่ยม บุคคลนั้นก็มาเยี่ยมไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ใช้กับผู้ต้องขังทุกคนที่อยู่ในเรือนจำ และต้องขึ้นบัญชีผู้ที่จะเข้าไปเยี่ยมได้ ไม่ใช่อยากจะเข้าไปเยี่ยมหรือเข้าไปตรวจสอบ มันก็ทำไม่ได้ นอกจากนี้ การที่บอกว่าใจไม่กว้าง ปกปิดไม่ให้มีการเข้าเยี่ยม ผมต้องขอย้ำว่า มันมีกฎกติกาในการเยี่ยม ถ้าเจ้าตัวไม่อนุญาต ก็จะมีเพียงทนายความหรือญาติที่สนิทเท่านั้น

สำหรับกรณีที่คณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าจะขอเข้าไปเยี่ยมทักษิณ ที่ชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจ สมศักดิ์ บอกว่า

ถ้าไม่อนุญาต ก็ทำไม่ได้ เพราะเป็นเอกสิทธิ์ของผู้ป่วย และจะไปถามว่าเป็นโรคอะไร ก็ไม่เปิดเผย แต่ถ้าเปิดเผย ก็ถูกฟ้อง ระเบียบเป็นอย่างนี้กับทุกคนไม่ใช่รายใดรายหนึ่ง

267809_a6a70f94fd.jpg

‘ทวี’ ย่องขึ้นทำเนียบฯ พบ ‘เศรษฐา’ คาดรายงานเรื่อง ‘ทักษิณ’

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วง 15.30 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เข้าพบ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 16.35 น. โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

ขณะที่คาดว่า มารายงานกรณี ‘นช.ทักษิณ’ ครบกำหนดการพักรักษาพยาบาลด้านนอก เนื่องจากอาการป่วยครบ 120 วัน ในวันที่ 22 ธ.ค. ซึ่งมีรายงานว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เตรียมนำเอกสารความเห็นจากแพทย์ผู้รักษาอาการป่วยของทักษิณ มาประกอบการพิจารณาเพื่อเสนอไปยังกรมราชทัณฑ์ เพื่อขอขยายเวลาพักรักษาตัวเกิน 120 วัน เนื่องจากยังมีอาการป่วย ซึ่งถือเป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบ โดยทั้งหมดต้องรายงานให้รัฐมนตรีทราบ แต่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ ออกมาจากกรมราชทัณฑ์

และคาดว่า มารายงานเรื่องระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. 2566 ถือเป็นระเบียบกรมราชทัณฑ์ฉบับใหม่ ซึ่งให้อำนาจกรมราชฑัณฑ์ในการกำหนดสถานที่คุมขังอื่นๆ นอกเหนือจากเรือนจำได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์