เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ ผู้ก่อตั้งเครือผู้จัดการ เป็นคนแรกที่ออกมาตรวจสอบ และต่อสู้กับ ‘ระบอบทักษิณ’ จนพัฒนาเป็นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และสุดท้ายทักษิณก็ออกจากประเทศ จนเมื่อ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ‘ทักษิณ’ ก็ได้กลับบ้านอีกครั้ง
‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ ได้เตือน ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ผ่านรายการสนธิ ทอล์ค เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า ให้ปล่อยวางอัตตาลง และขอให้อยู่ในเรือนจำอย่างสงบ เพราะหลายฝ่ายที่ร่วมกันช่วยเหลือต้องการให้กลับมารับโทษ และอยู่แบบนักโทษปกติ ไม่มีอภิสิทธิ์ต่างๆ
สาเหตุที่ ‘สนธิ’ ต้องออกมาเตือน เนื่องจาก เพียง 12 ชั่วโมง ในการเข้าสู่เรือนจำ ภาพที่ปรากฎออกมาต่อสาธารณชนคือ การได้รับอภิสิทธิ์หลายด้าน เช่น ไม่ต้องตัดผม ได้ห้องขังแบบจัดให้อยู่คนเดียว และสุดท้ายย้ายมารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจในช่วงดึก ของวันแรกที่เข้าเรือนจำ
ด้วยเหตุผลอาการป่วยหลายโรค เครื่องมือ อุปกรณ์การแพทย์ของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ไม่สามารถรองรับได้
“ทักษิณต้องตัดใจ กัดฟัน ย้ายตัวเอง กลับมาที่เรือนจำ แล้วก็อย่าไปแสดงความเป็นอภิสิทธิ์ ตัดผม ใส่ชุดนักโทษ ผมเชื่อว่าคนจะปรบมือให้คุณ ปรบมือให้จริงๆ แม้กระทั่งศัตรูของคุณที่เกลียดคุณ ก็ไม่รู้จะพูดยังไงกับคุณล่ะ เพราะทำตามกติกาหมดทุกอย่าง” สนธิ ให้ทางออกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เขาย้ำว่า การกลับมารับโทษครั้งนี้ ต้องไม่แสดงให้เห็นว่าได้อภิสิทธิ์ในเรื่องต่างๆ ซึ่งจะทำให้ฝ่ายที่ช่วยเหลือทำงานยาก และไม่ทำให้เรื่องนี้กลายจุดอ่อนของพรรคเพื่อไทย ที่กำลังจัดตั้งรัฐบาลในเวลานี้ และเขาเชื่อว่า ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี ก็ปวดหัว ไม่รู้ว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร และอาจเป็นไปได้ว่ามีคนบางกลุ่มที่ให้ข้อมูลผิดกับ ‘ทักษิณ’ ที่บอกว่า เข้าเรือนจำ 1-2 วันก็ออกมาได้ หากเป็นแบบนั้น บ้านเมืองลุกเป็นไฟแน่
ส่วนเรื่องการขอ ‘อภัยโทษ’ นั้น ‘สนธิ’ ระบุว่า ให้รอปี 2567 ที่จะมีวันสำคัญต่างๆ
สำหรับ ‘ทักษิณ’ ต้องรับโทษ 3 คดีประกอบด้วย 1.คดีทุจริตปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์ 2.คดีหวยบนดิน 3.คดีแก้สัมปทานเอื้อประโยชน์ให้ชินคอร์ป ซึ่งศาลฯ ได้พิจารณาตัดสินจำคุก 3 คดี รวมเป็นระยะเวลา 8 ปี
‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ ได้เตือน ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ผ่านรายการสนธิ ทอล์ค เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า ให้ปล่อยวางอัตตาลง และขอให้อยู่ในเรือนจำอย่างสงบ เพราะหลายฝ่ายที่ร่วมกันช่วยเหลือต้องการให้กลับมารับโทษ และอยู่แบบนักโทษปกติ ไม่มีอภิสิทธิ์ต่างๆ
สาเหตุที่ ‘สนธิ’ ต้องออกมาเตือน เนื่องจาก เพียง 12 ชั่วโมง ในการเข้าสู่เรือนจำ ภาพที่ปรากฎออกมาต่อสาธารณชนคือ การได้รับอภิสิทธิ์หลายด้าน เช่น ไม่ต้องตัดผม ได้ห้องขังแบบจัดให้อยู่คนเดียว และสุดท้ายย้ายมารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจในช่วงดึก ของวันแรกที่เข้าเรือนจำ
ด้วยเหตุผลอาการป่วยหลายโรค เครื่องมือ อุปกรณ์การแพทย์ของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ไม่สามารถรองรับได้
“ทักษิณต้องตัดใจ กัดฟัน ย้ายตัวเอง กลับมาที่เรือนจำ แล้วก็อย่าไปแสดงความเป็นอภิสิทธิ์ ตัดผม ใส่ชุดนักโทษ ผมเชื่อว่าคนจะปรบมือให้คุณ ปรบมือให้จริงๆ แม้กระทั่งศัตรูของคุณที่เกลียดคุณ ก็ไม่รู้จะพูดยังไงกับคุณล่ะ เพราะทำตามกติกาหมดทุกอย่าง” สนธิ ให้ทางออกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เขาย้ำว่า การกลับมารับโทษครั้งนี้ ต้องไม่แสดงให้เห็นว่าได้อภิสิทธิ์ในเรื่องต่างๆ ซึ่งจะทำให้ฝ่ายที่ช่วยเหลือทำงานยาก และไม่ทำให้เรื่องนี้กลายจุดอ่อนของพรรคเพื่อไทย ที่กำลังจัดตั้งรัฐบาลในเวลานี้ และเขาเชื่อว่า ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี ก็ปวดหัว ไม่รู้ว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร และอาจเป็นไปได้ว่ามีคนบางกลุ่มที่ให้ข้อมูลผิดกับ ‘ทักษิณ’ ที่บอกว่า เข้าเรือนจำ 1-2 วันก็ออกมาได้ หากเป็นแบบนั้น บ้านเมืองลุกเป็นไฟแน่
ส่วนเรื่องการขอ ‘อภัยโทษ’ นั้น ‘สนธิ’ ระบุว่า ให้รอปี 2567 ที่จะมีวันสำคัญต่างๆ
สำหรับ ‘ทักษิณ’ ต้องรับโทษ 3 คดีประกอบด้วย 1.คดีทุจริตปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์ 2.คดีหวยบนดิน 3.คดีแก้สัมปทานเอื้อประโยชน์ให้ชินคอร์ป ซึ่งศาลฯ ได้พิจารณาตัดสินจำคุก 3 คดี รวมเป็นระยะเวลา 8 ปี



