ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตรมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีคลิปเสียงที่พาดพิงมีส่วนร่วมในขบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างการรวบรวมว่า มีใครออกมาพูดบ้าง รวมถึงรวบรวมคลิปเสียงว่ามีการพาดพิงถึงใคร พาดพิงถึงทรงศักดิ์หรือไม่ ส่วนคนที่สนทนาในคลิปเสียง ไม่ได้ยืนยันขนาดนั้น เป็นแค่การสนทนาพาดพิง และก็ไม่รู้จักว่าคนชื่อ “ส้ม” กับคนชื่อ “กิจ” เป็นใคร ยอมรับว่าขณะนี้ได้ชื่อมาบางส่วนแล้ว จะต้องให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะอยากให้เกิดความชัดเจน ไม่อยากให้เอาคลิปมาพูดกันแบบกำกวม ไม่เห็นด้วยกับการพูดกลับไปกลับมา ถ้าเรายืนยันว่าไม่ได้ทำ และคลิปทำให้ประชาชนเข้าใจผิด คิดว่าเรามีส่วนเกี่ยวข้อง เราก็ถือเป็นผู้เสียหาย
“ที่มีการพาดพิงถึงรัฐมนตรีช่วย จากที่ผมดูข่าว เป็นเสียงจริงๆ แต่มีการดูดเสียงออกไป แต่หากดูในคลิปเต็มก็มีอยู่บ้าง ซึ่งในคลิปเองก็พูดจาสับสนอยู่พอสมควรว่าใช่ผมหรือไม่ แต่ดูแล้วคิดว่าไม่ถึงผมโดยตรง ไปพาดพิงถึงคนอื่น แต่มาเกี่ยวกับผมเพราะเป็นรัฐมนตรีช่วยในขณะนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมต้องติดตาม ยืนยันเป็นเรื่องที่ไม่จริง ผมไม่เคยทำสิ่งเหล่านี้”
— ทรงศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ในฐานะที่เคยกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทยมานาน มองปัญหาที่เกิดขึ้นในกระทรวงอย่างไร ทรงศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไร กระทรวงนี้เป็นกระทรวงเก่าแก่ ทำงานเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขมาโดยตลอด ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ปัญหาที่เกิดเป็นมุมมองที่มีความแตกต่าง
ส่วนที่มีนักวิชาการวิเคราะห์ว่า ปัญหาส่วนหนึ่งเป็นเพราะการกระทบกระทั่งกันเองของราชการภายใน ทรงศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องคนมอง แต่ตอนที่อยู่ในกระทรวงก็ไม่มีอะไร วันนี้ก็เหมือนกัน ก็ดูตามที่เป็นข่าวก็ไม่มีอะไร เป็นเรื่องของการทำงาน บางครั้งการทำงานคนก็มองความแตกต่าง เมื่อมองต่างกันก็มีความเห็นไม่ตรงกัน เป็นความขัดแย้ง แต่ไม่ได้มีอะไร เป็นเรื่องปกติของกระทรวงมหาดไทยอยู่แล้ว
ทั้งนี้ ข่าวที่ออกมาจากกระทรวงมหาดไทย จะทำให้เกิดเป็นวิกฤตศรัทธาของประชาชนหรือไม่นั้น ทรงศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรทำให้คิดถึงขนาดนั้น เพียงแต่วันนี้คนอาจจะดูข่าว จนมองเป็นเรื่องความขัดแย้ง
ทรงศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในขณะที่เป็นรมช.มหาดไทย ยอมรับว่าได้ยินข่าวการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น จาก สส.ที่ไปตั้งกระทู้ถามในสภาฯ ก่อนหน้านี้แล้วครั้งหนึ่ง เราก็ได้นำบทเรียนมาปิดช่องว่าง ในสมัยที่อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ก็ได้กำชับไป และได้มีการเชิญหน่วยงานเข้ามาบูรณาการป้องกันการทุจริต เพื่ออุดช่องว่าง ตอนที่เราอยู่ก็ป้องกันอย่างเต็มที่ อนุทินก็ได้ย้ำกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปแล้วว่า ต้องรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ ต้องยึดทรัพย์ และดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด ดังนั้นเรื่องนี้ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด เมื่อข้อสอบจริงมีอยู่แล้ว และนำข้อสอบไปใส่ในห้องมั่นคงเพื่อสแกนคำตอบไว้ เมื่ออยากรู้ว่าคนไหนสอบได้จริงหรือไม่ ก็เอาคำตอบจริงที่อยู่ใ




