สนธยา คุณปลื้ม สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าทีมกลุ่มชลบุรี ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย อินไซต์ไทยแลนด์” (16 กุมภาพันธ์ 66) ถึงกรณีมีกระแสข่าว อธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จะไม่ย้ายตามไปอยู่พรรคเพื่อไทย (พท.) แต่จะไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)
สนธยา กล่าวว่า “ไม่จริง ข่าวที่ออกมาเป็นแหล่งข่าวจากพรรค รทสช. ข้อเท็จจริงที่มีคนพูด กับที่ผมพูดอยู่ในตอนนี้จะเชื่อใคร ไม่จริงแน่นอนเรื่องนี้ และที่บอกว่าครอบครัวแยกคนละทางนั้น ครอบครัวเรา ตั้งแต่สมัยคุณพ่อจนถึงปัจจุบัน ครอบครัวเราคุยกันตลอด มีการประชุมและหารือกันทุกเรื่อง ทั้งเรื่องในบ้าน เรื่องการเมือง”
สนธยา กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน พี่น้องได้พูดคุยกัน วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองมาโดยตลอด สุดท้ายมีความเห็นร่วมกัน จะไม่อยู่ที่เดิม และย้ายไปพรรคเพื่อไทย วงในสุดคือวงของพี่น้อง รวมถึงปรึกษาหารือกับทีมงาน และประชาชน
พร้อมกันนี้ยังได้มีการพูดคุยกันถึงการลาออกจากรัฐมนตรี โดยช่วงก่อนปีใหม่ได้มาสรุป กันอีกครั้งว่า เราจะไปพรรคเพื่อไทย และนายอิทธิพลได้ระบุหลังปีใหม่จะลาออก เพื่อให้ตนได้เปิดตัวอย่างเต็มที่
“ยืนยันทิศทางการเมืองเราคุยกัน และนายอธิพลก็ลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 16 มกราคมและผมก็ได้ไปเปิดตัวที่พรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 18 มกราคม ยืนยันว่านายอิทธิพลมาด้วยพันเปอร์เซ็นต์” สนธยา กล่าว
พร้อมระบุด้วยว่า วันที่ 28 มกราคม เราได้หารือกันอีกครั้ง มีข้อสรุปว่าให้ตนนำทีมเพื่อไทยในชลบุรี และให้อิทธิพล ปฎิบัติหน้าที่ รมต.วัฒนธรรมต่อไป จนกว่าครบวาระ หรือมีการเปลี่ยนแปลง หากต้องไปปฎิบัติหน้าที่กับนายกรัฐมนตรี ก็ไปตามปกติ แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไปในภารกิจการเมืองก็จะไม่ไป
“สรุปแล้วให้ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีร่วมรัฐบาลจนครบวาระ และระหว่างนี้นายอิทธิพลจะไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด เพื่อเป็นการให้เกียรตินายกฯ ที่ทำงานร่วมกันมา วงในเราคุยกัน และในฐานะที่ผมเป็นพี่คนโตได้บอกน้องว่า เรื่องนี้ผมจะเป็นผู้พูดเอง และหากใครมีอะไรจะเสริมเช่น รมต.อิทธิพล ที่เป็นตัวละครที่ถูกจับมาเล่น จะพูดคุยกัน ดังนั้นน้ำหนักที่ผมพูดมีมากกว่า” สนธยา กล่าว
สนธยา กล่าวต่อว่า อิทธิพล ได้บอกว่าทั้งนายกฯ และพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติที่อยู่ด้วยกัน เขายังชวนไปเลย แต่เราคุยกันว่าเขาไม่ไปไหน
“ครอบครัวเราคุยกันจะไม่มีการอยู่คนละพรรค เราพูดตลอด บางครั้งเรื่องภายในเรามองว่าไม่จำเป็นต้องออกมาพูด แต่วันนี้การเมืองโดยเฉพาะที่ชลบุรีเป็นการเมืองที่ถูกสร้างเขียนเป็นนิทานเพื่อให้ไม่ดี โดยนักการเมืองไม่ดี ผมไม่อยากใช้คำว่า ‘เลว’ นะ เพราะเป็นคำที่ไม่ควรใช้ ขอใช้คำว่า ‘การเมืองไม่ดี’ มากกว่า เพราะเราก็มีจุดยืนของเรา ตามที่เป็นข่าวขึ้นภาพนายอิทธิพลและข้อความว่า “พ่อสอนว่า… ไม่ให้เนรคุณคน ผมทรยศลุงตู่ไม่ได้” เราก็ถามกัน ก็บอกว่าไม่จริง ไม่ได้พูด ก็เราคุยกันแล้ว การเมืองช่วงนี้ไม่ค่อยดี เป็นการเมืองที่ไม่ดี บางคนอาจจะคิด ทำอะไรก็ได้เพื่อผลทางการเมืองก็ทำไป เราไม่ได้เดินทางนี้”
เมื่อถามว่า ทราบหรือไม่เป็นฝีมือใคร สนธยา กล่าวว่า ก็คงต้องไปคิดกันว่าคำนี้บางครั้งมาจากไหน อย่างไร และการต่อสู้ทางการเมืองตอนนี้เป็นอย่างไร เป็นนิทานอีกเรื่องหนึ่ง
เมื่อถามว่าประเมินหรือไม่ว่า จ.ชลบุรี ฝ่ายพรรคเพื่อไทยกับรวมไทยสร้างชาติ จะได้ฝั่งละเท่าไหร่ สนธยา กล่าวว่า “ผมให้ความสำคัญว่าแข่งกับใครอย่างไร แต่การแข่งขันทางการเมืองคือ การแข่งขันนโยบายให้ประชาชนพิจารณา เราก็สู้ทั้ง 10 คน 10 เขต และที่ผ่านมา มีคนพยายามบอกว่าผมจะแพ้หมด ก็เป็นนิทานอีกเรื่อง จนไม่อยากพูดอะไร แต่ถึงเวลาต้องพูดกันบ้างว่าอะไรเป็นอะไร”
สนธยา กล่าวว่า “ไม่จริง ข่าวที่ออกมาเป็นแหล่งข่าวจากพรรค รทสช. ข้อเท็จจริงที่มีคนพูด กับที่ผมพูดอยู่ในตอนนี้จะเชื่อใคร ไม่จริงแน่นอนเรื่องนี้ และที่บอกว่าครอบครัวแยกคนละทางนั้น ครอบครัวเรา ตั้งแต่สมัยคุณพ่อจนถึงปัจจุบัน ครอบครัวเราคุยกันตลอด มีการประชุมและหารือกันทุกเรื่อง ทั้งเรื่องในบ้าน เรื่องการเมือง”
สนธยา กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน พี่น้องได้พูดคุยกัน วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองมาโดยตลอด สุดท้ายมีความเห็นร่วมกัน จะไม่อยู่ที่เดิม และย้ายไปพรรคเพื่อไทย วงในสุดคือวงของพี่น้อง รวมถึงปรึกษาหารือกับทีมงาน และประชาชน
พร้อมกันนี้ยังได้มีการพูดคุยกันถึงการลาออกจากรัฐมนตรี โดยช่วงก่อนปีใหม่ได้มาสรุป กันอีกครั้งว่า เราจะไปพรรคเพื่อไทย และนายอิทธิพลได้ระบุหลังปีใหม่จะลาออก เพื่อให้ตนได้เปิดตัวอย่างเต็มที่
“ยืนยันทิศทางการเมืองเราคุยกัน และนายอธิพลก็ลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 16 มกราคมและผมก็ได้ไปเปิดตัวที่พรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 18 มกราคม ยืนยันว่านายอิทธิพลมาด้วยพันเปอร์เซ็นต์” สนธยา กล่าว
พร้อมระบุด้วยว่า วันที่ 28 มกราคม เราได้หารือกันอีกครั้ง มีข้อสรุปว่าให้ตนนำทีมเพื่อไทยในชลบุรี และให้อิทธิพล ปฎิบัติหน้าที่ รมต.วัฒนธรรมต่อไป จนกว่าครบวาระ หรือมีการเปลี่ยนแปลง หากต้องไปปฎิบัติหน้าที่กับนายกรัฐมนตรี ก็ไปตามปกติ แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไปในภารกิจการเมืองก็จะไม่ไป
“สรุปแล้วให้ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีร่วมรัฐบาลจนครบวาระ และระหว่างนี้นายอิทธิพลจะไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด เพื่อเป็นการให้เกียรตินายกฯ ที่ทำงานร่วมกันมา วงในเราคุยกัน และในฐานะที่ผมเป็นพี่คนโตได้บอกน้องว่า เรื่องนี้ผมจะเป็นผู้พูดเอง และหากใครมีอะไรจะเสริมเช่น รมต.อิทธิพล ที่เป็นตัวละครที่ถูกจับมาเล่น จะพูดคุยกัน ดังนั้นน้ำหนักที่ผมพูดมีมากกว่า” สนธยา กล่าว
สนธยา กล่าวต่อว่า อิทธิพล ได้บอกว่าทั้งนายกฯ และพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติที่อยู่ด้วยกัน เขายังชวนไปเลย แต่เราคุยกันว่าเขาไม่ไปไหน
“ครอบครัวเราคุยกันจะไม่มีการอยู่คนละพรรค เราพูดตลอด บางครั้งเรื่องภายในเรามองว่าไม่จำเป็นต้องออกมาพูด แต่วันนี้การเมืองโดยเฉพาะที่ชลบุรีเป็นการเมืองที่ถูกสร้างเขียนเป็นนิทานเพื่อให้ไม่ดี โดยนักการเมืองไม่ดี ผมไม่อยากใช้คำว่า ‘เลว’ นะ เพราะเป็นคำที่ไม่ควรใช้ ขอใช้คำว่า ‘การเมืองไม่ดี’ มากกว่า เพราะเราก็มีจุดยืนของเรา ตามที่เป็นข่าวขึ้นภาพนายอิทธิพลและข้อความว่า “พ่อสอนว่า… ไม่ให้เนรคุณคน ผมทรยศลุงตู่ไม่ได้” เราก็ถามกัน ก็บอกว่าไม่จริง ไม่ได้พูด ก็เราคุยกันแล้ว การเมืองช่วงนี้ไม่ค่อยดี เป็นการเมืองที่ไม่ดี บางคนอาจจะคิด ทำอะไรก็ได้เพื่อผลทางการเมืองก็ทำไป เราไม่ได้เดินทางนี้”
เมื่อถามว่า ทราบหรือไม่เป็นฝีมือใคร สนธยา กล่าวว่า ก็คงต้องไปคิดกันว่าคำนี้บางครั้งมาจากไหน อย่างไร และการต่อสู้ทางการเมืองตอนนี้เป็นอย่างไร เป็นนิทานอีกเรื่องหนึ่ง
เมื่อถามว่าประเมินหรือไม่ว่า จ.ชลบุรี ฝ่ายพรรคเพื่อไทยกับรวมไทยสร้างชาติ จะได้ฝั่งละเท่าไหร่ สนธยา กล่าวว่า “ผมให้ความสำคัญว่าแข่งกับใครอย่างไร แต่การแข่งขันทางการเมืองคือ การแข่งขันนโยบายให้ประชาชนพิจารณา เราก็สู้ทั้ง 10 คน 10 เขต และที่ผ่านมา มีคนพยายามบอกว่าผมจะแพ้หมด ก็เป็นนิทานอีกเรื่อง จนไม่อยากพูดอะไร แต่ถึงเวลาต้องพูดกันบ้างว่าอะไรเป็นอะไร”




