'สนธิ' เปิดศึก 'อนุทิน-ภูมิใจไทย' ชูธงรบเอาประเทศไทยคืนมา เผยไม่ได้ไล่ แต่ต้องการกดดันรัฐบาล

7 ก.ย. 2569 - 14:20

  • สนธินัดบุกทูตอิสราเอล 10 ก.ย. บี้อนุทินปราบกลุ่มทุนเทาข้ามชาติ และระงับระเบียบเอื้อต่างชาติทำลายธุรกิจเอสเอ็มอีไทย

  • ขู่ได้เห็นดหันหาก กกต. ตัดตอนเรื่องส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. ของภูมิใจไทยในวันที่ 14 ก.ย. ทั้งที่มีหลักฐานชัด

'สนธิ' เปิดศึก 'อนุทิน-ภูมิใจไทย' ชูธงรบเอาประเทศไทยคืนมา เผยไม่ได้ไล่ แต่ต้องการกดดันรัฐบาล

สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วย นิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา และ พิชิต ไชยมงคล หรือ ตั้ม อดีตโฆษกกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ร่วมแถลงทิศทางการเคลื่อนไหวครั้งใหม่ ภายใต้แนวคิด "เอาประเทศไทยของเราคืนมา"

โดยช่วงหนึ่งระบุว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นพ่อค้าต้นตระกูลคือทำงานก่อสร้าง และพ่อของเขาตั้งบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด และบริษัท ซิโน-ไทย คือ จุดเริ่มต้นของการสร้างสภาที่มีปัญหา และที่ตนเองเล่าเรื่องนี้เพราะพึ่งจะมาสืบประเด็นสำคัญ ว่าถ้าตนเองเข้าใจไม่ผิด ประชาชนของกลุ่ม อนุทิน คือเจ้าของประเทศไทยที่แท้จริง ส่วนกลุ่มอื่นไม่ใช่เจ้าของประเทศไทย เพราะประชาชนที่ตนเองเรียกร้องให้มาร่วมขบวนการคือ อยากให้รัฐบาลมีศีลธรรม มีความซื่อสัตย์ กล้าหาญ และกล้าเสียสละผลปรเโยชน์ของตัวเอง และในที่สุดทั้งหมดคือศักดิ์ศรีของประเทศไทย และศักดิศรีของประชาชน ซึ่งหาไม่ได่ในกลุ่มคนของนายอนุทิน เพราะกลุ่มของรัฐบาลชุดนี้ ไม่สามารถจะรักษาให้หลักนิติรัฐคงอยู่และมีหลักนิติธรรม

สนธิ กล่าวต่อว่า การบริหารประเทศ 8-9 เดือนนี้ตั้งแต่เรื่องการกักตุนน้ำมัน และคิดว่าคงจะจับตัวการที่แท้จริงไม่ได้เพราะอยู่ในรัฐบาลอนุทิย รวมไปถึงน้ำท่วมหาดใหญ่ มีการเยียวยาแต่ยังมีคนอีกมากมายที่ไม่ได้รับ และยังมีการฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาลนี้อีกมาก ทั้งการโกงข้อสอบ มูลค่าประมาณ 4-5พันล้านบาท โดยมีความพยายามจะตัดทอนผู้ที่เกี่ยวข้องระดับสูง แต่หลักฐานที่ตนเองมีไปแค่อธิบดี ไม่มีหลักฐานถึงระดับนักการเมืองเลย ซึ่งอธิบดีจะไม่ทำถ้าไม่มีคำสั่งจากนักการเมือง

สนธิ เล่าถึงเรื่องกรณีคดีฮั้ว สว. โดยระบุว่า พรรคภูมิใจไทยได้เข้าไปเป็น สว.จำนวนมาก และมีการตรวจสอบ จาก กกต.โดยตั้งคณะกรรมการจำนวนมาก ทั้งคณะอนุที่ 26 และคณะอนุที่ 36 ซึ่งคณะอนุที่ 26 พบว่ามีหลักฐานที่เชื่อมโยงหลักฐานไปถึงผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย ทั้งคลิปเสียง ข้อความในไลน์ ที่เกี่ยวพันกับผู้ใหญ่ในพระราชสำนักและวีดีโอแต่ในที่สุดมีการโยกย้าย เจ้าหน้าที่ DSI หลายคนที่ทำคดีฮั้ว สว.

รวมถึงเรื่องที่คนทั้งประเทศข้องใจและไม่มีใครตอบคำถามได้เรื่องคดีเขากระโดงที่ ศาลฎีกาตัดสินแล้วว่าเป็นที่ของรัฐไม่ใช่ของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง และเหตุผลที่นายอนุทินขอกระทรวงมหาดไทยมาตลอดเพราะเป็นสารเริ่มต้นของความชั่วร้าย ความไม่มีศีลธรรมและความไม่ซื่อสัตย์เพราะกระทรวงมหาดไทยคือกรมที่ดินที่ออกมาตรการต่างๆที่ทำให้คดีเขากระโดงบิดเบือนไป

ส่วนเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ก็มีเงินลงทุน 10,000ล้านบาท และตนเองเป็นคนเปิดประเด็น ซึ่งดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศไทยไม่ได้อะไรเลย แต่รัฐบาลร้อนใจเพราะถูกเปิดโปงหมด และเพิ่งจะประกาศในการตั้งคณะกรรมการ ซึ่งในกทม.มีดาต้าเซ็นเตอร์ประมาณ 40 จุด

นอกจากนี้ สนธิ ยังกล่าวถึง กรณีการลงถนนไม่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลลาออกหรือไล่ออก แต่เป็นกรณีกลุ่มเทาทั้งจีนเทา ยิวเทา อินเดียเทา และรัสเซียเทา รวมกระทั่งไทยเทา ขบวนเทาเหล่านี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องดำเนินการและได้ออกระเบียบใหม่ โดยเนรเทศชาวยิวเทาออกนอกประเทศไทยไปแล้วหนึ่งคนและต้องการให้รัฐบาลเลิกทำความชั่ว เลิกอุ้มจีนเทา ยิวเทา ซึ่งนี่คือสาเหตุที่ต้องออกมารวมตัวเรียกร้องต่อสู้เพื่อขอประเทศไทยคืนมา ประเทศไทยของเราต้องทีศีกดิ์ศรีเพื่อให้เป็นของคนไทย

"ถ้าต้องตายในระหว่างการเรียกร้องให้ประเทศไทยกลับมาเป็นของเรา ผมยอมตาย ตอนนี้ผม 79 ปีแล้ว หลายคนด้อยค่าว่าม็อบผมเป็นม็อบน้ำหมาก แต่ก็ไม่เป็นไร หากศรัทธาในสิ่งที่ตนเองพูดก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น ต่อให้มีผมคนเดียวผมก็จะสู้"

นอกจากนี้ตนเองรวมถึงเครือข่ายจะไม่หยุดแค่นี้ เมื่อยืนหนังสือที่สถานทูตอิสราเอลแล้ว ก็จะเรียกมวลชนของเราทั่วประเทศมาฟังว่า เห็นด้วยหรือไม่จะออกมาเรียกร้องประเทศไทยให้กลับมาเป็นของคนไทย และตนเองไม่ได้ต้องการไล่รัฐบาลแต่ต้องการไม่ให้รัฐบาลอยู่อย่างเป็นสุข และถ้าการกดดันของพวกเราทำให้นายอนุทินเลิกเต้นรำทำเพลง และตัดสินใจเด็ดขาดเพื่อประชาชนทั้งประเทศ อย่ามาอ้างประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของประเทศไทยแต่ประชาชนของพวกคุณเท่านั้นที่เป็นของเจ้าของของประเทศไทย ส่วนคนอื่นถูกพวกคุณเหยียบย่ำยากจน

เมื่อถามว่าจะมีการขยายการชุมนุมระยะยาวถึงขั้นการลงถนนเหมือนตอนขับไล่รัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร หรือไม่ตอบ สนธิ บอกว่า สำหรับการปักหลักพักค้างคงไม่มี แต่พลังการชุมนุมตนเชื่อจะแรงมากและใหญ่มาก แต่เรายังไม่บอกเพราะเราจะเริ่มวันที่ 10 กันยายน นี้ก่อน และคอยจับตาดูวันที่ 14 กันยายน 2569 หาก กกต.ตัดตอน เรื่องการส่งฟ้อง สว. หากไม่ส่งฟ้องก็ได้เห็นดีกันแน่และจะชุมนุมใหญ่แน่นอน รัฐบาลชุดนี้ไม่ต้องกังวล เชิญทำงานตามสบายเพราะจะมีเรื่อง‘วรนุช’เกิดขึ้นตลอดเวลา และต้องมีเรื่องใหญ่ให้ลุกขึ้นมาประท้วงตลอดเวลาและจะทำให้คนได้รู้ว่ารัฐบาลที่ตนเอารูปให้ดูคือเครือข่ายความชั่ว

เมื่อถามว่าในประเด็นที่บอกว่าฟางเส้นสุดท้ายอะไรที่แย่ที่สุด ที่เป็นการตัดสินใจให้ออกมาในครั้งนี้ สนธิ บอกว่า ตอนนี้ก็ถือว่างเป็นฝางเส้นสุดท้ายแล้วเพราะความชั่วเต็มไปหมด ฝางเส้นสุดท้ายคือ ทั้งหมดที่ตนพูดไป ตนไม่ได้โกหกใคร เพราะความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว และจะหลีกเลี่ยงความจริงได้อย่างไร คุณปิดบังได้ จะยื้อเยื้อเรื่องเขากระโดงได้ แต่วันหนึ่งความจริงก็ต้องถูกเปิดมา แต่จะถูกเปิดโปงออกมาเมื่อไหร่เท่านั้น

ส่วนรูปแบบการชุมนุมจะแตกต่างจากเดิมหรือไม่ สนธิ บอกว่า ตนต้องการจะวัดถึงความไม่พอใจของรัฐบาลที่ประชาชนมีอยู่ และการขึ้นเวทีของตนก็ต้องเลือกคนขึ้น เราไม่ได้ไล่รัฐบาลแต่เราจะบอกว่ารัฐบาลชุดนี้นี้ชั่วตรงไหนบ้าง และจะเป็นการกดดันให้รัฐบาลเลิกความชั่ว

ทั้งนี้ สนธิ หวังว่าผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองคนใหม่ จะเอาจริงเอาจังเพื่อปกป้องอธิปไตยของคนไทยคนที่ทำมาหากินในเมืองไทย และตนจะเปิดโปงระเบียบกระทรวงพาณิชย์อันใหม่ที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดาวดวงเด่นของนายอนุทิน เพิ่งประกาศออกมา 10 ข้อ คือการเปิดประตูให้ต่างชาติมาทำลาย sme ของไทยให้พังทลาย จึงอยากตั้งคำถามว่าถ้าไม่ฉิบหายวันนี้แล้วจะชิบหายวันไหน

สำหรับรูปแบบการชุมนุมจะเป็นอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการที่รัฐบาลทำไม่ดีว่าจะทำมากน้อยแค่ไหน ถ้าทำบ่อยก็จะมีการชุมนุมบ่อย และแน่นอนว่าตนจะมีการเดินสายไปตามภาคต่างๆ จะมีใครฟังมากน้อยแค่ไหนตนไม่สนใจเพราะตนเอาปัญญาเอาธรรมให้ประชาชน และสิ่งที่ตนพูดเป็นความจริง เขาจะเถียงผมไม่ได้ ลองเถียงมาสิเดี๋ยวตนจะตอบให้ เพราะไม่มีอะไรจะชนะความจริงได้ นักการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยอยู่บนความเท็จ โกหก คดโกง

เมื่อถามว่าที่ สนธิ บอกว่าตอนนี้มีการปรามาสว่าเป็นม็อบน้ำหมาก มีการแสดงจุดยืนอย่างไรเพื่อจะลบข้อครหาในครั้งนี้ สนธิ บอกว่า ตนไม่ต้องแก้ตัว สมัยที่ตนต่อต้าน ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นั้น เขาก็ปรามาสตนเช่นนี้ แต่ตนไม่แคร์เพราะตนไม่ได้ทำเพราะมีคนเข้าร่วมเยอะ ตนไม่ต้องการแสง เพราะตนเป็นดาวฤกษ์ ไม่ใช่ดาวเคราะห์ เพราะฉะนั้นแล้วถ้าตนต้องเดินทางไปคนเดียวไปสู่สถานที่ที่มืดมิดตนก็จะไปด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นตนจึงไม่ยี่หร่า กับคำครหานินทา ใครมีปัญญาพูดอะไรได้พูดไปเต็มที่

เมื่อถามว่ามีความเป็นห่วงเรื่องของความปลอดภัยหรือไม่เพราะมีเรื่องเกี่ยวกับอิสราเอล สนธิ บอกว่า มันต้องมีแน่นอน เป็นห่วงแล้วตนจะทำอะไรได้

ส่วนได้มีการประสานงานเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงหรือไม่นั้น สนธิ ถามกลับว่า เขามีอำนาจในรัฐ จะมีการประสานงานให้คุณหรือไม่ เผลอๆร่วมมือฆ่าตนด้วย แต่ช่างมันเถอะ เพราะฆ่าตน 200 นัดไม่ตาย ไม่มีอะไรฆ่าตนได้แน่นอน ตนผ่านมาแล้ว และถ้ากันตายของตนเป็นจุดเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงของประเทศทำให้ประเทศเปลี่ยนแปลงตนยินดีที่จะตายและคนที่น่ากลัวที่สุดคือคนที่ไม่กลัวตาย

ซึ่งหากเราพยายามเปิดเผยไปแล้วแต่ผลตอบรับจากรัฐบาลไม่เป็นไปตามที่ต้องการ การยกระดับของเราจะเพิ่มเติมอย่างไร สนธิ บอกว่า ถ้าไม่เป็นไปตามที่เราต้องการ ผลที่ออกมาจะเสียหายมากขึ้นเหมือนเป็นการไปสร้างบาดแผลใหม่ให้กับคนที่เขาเฝ้าดูจากครึ่งๆกลางๆ จะกลายเป็นเกลียดมาก และเป็นการไปลากคนโน้นคนนี้มานั่นคือผลของมัน

นี่ไม่ใช่เวทีของการท้าชกกันแต่เป็นการเปิดโอกาสให้ทำคุณงามความดี เลิกฉ้อราษฎร์บังหลวง ยึดถือหลักนิติรัฐ นิติธรรม ทำให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมทั่วกัน และดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ไปถึง อนุทิน ตอบ ก็ปล่อยท่านไปผมไม่ว่าอะไรทั้งสิ้นจะพูดอะไรก็พูดไปท่านมีที่ปรึกษาเยอะ ไม่มีอะไรจะฝากถึงขอให้เขาสู้หายใจเข้าไปลึกลึก ตอนพูดถึงความจริงตนไม่กลัวใครแต่ใครก็ตามที่ไลฟ์สดแล้วพูดไม่จริงดาบนั้นจะย้อนคืนไปหาเขาตนไม่กลัวหรอกมีปัญญาพูดพูดไปเพราะสิ่งที่ที่ตนพูดมันคือความจริงที่พิสูจน์ได้ และความจริงไม่มีกาลเวลา

เมื่อถามว่ามีอะไรอยากฝากถึง อนุทิน หรือไม่ สนธิ บอกว่า อยากให้สูดหายใจเข้าไปลึกๆ ยืนยันว่าสิ่งที่ตัวเองพูดคือเป็นความจริงพิสูจน์ได้ และความจริงไม่มีกาลเวลา และตนไม่ได้หวังให้ทหารมีการปฏิวัติ เพราะทหารทุกวันนี้มีทั้งดีและเห็นแก่เงินก็ไม่น้อย แต่ตนเชื่อมั่นในพลังของประชาชน

ทั้งนี้มีอะไรที่อยากฝากถึงประชาชนหรือไม่ สนธิ บอกว่า ถ้าเห็นด้วยกับอุดมการของตนหรือหลักการของตนและเห็นด้วยขอให้ออกมาแสดงพลังให้มากขึ้น และอยากให้นายอนุทินไลฟ์ทุกวัน ถ้าแน่จริงอยากให้นายอนุทินไลฟ์ทุกวัน เพราะตนก็จะไลฟ์ชนกันรับรองว่าเป็นรายการที่ฮอตมาก เพราะอีกคนพูดโกหก อีกคนก็จะเป็นการจับโกหก

ทั้งนี้บรรยากาศบ้านพระอาทิตย์ มีมวลชนที่มาร่วมสนับการชุมนุมของนายสนธิ ส่งเสียงเชียร์และเฮ ตลอดการแถลงข่าวด้วย โดยหลังการแถลงข่าว สนธิ ได้ลงไปพบปะพูดคุยเพื่อยืนยันเน้นย้ำถึงการชุมนุมที่จะเริ่มต้นในวันที่ 10 กันยายน นี้ ที่หน้าสถานทูตอิสราเอล

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์