พปชร.ยังไม่ได้คุยกัน เรื่องส่งคนชิง ‘นายก อบจ.’

8 พ.ย. 2567 - 12:54

  • ‘สนธิรัตน์’ เผย พปชร.ยังไม่ได้คุยกัน เรื่องส่งคนชิง นายก อบจ.

  • บอก เปลี่ยนวันเลือกตั้งเป็นวันเสาร์ ประชาชนอาจสับสน ต้องถาม กกต.มีเหตุผลอะไร

  • ย้ำจุดยืน พปชร. ยกเลิก MOU 44 ทำฉบับใหม่ ทำให้ถูกต้องตามกฎหมายสากล ชี้ เอกสารแนบท้ายมีข้อบกพร่องเยอะ ทำไทยเสียเปรียบ เสี่ยงเสียพื้นที่ทางทะเล จี้ กต.แจง ปมทำผิดกติกาสากล ปัด เคลื่อนไหวหวังผลทางการเมือง

sontirat_8nov2024_SPACEBAR_Hero_cd2f2a35f0.jpg

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและประธานคณะกรรมการด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางของพรรคพลังประชารัฐในสนามเลือกตั้งท้องถิ่น ในช่วงปลายปีนี้ โดยเฉพาะการเลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือ นายกอบจ.ว่า พรรคยังไม่มีการหารือกัน และยังไม่ได้คุยกันว่า จะส่งคนในสังกัดพรรคลงสมัครหรือไม่ 

เมื่อถามถึงกรณีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดวันเลือกตั้งนายกอบจ.ตรงกับวันเสาร์ สนธิรัตน์ กล่าวว่า การเลือกตั้งวันอาทิตย์ ถือเป็นประเพณีปฏิบัติ หากไม่เปลี่ยนก็จะไม่สร้างความสับสน ดังนั้นต้องไปหาสาเหตุว่า กกต.มีแนวคิดอะไรถึงเปลี่ยนมาเป็นวันเสาร์

IMG_9443_0_686fcab380.jpg

สนธิรัตน์ ยังย้ำเรื่องการเจรจาแบ่งปันผลประโยชน์บนพื้นที่ทับซ้อนไทยกัมพูชาว่า พรรค พปชร.ประกาศจุดยืนสนับสนุนการเจรจาแบ่งปันผลประโยชน์บนพื้นที่ทับซ้อนไทยกัมพูชาเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ เราไม่ได้ขัดขวางการที่จะเจรจาผลประโยชน์บนพื้นที่ทับซ้อน เพราะทราบถึงความจำเป็นที่ประเทศของเราต้องมีแหล่งพลังงานมารองรับความมั่นคงในอนาคต ประเด็นที่สอง เรายืนยันว่า เกาะกูดเป็นของประเทศไทยแน่นอน  เราไม่ได้มีปัญหาเรื่องเกาะกูด เราไม่ได้เสียเกาะกูด แต่อาณาเขตทางทะเลรอบเกาะกูดได้ถูกละเมิดบนหลักกฎหมายสากลจากการลากเส้นอาณาเขตทางทะเล กินพื้นที่อาณาเขตทางทะเลของเกาะกูดผิดหลักกฎหมายสากล เจนีวา 1982 หรือ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ. 1982 และเป็นจุดเริ่มของการเกิดพื้นที่ทับซ้อนที่เป็นข้อโต้แย้งในการเจรจา เป็นการกลัดกระดุมเม็ดแรกที่ผิด เป็นอุปสรรคในการบรรลุของตกลงและยอมรับของทั้งสองฝ่าย เมื่อตั้งต้นผิด จะเป็นการแบ่งบันผลประโยชน์ที่ไม่ชอบและไม่เป็นธรรม

สนธิรัตน์ กล่าวว่า และในประเด็นที่สาม พปชร.เสนอให้ยกเลิก MOU44 เพราะเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน ทั้งนี้ เพราะ MOU44 มีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนมีขนาดใหญ่เกินจริงที่ไม่ได้อยู่บนหลักเจรจาอาณาเขตทางทะเลด้วยกฎหมาย เจนีวา 1982 ดังนั้น การเจรจาบนเส้นอาณาเขตที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลงบนหลักกฎหมายสากลดังกล่าว หากมีข้อยุติและเกิดการลงนามระหว่างสองประเทศ จะมีผลระยะสั้น คือ จะทำให้ประเทศเสียเปรียบการแบ่งปันผลประโยชน์ด้านพลังงาน ในพื้นที่อันอาจเป็นอาณาเขตของไทยในระยะยาว จะเป็นหลักฐานทางการยอมรับในประวัติศาสตร์ และหากมีข้อพิพาทในอนาคตก็จะสุ่มเสี่ยงต่อการเสียพื้นที่อาณาเขตทางทะเลที่ไม่อาจแก้ไขได้อีก นอกจากนั้น MOU44 พบความเร่งรีบในการดำเนินการ พบข้อบกพร่องของเอกสารสำคัญแนบท้าย 

สนธิรัตน์ ยืนยันว่า การยกเลิก MOU สามารถทำโดยฝ่ายเดียวได้ โดยไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องทั้งสองฝ่าย มีวิธีการทำได้ ผ่านการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ซึ่งตามข้อมูลที่พรรคมีนั้น เชื่อว่าสามารถยกเลิกได้

IMG_9282_37f79d7629.jpg

ด้าน ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ที่ปรึกษาศูนย์นโยบายและวิชาการ พรรค พปชร. กล่าวว่า ขอตอบนายกฯ ว่า MOU44 ทำให้ไทยเสียเปรียบและเป็นบันไดนำไปสู่การเสียดินแดนจากความตกลงนี้  โดยพรรค พปชร. ตรวจพบว่า รัฐบาลให้สิทธิพิเศษในการเจรจากับกัมพูชาเหนือกว่าประเทศอื่นในการแบ่งเขตไหล่ทวีป ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย พม่า และอินเดีย ล้วนต้องปฏิบัติตามกฎหมายทะเลสากล เหตุใดกัมพูชาเป็นคู่เจรจาที่ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายทะเลสากล ที่สำคัญคือ ขัดกับวรรคท้ายของพระบรมราชโองการที่ระบุว่า การกำหนดไหล่ทวีป กับประเทศใกล้เคียงให้ตกลงกันโดยยึดถือบทบัญญัติอนุสัญญาเจนีวา 1958 และ MOU44 ลดสถานะของเส้นเขตแดนตามประกาศพระบรมราชโองการที่ทำตามกฎหมายสากล ให้มีค่าเท่ากับเส้นที่ลากเส้นเขตแดนที่ไม่มีกฎหมายสากลรองรับ กินพื้นที่พระราชอาณาเขตของราชอาณาจักรไทยไปถึง 26,000 ตร.กม. MOU44 ทำให้ไทยที่ทำตามกฎหมายสากลกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะอีกฝ่ายทำนอกกฎหมายสากลได้ และเรื่องการไม่ปฏิบัติตามกฏหมายสากลของกัมพูชานี้เป็นที่ทราบดีในวงวิชาการ กระทรวงต่างประเทศ และกองทัพ

ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวว่า การลากเส้นเขตแดนทางทะเลเกินสิทธิ์ของกัมพูชา ทับน่านน้ำภายในของจังหวัดตราด ทับทะเลอาณาเขตชิดเกาะกูด และทับเขตเศรษฐกิจจำเพาะกลางอ่าวไทยใกล้อ่าวตัว ดังปรากฎตามแผนที่แนบท้าย MOU44 เท่ากับรัฐบาลไทยรับรู้ว่า ทะเลตราดและทะเลเกาะกูดอยู่ในเขตของฝ่ายกัมพูชา และถูกนำเข้ามาอยู่ในกรอบการเจรจา ไทยจึงเป็นฝ่ายเสียเปรียบตั้งแต่ยังไม่เริ่มเจรจา ทั้งนี้ รัฐบาลอธิบายว่า MOU44 ไม่ปรากฎข้อความไทยยอมรับเส้นของกัมพูชา แต่เส้นดังกล่าวไปปรากฏในแผนที่แนบท้าย แม้ไม่ได้เขียนตรงๆ ว่า ยอมรับ แต่แผนที่คือเอกสารราชการที่แสดงการรับรู้รับทราบว่า เส้นของกัมพูชาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย เพราะไม่เคยปรากฏบนเอกสารราชการไทยมาก่อนปี 44 เลย การรับรู้เส้นเขตแดนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในเอกสารราชการไทย ก็ทำให้ฝ่ายกัมพูชาได้ประโยชน์ ถือว่าทำให้ไทยเสียหาย ขณะเดียวกัน เทียบกรณี ไทย-มาเลเซีย พบว่า กรณีกัมพูชามีการดำเนินการก็เร่งรีบผิดปกติโดยใช้เวลาเจรจาเพียง 44 วัน จนระบุเส้นละติจูดผิด โดยเขียน 9E 10E 11E ที่ถูกต้องเขียน 9N 10N 11N เทียบกรณี มาเลเซีย ใช้เวลา 7 ปี จึงเกิด MOU พื้นที่ทับซ้อนไทยกัมพูชาขนาดใหญ่โตกว่า 4 เท่า วิธีดำเนินการก็แตกต่าง เทียบกับกรณี ไทย-มาเลเซีย จะตั้งคณะเจรจาให้เหลือพื้นที่ทับซ้อนเล็กที่สุดเสียก่อน เมื่อตกลงกันได้ จึงค่อยทำเอ็มโอยูแสดงให้เห็นความรีบร้อน ไม่รัดกุม อาจนำประเทศไปสู่ความสุ่มเสี่ยงในอนาคต และหากยอมให้มีการขุดปิโตรเลียมและมีการแบ่งผลประโยชน์กัน 50% ระหว่างไทยและกัมพูชาเมื่อใด จะเป็นหลักฐานสำคัญว่า ไทยยอมรับสิทธิอธิปไตยของกัมพูชาในพื้นที่ดังกล่าว และมีความเสี่ยงที่จะถูกนำขึ้นสู่ศาลโลกเพื่อแบ่งพื้นที่ให้กัมพูชา 13,000 ตร.กม. ต่อไปในอนาคต

“หากกัมพูชายึดถือกฏหมายทะเลสากล เส้นไหล่ทวีประหว่างกันจะลากจากหลักเขตที่ 73 เฉียงลงทิศตะวันตกเฉียงใต้ ผ่านกึ่งกลางระหว่างเกาะกูดและเกาะกง พื้นที่ทับซ้อนจะเหลือประมาณ 7,000 ตร.กม. เมื่อพัฒนาปิโตรเลียมเสร็จสิ้น แบ่งฝ่ายละครึ่ง ไทยจะเสียพื้นที่ไปเพียง 3,500 ตร.กม.เท่านั้น ดังนั้น เพื่อประโยชน์ของคนไทย จึงควรยกเลิก MOU44 แล้วทำ เอ็มโอยูฉบับใหม่กับกัมพูชา โดยยึดแนวทางที่ไทยเคยทำกับมาเลเซีย และการยกเลิก MOU44 ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ทำ MOU ต่อไป แต่ให้ไปทำ MOU ตัวใหม่ ปี 68 ก็ได้ แต่ขอให้ไทยกับกัมพูชาทำตามกฎหมายสากลเสียก่อน”

ม.ล.กรกสิวัฒน์ ระบุ

IMG_9421_0_124f61f29c.jpg

ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ประธานร่วมศูนย์นโยบายและวิชาการ พรรค พปชร. กล่าวว่า  มีบางกระแสคิดว่า ที่เราออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ขอชี้แจงว่า เราออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้เพื่อประโยชน์ของประเทศ โดยขอตั้งข้อสงสัยว่า การทำงานของ กต.อาจจะเป็นต้นเหตุทำให้ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ตระหนักถึงปัญหา MOU44โดยขอเรียกร้องให้ รมว.ต่างประเทศและอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กต. ผู้มีหน้าที่ปกป้องประเทศในเวทีกฎหมายสากล ชี้้แจงต่อประชาชนว่า กต.ไปเสนอให้รัฐบาลทำเอ็มโอยูที่รู้ดีอยู่แล้วว่าเส้นเขตไหล่ทวีปของกัมพูชาที่ผ่านเกาะกูดนั้นขัดกับกติกาสากลใช่หรือไม่ เส้นดังกล่าวขัดกับกติกาสากล 3 ข้อ คือ (ก) ขัดอนุสัญญาว่าด้วยทะเลอาณาเขตฯ เพราะรุกล้ำอาณาเขต 12 ไมล์ทะเลรอบเกาะกูด (ข) ขัดสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศสฯ เพราะอ้างจุดสูงสุดบนเขาเกาะกูดบิดเบือนเจตนารมณ์ และ (ค) ขัดอนุสัญญาว่าด้วยไหล่ทวีป เพราะอนุสัญญาฯ ไม่ได้อนุญาตเรื่องเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในสนธิสัญญาฯ และกต.ในฐานะผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศย่อมจะรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว 

ธีระชัย กล่าวอีกว่า จึงเรียกร้องให้ กต.ตอบคำถามเหล่านี้ 1.กต.ได้มีหนังสือท้วงติงกัมพูชาหรือไม่ว่า เส้นดังกล่าวผิดกติกาสากล  2.กต.เคยแจ้งปัญหานี้ให้รัฐบาลไทยชุดใดรับทราบหรือไม่ 3.กต.เสนอให้รัฐบาลทำ MOU โดยเอาเส้นของกัมพูชาที่ กต.รู้ดีอยู่แล้วว่า ผิดกติกาสากลไปแสดงไว้ทำไม 4. MOU เป็นการที่รัฐบาลไทยสละสิทธิที่จะท้วงติงเรื่องเส้นผิดกติกาสากล ใช่หรือไม่ 5.เส้นที่ผ่านเกาะกูดจะถูกต้องตามอนุสัญญาว่าด้วยไหล่ทวีป ก็เฉพาะกรณีที่ไทยและกัมพูชาเป็นเจ้าของเกาะกูดกันคนละส่วน ใช่หรือไม่ หัวใจของ MOU ที่เป็นธรรมต้องเจรจาตกลงพื้นที่พัฒนาร่วมให้เสร็จก่อน แต่กต.ดำเนินการกลับทางโดยตราแผนที่พื้นที่พัฒนาร่วมที่ผิดกติกาสากล เพื่อรีบร้อนเจรจาส่วนแบ่ง การที่ กต.ไม่ได้เปิดเผยต่อรัฐบาล เป็นเหตุให้ทุกรัฐบาลเดินหน้าเจรจาในกรอบที่ผิดกติกาสากลมาตลอด ทั้งที่ควรจะแจ้งรัฐบาลให้รู้ข้อเท็จจริงเพื่อยกเลิก MOU ใช่หรือไม่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์