‘สนธิรัตน์’ ยันไม่ทิ้ง ‘พลังประชารัฐ’ ลั่นต้องช่วยกันดับไฟ ไม่ใช่ชิ่งหนีก่อน

4 ต.ค. 2567 - 14:46

  • ‘สนธิรัตน์’ ยันไม่ทิ้ง ‘พลังประชารัฐ’ ในยามยาก

  • เชื่อเป็น ‘ฝ่ายค้าน’ ก็ช่วยประเทศได้ไม่แพ้รัฐบาล

  • ลั่น ‘บ้านไฟไหม้’ ต้องช่วยกันดับ ไม่ใช่ชิ่งหนีไปก่อน

Sontirat_confirms_not_abandon_Palang_Pracharath_Party_SPACEBAR_Hero_a6a1fbe290.jpg

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานศูนย์นโยบายและวิชาการของพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการทำงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐ ว่า การทำงานการเมืองนั้นคิดถึงประเทศชาติเป็นหลัก พร้อมทำในทุกบทบาทหากจะเป็นการช่วยให้บ้านเมืองเดินหน้าได้

วันนี้พรรคพลังประชารัฐมีบทบาทสำคัญในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งมองว่า พรรคฝ่ายค้านจะช่วยประเทศได้มากไม่แพ้พรรครัฐบาล และต้องยอมรับว่า ในยุคหลังๆ พรรคที่จะเข้าไปเป็นรัฐบาลทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้เป็น เอาอุดมการณ์ไว้ข้างหลัง 

ขณะเดียวกัน ก็แปลอุดมการณ์ให้สอดคล้องกับการเข้าไปเป็นรัฐบาล ทำให้ขาดอุดมการณ์ ขาดจุดยืน ในการที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่ความเป็นประเทศที่แข่งขันกับประเทศอื่นได้

การเมืองวันนี้ ไม่ได้เริ่มต้นที่ประโยชน์สาธารณะ แต่เริ่มต้นด้วยประโยชน์ส่วนตน ผมทำการเมืองมาด้วยจุดยืนที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมือง การที่กลับมาพรรคพลังประชารัฐอีกครั้งเมื่อปี 2566 ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เพราะเรามองเห็นว่า สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจะต้องเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่จะสามารถแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาได้ และอย่าลืมว่า ผมและนายอุตตม สาวนายน คือคนที่ร่วมกันก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐมา เพราะฉะนั้น ความรักในสถาบันพรรคการเมืองของเราก็ยังคงอยู่

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์

สนธิรัตน์ ระบุว่า ถึงแม้พลังประชารัฐจะมีปัญหาบ้าง ผ่านวิกฤตต่างๆ มาบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม ต้องอย่าลืมว่า วันนี้พรรคยังมี สส.เหลืออยู่ 20 เสียง พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคที่เคยได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากพี่น้องประชาชน สิ่งเหล่านี้จึงเป็นองค์ประกอบรวมกันว่า เมื่อเราอยากจะทำหน้าที่ช่วยชาติบ้านเมืองได้ มีสถาบันการเมืองหรือพรรคการเมืองที่วันนี้ยังเป็นพรรคการเมือง และที่สำคัญบทบาทของพรรคนี้คือพรรคฝ่ายค้าน นี่คือเหตุผลว่าทำไมเรายังทุ่มเทช่วยพรรคพลังประชารัฐ

การทำการเมืองของแต่ละคนมีเป้าหมายไม่เหมือนกัน สิ่งหนึ่งที่เราแสดงออกอย่างชัดเจนก็คือ เราไม่คิดจะทิ้งกันในยามยากลำบาก คนเราต้องรู้จักว่า ยามดี ก็ต้องดีด้วยกัน ยามยากลำบากเราก็ต้องเห็นใจซึ่งกันและกัน ถ้าทุกคนคิดถึงแต่ตัวเองว่า กระโดดไปที่อื่นแล้วมันดีกว่าที่นี้ แล้วต่อไปเราจะบอกลูกหลานของเราอย่างไรว่า นี่คือนักการเมือง หรือสถาบันการเมืองแบบที่ควรจะเป็นในอนาคต

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์

เมื่อเราตัดสินใจมาทำงานการเมือง เราไม่ได้เริ่มจากว่าเราจะได้หรือเป็นอะไร แต่เราควรจะทำงานการเมืองเพื่อเป็นต้นแบบ หรือเป็นตัวอย่างให้กับคนรุ่นหลังที่อยากทำงานการเมือง

วันนี้ ถึงคนจะมองว่า พรรคพลังประชารัฐกำลังเผชิญกับปัญหารุมเร้า ยอมรับว่ามีคนชวนผมให้ไปร่วมงานด้วยเยอะ แต่ผมมองตรงข้ามว่า วันนี้คือวันที่ยากลำบาก เรามีโอกาสช่วยได้ต้องช่วยกัน เมื่อบ้านไฟไหม้ เราต้องช่วยกันดับ ไม่ใช่โดดหนีไฟไปก่อน

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์