สรชาติ วิชย สุรรณพรหม สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระบุถึงมติคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) รับคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา(สว.) เป็นคดีพิเศษ ในฐานความผิดฟอกเงินว่า ประเด็นฟอกเงินเป็นอำนาจของดีเอสไอ ตามกรอบคือ ต้องมีวงเงินทั้งกระบวนการ จำนวน 300 ล้านบาท และการเลือก สว. ไม่เหมือนกับคดีแชร์ลูกโซ่ ดังนั้นดีเอสไอต้องตรวจสอบให้ไ้ด้ว่าเงินมาจากไหน หากตรวจสอบไม่ได้ หรือยอดเงินไม่ถึงเท่ากับว่าไม่เข้าข่าย การสอบสวนต้องยุติ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีการฮั้วเกิดขึ้น และไม่มีอะไรที่เข้าข่ายเป็นหลักฐาน
“การตรวจสอบเส้นทางการเงินต้องหาให้ได้ว่ามาจากไหน มีหลักฐานที่มา ซึ่งพวกเรามั่นใจว่าไม่มีหลักฐานที่ถึงจำนวนดังกล่าว และมั่นใจว่าไม่มีการฮั้ว เพราะสว.ปัจจุบันที่ถูกกล่าวหานั้น ไม่มีพฤติกรรมอะไร แต่พวกสอบตก หรือพวกที่มาร้อง คือ พวกที่ทำแล้วทำคะแนนไม่ได้จึงมาร้อง ดังนั้นจึงมาร้องว่าคนอื่นฮั้ว เป็นคนที่วางแผนเข้ามา ทั้งนี้คนกลุ่มดังกล่าวเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่ปิดห้องลับ จำนวน 400 คน และยังมีที่อื่นๆ อีก ซึ่งเป็นคนกลุ่มปลายแถวที่จัดฮั้วแต่เมื่อทำไม่สำเร็จจึงมาร้อง ดังนั้นจึงเป็นเกมของผู้แพ้”
— สว.สรชาติ กล่าว
ส่วนรายชื่อพยานของดีเอสไอที่หลุดมา 1,200 ชื่อ สว.สรชาติ มองว่าเป็นการสร้างหลักฐานเพื่อให้เชื่อมโยงและให้มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น และโพยที่กล่าวหาเชื่อว่าสามารถทำย้อนหลังได้หมด แต่เป็นหลักฐานไม่ได้ ยกเว้นนำไปตรวจดีเอ็นเอ หรือพิสูจน์ลายมือได้ว่าเป็นของใคร
เมื่อถามว่าใน 1,200 รายชื่อ พบชื่อของ สว.สรชาติ ด้วย มีความกังวลหรือไม่ สว.สรชาติ ระบุว่า ไม่กังวล เพราะไม่ได้ฮั้ว ส่วนโพยทุกคนต้องมี เพราะไม่รู้จักกันทั่วถึง ดังนั้นต้องทำการบ้านมาก่อน ไม่ใช่ให้นึกในห้องประชุม
ส่วนที่เชื่อมโยงว่าเรื่องนี้มีการเมืองอยู่เบื้องหลัง เพราะต้องการเปลี่ยนสีเสื้อของสว. สว.สรชาติ ระบุว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะสว.ไม่มีสีเสื้อ ไม่มีข้อบังคับให้อยู่กับกลุ่มใด ทุกคนทำงานอิสระ การทำงานของสว. ที่ผ่านมา มีอิสระไม่ใช่โหวตตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก
เมื่อถามย้ำว่ามีการวิเคราะห์ว่าเหตุที่ต้องเปลี่ยนสี สว. เพราะเกี่ยวกับการตัดสินใจเลือกองค์กรอิสระ สว.สรชาติ ตอบว่า การเลือกองค์กรอิสระจะมี กมธ. ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ ซึ่งที่ผ่านมากมธ.ตรวจสอบได้ให้สว.แถวหนึ่ง คือ ระดับประธานกรรมาธิการสามัญ เข้ามาพิจารณา แต่ปัจจุบันพบว่ามี สว.แถวสอง ซึ่งเป็นระดับเลขานุการกมธ.สามัญเข้ามาทำหน้าที่และจะมีสลับให้ สว.คนอื่นๆ ได้เข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งเป็นการไปตามกระบวนการ ส่วนการลงมติเลือกเป็นไปตามกรอบความคิดของสว.เอง




