สรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีรัฐบาลประกาศยุบสภาท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ยังคงมีเหตุปะทะต่อเนื่องว่า ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เพราะกระแสการยุบสภามีมาอย่างต่อเนื่อง และจุลพัลธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้กำชับลูกพรรคให้มีความพร้อมลงพื้นที่ และกรรมการบริหารพรรคต้องพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง
พรรคเพื่อไทยไม่ได้แปลกใจอะไร แต่รู้สึกเป็นห่วงประชาชน ซึ่งผมเป็น สส.พื้นที่ชายแดน ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ 100% แล้ว แต่ได้รับการดูแลที่ยังไม่ทั่วถึง นี่คือสิ่งที่ประชาชนสะท้อนมายังผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นการยุบสภาหากถามว่ามีผลต่อประชาชนในศูนย์อพยพหรือไม่ ผมมองว่าไม่มี เพราะทางจังหวัดดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว
สรวงศ์ ยังเชื่อว่า การยุบสภาไม่ส่งผลต่อขวัญและกำลังใจของแนวหน้า พร้อมระบุว่า การที่ประเทศไทยอยู่ในภาวะเช่นนี้ โดยเฉพาะ 7 จังหวัดชายแดน เจ้าหน้าที่โดยเฉพาะทหารหาญก็ทำงานอย่างเต็มที่อยู่แล้ว
ส่วนเมื่อถามถึงการจัดการเลือกตั้งในพื้นที่ชายแดน? สรวงศ์ กล่าวว่า “เป็นหนึ่งในประเด็นที่ได้พูดคุยกับ จุลพันธ์เมื่อคืนที่ผ่านมา เพราะการเลือกตั้งทั่วไปไม่เหมือนการเลือกตั้งซ่อม ซึ่งจะต้องเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งประเทศ แต่ 7 จังหวัดที่มีการสู้รบกันอยู่อาจเป็นประเด็น แต่ต้องดูว่ากฤษฎีกาเลือกตั้งจะออกเมื่อไหร่ และมีการเลือกตั้งวันไหน เหตุการณ์จะบานปลายไปจนถึงตอนนั้นหรือไม่ ซึ่งมองว่าต้องแยกกันคนละส่วน เมื่อกฤษฎีกาออกกำหนดวันเลือกตั้งชัดเจน ต้องไปดูหน้างานอีกทีว่าวันที่ลงคะแนนสถานการณ์ยังแย่อยู่หรือไม่”
เมื่อถามว่าจำเป็นต้องมีแผนสำรองรองรับในพื้นที่ชายแดนหรือไม่? สรวงศ์ กล่าวว่า “ผมไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ต้องถามไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าหากถึงวันเลือกตั้งจริงๆ แล้วเหตุการณ์ 7 จังหวัดชายแดนยังวิกฤติอยู่ จะมีการปฏิบัติอย่างไร”
ทั้งนี้ รู้สึกหนักใจในฐานะที่เป็นผู้แทนจังหวัดชายแดน อย่างไรผมยังเป็นผู้แทนอยู่ ถึงจะไม่มีสภาฯ แต่ยังทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชน และยังดูแลประชาชนได้อยู่ จะทำงานควบคู่กับการหาเสียง




