โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ภายหลัง พริษฐ์ วัชรสินธุ และ ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่าการที่รัฐมนตรีเลื่อนตอบกระทู้ถาม เป็นการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสภาฯ ในประเด็น “การฮั้ว สว.” พร้อมสอบถามว่าประธานสภาฯ จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างไร
โสภณ ระบุว่า “การตั้งกระทู้ถามสด รัฐมนตรีมีสิทธิ์เลื่อนได้ และเพื่อประโยชน์ของสภาฯ ในสัปดาห์ถัดไปให้สมาชิกตั้งกระทู้ถามกลับเข้ามาอีกครั้ง ซึ่งโดยปกติแล้วใน 1 สัปดาห์ จะมีกระทู้ถามสดเพียง 3 กระทู้ หากจะยกกระทู้ของ พริษฐ์ กลับมาถามอีกครั้ง ส่วนนี้ต้องนำมาพูดคุยกับวิป 2 ฝ่าย”
ส่วนการตั้งคำถามว่า สภาฯ จะสามารถตรวจสอบการถ่วงดุลฝ่ายบริหารได้ดีกว่านี้หรือไม่นั้น โสภณ ชี้แจงว่า ตามข้อบังคับการประชุมเขียนไว้ว่า “สามารถเลื่อนตอบกระทู้ได้” ส่วนจะให้ประธานสภาฯ ไปบังคับฝ่ายบริหารมาตอบกระทู้นั้นไม่สามารถทำได้ จึงเสนอทางออกให้สมาชิกตั้งกระทู้ใหม่อีกครั้ง ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับ เรื่องนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ต่อไปอาจจำเป็นต้องแก้ไขข้อบังคับการประชุม
ส่วนสาเหตุที่รัฐมนตรีไม่สามารถเข้าตอบกระทู้ ก็ไม่สามารถก้าวล่วงได้ว่ามีเหตุความจำเป็นอย่างไร เพราะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละฝ่าย
ประธานสภาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การมี 3 เสาหลักก็เพื่อถ่วงดุลอำนาจ ซึ่งแต่ละสถาบันได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนตามที่กฎหมายบัญญัติ ดังนั้นการจะให้ผมส่งหนังสือสอบถามรัฐมนตรีว่ามีภารกิจหรือวาระการทำงานอย่างไรนั้น ส่วนนี้รัฐสภาไม่เคยทำมาก่อน ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือการนำเรื่องนี้มาหารือในที่ประชุมวิปสองฝ่าย”
พร้อมย้ำว่า “ภาระหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารได้แบ่งอำนาจกันชัดเจน หากสมาชิกมองว่ารัฐมนตรีหลีกเลี่ยงการมาตอบกระทู้ สามารถยื่นสอบจริยธรรม หรือนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจได้”
ดังนั้นการมาคาดคั้นแล้วบอกให้ผมทำประโยชน์ให้สภาฯ นั้น ต้องยืนยันว่าการทำงานต้องเป็นไปตามข้อบังคับ ซึ่งตามข้อบังคับการประชุม กระทู้ถามสดมีเพียง 3 กระทู้ ดังนั้นรัฐบาลต้องลดกระทู้ลง 1 กระทู้ และให้เป็นกระทู้ของฝ่ายค้านทั้งหมด ตามข้อเสนอของฝ่ายรัฐบาล




