‘ศรีสุวรรณ’ ยื่น กกต. ชงศาล ยุบ ปชน. ปม Spectre C โยงพรรค-บุคคล-ทำไอโอส้ม

17 ก.พ. 2569 - 14:20

  • ‘ศรีสุวรรณ’ ยื่น กกต. ชงศาลฯ ยุบ ‘พรรคประชาชน’ อ้างทำไอโอผ่าน Spectre C ชี้หลักฐานมัดตัวทั้งสถานที่ตั้ง-ตัวบุคคล ถาม ‘ช่อ พรรณิการ์’ ออกมาแก้ต่างให้ในฐานะอะไร ขนาดตัวแทนของบริษัทฯ ยังไม่เคยออกมาพูดชี้แจงใดๆ

‘ศรีสุวรรณ’ ยื่น กกต. ชงศาล ยุบ ปชน. ปม Spectre C โยงพรรค-บุคคล-ทำไอโอส้ม

ศรีสุวรรณ จรรยา ประธานองค์การรักชาติรักแผ่นดิน เดินทางมายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อให้ยุบพรรคประชาชน จากกรณีที่ ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยข้อมูลภายในพรรคประชาชนเกี่ยวกับการจัดทำปฏิบัติการข้อมูลข่าว สาร (IO) เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง ผ่านบริษัท Spectre C

ศรีสุวรรณ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชนอย่างมากและสื่อมวลชนนำประเด็นดังกล่าวไปเจาะลึกถึงที่มาที่ไป ว่าอยู่ในสำนักงานเดียวกันกับสถานที่ตั้งของพรรคประชาชน จึงทำให้สงสัยว่าสมาชิกพรรคหรือผู้บริหารของพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวหรือไม่ หรืออาจเป็นการล่วงล้ำไปถึงการปฎิบัติการ IO ให้กับพรรคด้วยหรือไม่

เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา สังเกตเห็นได้ว่าสมาชิกพรรค ผู้บริหารของพรรค  กรรมการบริหาร ผู้สมัคร สส.พรรคที่ไปออกรายการทีวีหรือสื่อต่างๆ และดูเหมือนว่าพรรคประชาชนจะได้รับเสียงโหวตอย่างมากล้นผิดสังเกต จนกระทั่งมีสื่อสำนักหนึ่งย่านบางนา ออกมาบอกว่าการโหวตมีความผิดปกติ จึงต้องยกเลิกการโหวตไป ถือเป็นประจักษ์พยานอีกประเภทหนึ่ง

ซึ่งเรื่องดังกล่าวในกฎหมายรัฐธรรมนูญเองก็ได้ระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามพรรคการเมือง หรือผู้สมัครพรรคการเมืองเข้ามาถือหุ้นในกิจการสื่อหรือหนังสือพิมพ์ใดๆทั้งสิ้น และหากจะเชื่อมโยงถึงบริษัทที่มารับจ้าง ก็จะเห็นความเชื่อมโยงอย่างมีนัยยะสำคัญ

ทั้งนี้ต่อมาเมื่อมีการเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวออกมา โฆษกพรรคประชาชน ก็ออกมายอมรับว่ามีบริษัทนี้จริง รวมทั้งบุคคลที่ถูกศาลฎีกาพิพากษาว่าผิดจริยธรรมร้ายแรงก็ออกมาตีหน้ากล่าวอ้างเป็นตัวแทน ทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับพรรคประชาชนหรือบริษัทดังกล่าวเลย และออกมาพูดแก้ต่างให้กับบริษัทดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ จึงอาจเข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรค การเมือง มาตรา 20 ได้

รวมทั้งหาก กกต.มีการสืบไต่สวน ไปจน ถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 ถ้ากระบวนการไอโอเข้าไปทำการใส่ร้ายป้ายสี หรือนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ก็อาจจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง มาตรา 73 อนุมาตรา 5 ซึ่งอาจจะนำไปสู่การที่ กกต. สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 92 ยื่นยุบพรรคการเมืองได้

ศรีสุวรรณ กล่าวว่า นอกจากเรื่องไอโอแล้ว วันนี้ตนยังมายื่นให้ตรวจสอบเรื่องการที่พรรคประชาชนทำแบบฟอร์มสมัครสมาชิกพรรค และทุกคนต้องกรอกข้อมูลลับเป็นเลเซอร์ไอดี (Laser ID) บัตรประชา ชน ซึ่งตัวเลข 12 หลักหลังบัตรประชาชนถือเป็นข้อมูลลับและข้อมูลส่วนตัว ฉะนั้นการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดในรัฐธรรมนูญ มาตรา 32 ประกอบมาตรา 25 ที่ห้ามบุคคลใดนำข้อมูลส่วนบุคคลไปแสวงหาผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เช่น กฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองข้อ มูลส่วนบุคคล (PDPA) เพราะฉะนั้นเรื่องนี้นายทะเบียนพรรคการเมืองจะต้องเข้าไปตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพราะจะเชื่อมโยงกับประเด็นแรกที่ได้กล่าวมาข้างต้น ว่าหากนำข้อมูลลับของประชาชนไปใช้ประโยชน์ก็จะเกิดอันตราย เช่น การทำบัญชีม้า

ดังนั้น วันนี้องค์การรักชาติรักแผ่นดินจึงต้องมาร้องกับ กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมืองว่าจะต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น รวมทั้งต้องมีการสืบสวนสอบสวน ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามที่ ธิษะณา ออกมาพูดหรือไม่

เมื่อถามว่าหัวหน้าพรรคประชาชนได้ชี้แจงแล้วว่าได้ดำเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้อง และใช้เพื่อยืนยันตัวตนเท่านั้น ศรีสุวรรณ กล่าวว่า เรื่องที่พรรคประชาชนออกมาชี้แจงก็รับฟัง แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 32 บัญญัติไว้ชัดเจนถึงข้อห้าม เพราะฉะนั้นกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายแม่บทอยู่เหนือกฎหมายใดๆ ทั้งปวง จึงเป็นอำนาจวินิจฉัยของ กกต.ว่าจะเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ ถ้าฝ่าฝืนก็แน่นอนว่ามาตรา 92 รออยู่คือยุบพรรค

ต่อให้ขออนุญาตก็เข้าข่ายกระทำความผิดใช่หรือไม่ ศรีสุวรรณ ยืนยันว่า ใช่

เมื่อถามถึงปฏิบัติการ IO มีจุดไหนที่สุ่มเสี่ยงถึงขั้นยุบพรรคได้ ศรีสุวรรณ กล่าวว่า ถ้ามองเฉพาะหน้าฉาก บริษัทดังกล่าวมีการจดทะเบียนถูกต้องจากกระทรวงพาณิชย์ ตามหนังสือบริคณห์ สนธิ ถ้ามีกรรมการ มีผู้ถือหุ้น แต่ประเด็นคือเรื่องของความเชื่อมโยงของบริษัทดังกล่าวกับพรรคประชาชน ที่บางส่วนก็เคยมารับงานของพรรคประชาชน โดยเฉพาะการรับงานจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง ซึ่งกองทุนดังกล่าวก็มีข้อห้ามชัดเจนอยู่แล้ว ใน พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง

ดังนั้น กกต. และนายทะเบียนพรรคการ เมืองต้องไปตรวจสอบ ว่าบริษัทดังกล่าวที่มีสถานที่ตั้งอยู่ที่เดียวกันกับพรรคประชาชน และมีบุคคลที่ก่อตั้งบริษัทนี้ เข้ามาดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาชน จะมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องวินิจฉัย

ส่วนที่ พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ออกมาชี้แจงแล้วว่าเป็นการแยกขาดออกจากกัน และมีการรับงานสินค้าที่ไม่ใช่งานการเมือง ศรีสุวรรณ กล่าวว่า เข้าใจการแก้ต่างของ พรรณิการ์

“แต่ผมยังสงสัยว่าคุณช่อมีหน้าที่อะไรในบริษัทดังกล่าว รวมทั้งในพรรคประชาชนด้วย ซึ่งอาจจะเป็นแค่ผู้ช่วยหาเสียง แต่ ณ วันนี้การเลือกตั้งจบแล้ว การจะอ้างว่าเป็นผู้ช่วยหาเสียงคงไม่ได้ ทุกอย่างที่คุณช่อพยายามออกมานำเสนอ ต้องดูฐานะของคุณช่อด้วย คุณมาพูดในฐานะอะไร แต่ตัวแทนของบริษัทนี้ไม่เคยออกมาพูด ไม่เคยออกมาชี้แจงใดๆทั้งสิ้น รวมถึงการที่พาสื่อมวลชนไปดูในห้องที่คุณแก้วตากล่าวถึง ไม่ว่าจะเป็นชั้น 4 หรือ 5 ก็มีคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ รวมทั้ง อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และล่าสุดคือคุณช่อ พาไปในฐานะอะไร จึงเป็นคำตอบที่ผมอยากรู้เหมือนกัน” ศรีสุวรรณ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์