แม้เปลี่ยนผ่านรัฐบาล ‘ศบ.ทก.’ ยังอยู่

5 ก.ย. 2568 - 14:13

  • ‘โฆษก ศบ.ทก.’ ยืนยันแม้เปลี่ยนผ่านรัฐบาล ศบ.ทก. ยังปฏิบัติงานต่อเนื่อง

  • ‘กต.’ ชี้พื้นที่หนองจานเป็นเขตอธิปไตยไทย และประณามกัมพูชาเบี่ยงประเด็น

  • ‘ศศิกานต์’ ย้ำเยียวยาผลกระทบชายแดนยังดำเนินต่อเนื่อง ระบบราชการทำงานปกติ

แม้เปลี่ยนผ่านรัฐบาล ‘ศบ.ทก.’ ยังอยู่

พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริโฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) แถลงผลการประชุมศบ.ทก. เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ตึกสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า สถานการณ์โดยทั่วไปในห้วงเวลาที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายยังคงตรึงกำลังในที่ตั้ง โดยสถานการณ์ในภาพรวมยังอยู่ในความสงบเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์สำคัญในห้วงเวลาที่ผ่านมา สำหรับประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยวิสามัญครั้งที่ 2/2568 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 7-10 ก.ย.นี้ ที่จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามพันธะกรณีและเพื่อความต่อเนื่องจากการประชุมจีบีซี เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา

โดยวาระและเนื้อหาในการประชุม ขึ้นอยู่กับการตกลง และการพิจารณาของ สมช. ที่จะมีขึ้นในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ทั้งนี้ขอเน้นย้ำว่าในการประชุมจีบีซี เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความตึงเครียดในห้วงเวลาที่ผ่านมา โดยสันติวิธีเพื่อให้ประชาชนทั้ง 2 ฝ่ายกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวถึงกรณีที่ประชาชนมีความห่วงใย บทบาทหน้าที่ของศบ.ทก. จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลนั้น ตนขอให้ความมั่นใจและความเชื่อมั่นกับประชาชนว่า ความมั่นคงการปฏิบัติด้านความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายแดนไทย-กัมพูชา และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เรามีกฎหมายรับรอง และรองรับอยู่แล้ว

โดยได้มีการมอบอำนาจให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ตลอดจนผู้บัญชาการเหล่าทัพ แม่ทัพภาค ผู้บัญชาการกองกำลังต่างๆ ในพื้นที่ทั่วประเทศ สามารถดำเนินการได้ตามตัวบทกฎหมาย โดยมีกฎการใช้กำลังที่มีขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจน และมีกฎหมายรองรับตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551

ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ศบ.ทก. ก็ยังยืนยันดำเนินการ ถึงแม้ว่าจะมีบทบาทน้อยลง แต่การปฏิบัติของกระทรวงกลาโหม กองทัพ และหน่วยงานความมั่นคงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีกลไกรองรับในทุกสถานการณ์ทุกกรณี

พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ

ด้าน มาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ในเรื่องการใช้พลเรือนสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย ตามที่ปรากฏเป็นข่าวการประท้วงของประชาชนกัมพูชา ที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ประท้วงรัฐบาลไทย ซึ่งสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้นำข้อความดังกล่าวโพสต์ในโซเชียลมีเดียของตน อ้างว่าการดำเนินการของฝ่ายไทยสร้างความเดือดร้อนให้ชุมชนกัมพูชาในพื้นที่ ซึ่งที่จริงแล้วเป็นพื้นที่อยู่ในเขตไทย กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงตอบโต้ในเรื่องนี้แล้ว

และขอเรียนย้ำว่ามาตรการและการดำเนินการต่างๆ ของรัฐบาลอยู่ในเขตอธิปไตยของไทยโดยสมบูรณ์ โดยดำเนินการตามกฎหมายไทยที่สอดคล้องกับหลักสากลและหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งกระบวนการทุกขั้นตอนทำอย่างรอบคอบผ่านการพิจารณาจาก ศบ.ทก. และผ่านความเห็นชอบจาก สมช. แล้ว

ทั้งนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ กัมพูชาพยายามเบี่ยงเบนประเด็นโดยการกล่าวอ้างซ้ำๆ ว่าประชาชนของตนอยู่ในพื้นที่มายาวนานโดยไม่เคารพข้อตกลงและพันธกรณีระหว่างประเทศใดๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะพื้นที่ดังกล่าวเป็นดินแดนและเขตอธิปไตยของไทย ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้นำพลเรือนออกมาอยู่แนวหน้า โดยบางส่วนได้มีการถืออาวุธพร้อมใช้คำยั่วยุ และพยายามขับไล่ทหารไทยที่รักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ดังนั้นการดำเนินการของไทยทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นสิทธิ์ที่ชอบธรรมของไทยในการปกป้องอธิปไตย

ยิ่งไปกว่านั้น กัมพูชาไม่เคารพข้อตกลงหยุดยิง และกรอบข้อตกลงคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ถือว่าไม่ยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่สร้างสรรค์ และเป็นการบั่นทอนบรรยากาศสันติภาพอย่างร้ายแรง ไทยขอประนามพฤติกรรมเหล่านี้ และขอย้ำอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลไทยไม่มีนโยบายทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างที่กัมพูชากระทำอยู่ และกองทัพไทยยังตรึงกำลังอย่างอดทนอดกลั้นตามมาตรการที่ได้เตรียมไว้ พร้อมแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย และปกป้องอธิปไตยบนพื้นฐานข้อเท็จจริงและตามกฎหมายของประเทศ

ไทยขอเรียกร้องให้กัมพูชายุติการปลุกระดม การจัดฉาก ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียดในขณะนี้และการสร้างสันติภาพที่แท้จริง อยากให้กัมพูชาเลือกเส้นทางที่จริงใจและมีความรับผิดชอบเพื่อให้ประชาชนสองประเทศอยู่ร่วมกันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

มาระตี นะลิตา อันดาโม

มาระตี กล่าวด้วยว่า กัมพูชายังคงมีการเผยแพร่ข่าวปลอมบิดเบือนข้อมูลต่อเนื่อง ทั้งจากสื่อภาครัฐและออนไลน์ และการปิดกั้นไม่ให้ประชาชนกัมพูชาเข้าถึงข้อมูลเว็บไซต์ฝ่ายไทย ซึ่งน่าเป็นห่วง แต่ฝ่ายไทยจะไม่ตอบโต้ด้วยข่าวบิดเบือนหรือแสดงละครเพื่อหลอกลวงนานาประเทศ แต่จะยืนยันข้อเท็จจริงด้วยหลักฐานที่พิสูจน์ได้ และหลักการระหว่างประเทศที่ประชาคมโลกยอมรับตามความจริงและความถูกต้องเพื่อนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน

หวังว่าในการประชุม GBC ที่จะถึงนี้กัมพูชาจะมีความจริงใจ และความตั้งใจที่จะพูดคุยแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างสันติภาพระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศอย่างจริงจัง

มาระตี นะลิตา อันดาโม

ขณะที่ ศศิกานต์ วัฒนจันทร์รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลขอยืนยันว่าแม้จะอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนผ่านทางการเมือง แต่การดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาครั้งนี้จะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ได้ทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจัดสรรงบประมาณผู้เยียวยาผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบทุกท่าน รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของชาติทุกท่านอย่างดีที่สุด

และถึงแม้จะเป็นช่วงรอยต่อทางการเมืองของรัฐบาล ขอให้ประชาชนทุกคนมั่นใจว่าการช่วยเหลือและการเยียวยาจะไม่สะดุด รัฐบาลจะเดินหน้าภารกิจนี้อย่างเต็มกำลังเพื่อปกป้อง ดูแล และฟื้นฟูจนกว่าประชาชนทุกคนจะกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์

ขณะเดียวกัน รัฐบาลขอให้ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาคแรงงาน และนักลงทุนมั่นใจได้ว่าระบบการทำงานของเราจะยังดำเนินการไปอย่างปกติ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง สำหรับประชาคมระหว่างประเทศ รัฐบาลขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าอธิปไตยของชาติจะได้รับการปกป้อง ประชาชนของเราจะได้รับการคุ้มครอง และประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมเพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค

สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ คือ พลังเอกภาพของคนไทย เพราะเมื่อประชาชนเข้มแข็ง บ้านเมืองมีเอกภาพ ประเทศชาติจะมั่นคงและสามารถป้องกันภัยคุกคามต่างๆ ได้ ท้ายที่สุดรัฐบาลขอยืนยันเจตนารมณ์ว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ดูแลประชาชนทุกคนด้วยความทุ่มเทอย่างเต็มที่ และความรักชาติ และพลังความสามัคคีของไทย คือพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้ประเทศก้าวผ่านทุกวิกฤต ภายใต้พระบารมีแห่งพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจ และหลักชัยแห่งความมั่นคงของชาติไทย

ศศิกานต์ วัฒนจันทร์

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


แม้เปลี่ยนผ่านรัฐบาล ‘ศบ.ทก.’ ยังอยู่