มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ร่วมกับ ดีโหวต (D-vote) เปิดเผยผลการวัดคะแนนนิยมของพรรคการเมือง เพื่อประเมินความพึงพอใจและการตอบสนองความคาดหวังของประชาชน ด้วยประเด็น “หากมีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้งในวันนี้ คุณจะเลือกพรรคใด” ประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2566 โดยสำรวจระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค. 2566 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกช่วงอายุ ภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,168 ตัวอย่าง ค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0 พบว่าพรรคที่ชนะการเลือกตั้งสูงสุด 6 อันดับแรก มีอัตราการเปลี่ยนแปลงของคะแนนนิยมเฉลี่ย (เฉลี่ยจากบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขตนำมาคำนวนเป็นร้อยละ) จากผลการเลือกตั้ง 2566 และจากการวัดความนิยมครั้งล่าสุด (22-24 ส.ค. 2566)
โดยพรรคที่ได้ความนิยมเพิ่มขึ้นไปหาน้อยลงตามลำดับดังนี้
- พรรคก้าวไกล : เพิ่มขึ้นจากผลการเลือกตั้ง ร้อยละ 29.60 (ลดลง จากการวัดผลครั้งที่แล้วร้อยละ 20.19) โดยหากมีการเลือกตั้งใหม่วันนี้ ประเมินว่าจะได้ 196 ที่นั่ง
- พรรครวมไทยสร้างชาติ : เพิ่มขึ้นจากผลการเลือกตั้ง ร้อยละ 15.78 (เพิ่มขึ้น จากการวัดผลครั้งที่แล้วร้อยละ 16.72) โดยหากมีการเลือกตั้งใหม่วันนี้ ประเมินว่าจะได้ 42 ที่นั่ง
- พรรคภูมิใจไทย : เพิ่มขึ้นจากผลการเลือกตั้ง ร้อยละ 8.72 (เพิ่มขึ้น จากการวัดผลครั้งที่แล้วร้อยละ 5.06) โดยหากมีการเลือกตั้งใหม่วันนี้ ประเมินว่าจะได้ 77 ที่นั่ง
- พรรคเพื่อไทย : ลดลงจากผลการเลือกตั้ง ร้อยละ 25.18 (เพิ่มขึ้น จากการวัดผลครั้งที่แล้วร้อยละ 98.20) โดยหากมีการเลือกตั้งใหม่วันนี้ ประเมินว่าจะได้ 106 ที่นั่ง
- พรรคพลังประชารัฐ : ลดลงจากผลการเลือกตั้ง ร้อยละ 31.03 (ลดลง จากการวัดผลครั้งที่แล้วร้อยละ 26.62) โดยหากมีการเลือกตั้งใหม่วันนี้ ประเมินว่าจะได้ 28 ที่นั่ง
- พรรคประชาธิปัตย์ : ลดลงจากผลการเลือกตั้ง ร้อยละ 58.88 (ลดลง จากการวัดผลครั้งที่แล้วร้อยละ 54.31) โดยหากมีการเลือกตั้งใหม่วันนี้ ประเมินว่าจะได้ 10 ที่นั่ง

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล ถึงจะยังมีคะแนนนิยมลดลง เมื่อเทียบกับผลการเลือกตั้ง แต่มีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับการวัดผลครั้งที่แล้วมากที่สุด สะท้อนถึงการตอบสนองของประชาชนต่อนโยบายและการทำงานของรัฐบาลในเชิงบวกในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ในขณะที่พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นแกนนำฝ่ายค้าน ถึงจะยังมีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับผลการเลือกตั้ง แต่มีคะแนนนิยมลดลงเมื่อเทียบกับการวัดผลครั้งที่แล้ว อาจเป็นผลจากปัญหาด้านบุคลากรของพรรค และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีคะแนนนิยมลดลงเมื่อเทียบกับการวัดผลครั้งที่แล้วมากที่สุด อาจเป็นผลจากปัญหาภายในพรรคที่มีมาอย่างต่อเนื่องและผลตอบสนองต่อกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่

ทางศูนย์สำรวจความคิดเห็นฯ ยังได้ทำการสำรวจเบื้องต้นในประเด็น “ผลงานใดของรัฐบาลเศรษฐาในรอบ 100 วัน ที่คุณประทับใจมากที่สุด? (เลือกได้สูงสุด 3 ตัวเลือก)” (ระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค. 2566 กระจายทุกช่วงอายุ ภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 326 ตัวอย่าง ค่าความเชื่อมั่นร้อยละ 90.0) โดยผลงานที่ผู้ตอบแบบสำรวจประทับใจมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ
- ลดค่าไฟ : ร้อยละ 25.92
- ลดราคาน้ำมัน : ร้อยละ 18.15
- ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท : ร้อยละ 15.20
- แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบ : ร้อยละ 7.04
- พักหนี้เกษตรกร : ร้อยละ 5.92

สำหรับประเด็น “คุณพอใจในผลงานของรัฐบาลเศรษฐาในภาพรวม หรือไม่?” ผู้ตอบแบบสำรวจ ระบุว่า
- พอใจมาก : ร้อยละ 23.14
- ค่อนข้างพอใจ : ร้อยละ 20.95
- ค่อนข้างไม่พอใจ : ร้อยละ 27.11
- ไม่พอใจมาก : ร้อยละ 22.69
- ไม่รู้ / ไม่แน่ใจ : ร้อยละ 6.10

ทั้งนี้ ระบบได้เปิดให้ผู้ตอบแบบสำรวจพิมพ์ตอบอย่างอิสระถึงประเด็นที่อยากฝากไปถึงรัฐบาล โดยระบบ AI สรุปประเด็นได้คือ อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญของการจัดการปัญหาเศรษฐกิจและความยากจน, สร้างโอกาสและช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาส, เรียกร้องให้มีการปรับปรุงในด้านการศึกษาและสาธารณสุข ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนา, อยากให้รัฐบาลเข้าใจและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง รวมถึงแสดงความหวังในการทำงานและการรับมือกับปัญหาต่างๆ ของรัฐบาล




