เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยในรายการ ‘คุยกับเศรษฐา’ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ถึงของฝากจากประชาชน ในการลงพื้นที่ว่า ส่วนมากเป็นผลิตภัณฑ์ศิลปะต่างๆ อย่างเช่น ไปเพชรบุรีมา ประชาชนให้ผ้าพันคอเป็นผ้าเพ็ชรราชวัตร คล้ายๆ ผ้าลินินสวยมากสวยจริงๆ ทุกคนเห็นแล้วร้องว้าวหมด
นายกฯ กล่าวว่า ยังมีผ้าดอนกลอย เมื่อครั้งที่ตนเองไปฝรั่งเศสกับอิตาลีได้นำไปแจก และทำมาแจกทูตานุทูตทั่วประเทศ ซึ่งตนเองได้ไปดูวิธีการย้อม คือจริงๆ แล้ว ครามใช้เป็นใบย้อมออกมาทีแรกก็เป็นสีเขียวพอสะบัดๆ ก็กลายเป็นสีน้ำเงินเหมือนกางเกงยีนส์ เมื่อเดือนที่แล้วไป ZEGNA มาไปอิตาลีมาไปเจอกับ CEO ก็นำของไปให้เขาดูมีหลายๆ อย่าง โดยได้บอกเขาว่าเราอยากจะผลักดัน เขาก็บอกยินดี
นายกฯ กล่าวต่อไปว่า ยังมีผืนที่ไปผูกให้กับท่านประธานาธิบดีฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสีธงชาติฝรั่งเศสเหมือนธงไทยแดงขาวน้ำเงิน ถือว่าฝรั่งเศสเป็นเมืองแห่งแฟชั่น อย่างน้อยเราก็มีความภาคภูมิใจ ไม่ได้อายอะไร ผูกด้วยความภาคภูมิใจ
นายกฯ ระบุว่า นอกจากผ้าพันคอ ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น กระเป๋ากระจูดรายา จากนราธิวาส ซึ่งจำได้ที่ฝรั่งเศสกำลังจะไปประชุมพอดี นำเอาผ้าขาวม้ามาพาดแล้วดูเก๋เท่ ทำให้ทุกคนสนใจมาก
นายกฯ กล่าวย้ำว่า ทั้งหมดเป็นผ้าที่ชาวบ้านให้ ไม่ได้ไปแอบซื้อ พอกลับมาแต่ละที่ ก็จะเลือกเก็บไว้ให้มีความหลากหลาย บางชิ้นก็ซ้ำเพราะว่าหมู่บ้านเดียวกันสีคล้ายๆ กันมาก ก็จะเลือกสีเด่นๆ ออกมา นำไปใช้ นำไปโชว์ให้ต่างประเทศเห็นถึงความสวยงาม ผลักดันสินค้าจากฝีมือของชาวบ้านให้ต่างชาติได้เห็น
นายกรัฐมนตรี ยังได้ถึงการปูพื้นฐานอีก 3 ปีจากนี้ประเทศไทยจะเป็นอย่างไรว่า ประเทศไทยจริง ๆ แล้ว เหมือนกับเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงมาก เหมือนรถที่ยังไม่วิ่งเต็มสูบ เหมือน Ferrari 12 สูบ แต่วิ่งอยู่แค่ 6-7 สูบเท่านั้น แล้ว 6-7 สูบเราก็เดินหน้ากันเต็มที่ แต่เราก็ต้องค่อย ๆ ทำกันไป เพราะอย่างที่บอกมีหลายเรื่อง ไม่ใช่ทำเองได้ ตัดสินใจภายในคนเดียวได้ มีทั้งพรรคร่วมรัฐบาล มีฝ่ายตรวจสอบ มีทั้งรัฐสภา มีทั้งข้าราชการ มีทั้งเอ็นจีโอ ซึ่งในหลาย ๆ Initiatives ก็เป็น Initiatives ที่อาจจะมีคนแย้งบ้าง ก็ต้องทำเรื่องของประชาพิจารณ์ เป็นอะไรที่มีคนมีข้อกังขาเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนบ่นเรื่องค่าไฟแพง ค่าไฟที่ถูกที่สุดคือพลังงานนิวเคลียร์ พูดมาตรงนี้ทุกคนก็บอกว่าอยากได้หมด แต่ว่าอย่ามาอยู่บ้านฉันนะ ไปอยู่บ้านคนอื่นก็แล้วกัน อย่างนี้เป็นต้น ตนเองก็เริ่มต้นทำการค้นคว้าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจกับประชาชน ว่านี่คือเรื่องที่เรากำลังดูอยู่ และก็มีหลายๆ เรื่อง เช่น Entertainment complex ซึ่งเป็นธุรกิจสีเทาดำ อยู่ใต้ดินเป็นล้านล้าน เราจะยอมให้มีธุรกิจแบบนี้อยู่ต่อไปหรือ หรือเราจะยกมาบนดิน ก็ยอมรับไปแล้วก็เก็บภาษีให้ถูกต้อง และควบคุมด้วยความประพฤติ ควบคุมเรื่องอาชญากรรมได้ ตนเองคิดว่าถึงเวลาหรือยังที่ประเทศต้องยอมรับเรื่องพวกนี้ ประเทศอื่นเขาก็มีแล้ว




