เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ระบุว่า ขอบคุณคุณอนุทินที่ให้เกียรติเรียกผมว่าพี่และให้ข้อคิดกับรุ่นน้องทางการเมืองอย่างผม
แต่ผมต้องขอแย้งในสิ่งที่คุณหนูบอกว่าผมเปลี่ยนไปเยอะ ผมยังยืนยันว่าผมยังเป็น เศรษฐา ทวีสินคนเดิม ที่ไม่โจมตีตัวบุคคล (Individual) มาโดยตลอดตั้งแต่อยู่ในภาคธุรกิจ และผมยืนยันหลักการที่ไม่ว่ายังไง เราต้องพูดเรื่อง ‘ความ’ หรือ ‘การกระทำ’ (Action) ได้ หาก ‘การอ(กระทำ)’ เหล่านั้นส่งผลลบต่อสังคม
ในช่วงที่ผ่านมาที่ผมลงพื้นที่ ผมสัมผัสถึงความทุกข์ใจของพี่น้องประชาชนด้วยตนเอง พวกเขาแสดงความไม่พอใจกับภาพ ‘การ’ ปล่อยให้เกิดภาพนักเรียนอายุ 10 ขวบสูบกัญชาหรือ ‘การ’ เกิดปัญหายาเสพติดอื่นๆ มากขึ้นในชุมชนต่างๆ ซึ่งเป็นภาพที่ผมและพี่น้องประชาชนจำนวนมากรับไม่ได้ และไม่อยากเห็นอนาคตของลูกหลานใช้ชีวิตในบ้านเมืองแบบนี้ ผมได้แต่หวังว่าคุณหนูจะเห็นปัญหาที่ประชาชนเห็นเหมือนกับผม
ที่คุณหนูได้บอกว่านักธุรกิจที่เข้าสู่การเมืองหลายคนไม่ประสบความสำเร็จ ผมเองในฐานะอดีตนักธุรกิจที่อาสาเข้ามาทำงานการเมือง ความสำเร็จของผมคือประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน และการสร้างอนาคตที่ดีเพื่อส่งต่อให้กับลูกหลาน ผมไม่รู้ว่าความประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จของคุณหนูจะเหมือนกับผมหรือไม่
โดยส่วนตัว ผมไม่ใช่คนที่จะไปขัดแย้งกับใคร เศรษฐา ทวีสิน เชื่อในการพูดคุย รับฟัง เพื่อประโยชน์ที่สูงที่สุดของพี่น้องประชาชน
ผมก็พร้อมที่จะขัดแย้ง ที่อาจทำให้ทางเดินทางการเมือง ‘แคบลง’ เพื่อ ‘เปิดกว้าง’ อนาคตให้กับลูกหลาน มากกว่าที่จะเกรงใจคนนั้นคนนี้เพื่อ ‘เปิดกว้าง’ ทางการเมืองแต่ทำให้ทางออกอนาคตของลูกหลานพวกเรา ‘แคบลง’
ช่วงนี้โค้งสุดท้าย ผมขอให้คุณหนูดูแลสุขภาพ เพื่อจะได้ใช้เวลาลงไปพูดคุยกับประชาชน รับฟังเสียงความต้องการของพวกเขา และรอรับฟังฉันทามติจากพี่น้องประชาชนในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้พร้อมกันครับ
เศรษฐา ทวีสิน คนเดิม เพิ่มเติมคือความหวังของพี่น้องประชาชน
แต่ผมต้องขอแย้งในสิ่งที่คุณหนูบอกว่าผมเปลี่ยนไปเยอะ ผมยังยืนยันว่าผมยังเป็น เศรษฐา ทวีสินคนเดิม ที่ไม่โจมตีตัวบุคคล (Individual) มาโดยตลอดตั้งแต่อยู่ในภาคธุรกิจ และผมยืนยันหลักการที่ไม่ว่ายังไง เราต้องพูดเรื่อง ‘ความ’ หรือ ‘การกระทำ’ (Action) ได้ หาก ‘การอ(กระทำ)’ เหล่านั้นส่งผลลบต่อสังคม
ในช่วงที่ผ่านมาที่ผมลงพื้นที่ ผมสัมผัสถึงความทุกข์ใจของพี่น้องประชาชนด้วยตนเอง พวกเขาแสดงความไม่พอใจกับภาพ ‘การ’ ปล่อยให้เกิดภาพนักเรียนอายุ 10 ขวบสูบกัญชาหรือ ‘การ’ เกิดปัญหายาเสพติดอื่นๆ มากขึ้นในชุมชนต่างๆ ซึ่งเป็นภาพที่ผมและพี่น้องประชาชนจำนวนมากรับไม่ได้ และไม่อยากเห็นอนาคตของลูกหลานใช้ชีวิตในบ้านเมืองแบบนี้ ผมได้แต่หวังว่าคุณหนูจะเห็นปัญหาที่ประชาชนเห็นเหมือนกับผม
ที่คุณหนูได้บอกว่านักธุรกิจที่เข้าสู่การเมืองหลายคนไม่ประสบความสำเร็จ ผมเองในฐานะอดีตนักธุรกิจที่อาสาเข้ามาทำงานการเมือง ความสำเร็จของผมคือประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน และการสร้างอนาคตที่ดีเพื่อส่งต่อให้กับลูกหลาน ผมไม่รู้ว่าความประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จของคุณหนูจะเหมือนกับผมหรือไม่
โดยส่วนตัว ผมไม่ใช่คนที่จะไปขัดแย้งกับใคร เศรษฐา ทวีสิน เชื่อในการพูดคุย รับฟัง เพื่อประโยชน์ที่สูงที่สุดของพี่น้องประชาชน
ผมก็พร้อมที่จะขัดแย้ง ที่อาจทำให้ทางเดินทางการเมือง ‘แคบลง’ เพื่อ ‘เปิดกว้าง’ อนาคตให้กับลูกหลาน มากกว่าที่จะเกรงใจคนนั้นคนนี้เพื่อ ‘เปิดกว้าง’ ทางการเมืองแต่ทำให้ทางออกอนาคตของลูกหลานพวกเรา ‘แคบลง’
ช่วงนี้โค้งสุดท้าย ผมขอให้คุณหนูดูแลสุขภาพ เพื่อจะได้ใช้เวลาลงไปพูดคุยกับประชาชน รับฟังเสียงความต้องการของพวกเขา และรอรับฟังฉันทามติจากพี่น้องประชาชนในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้พร้อมกันครับ
เศรษฐา ทวีสิน คนเดิม เพิ่มเติมคือความหวังของพี่น้องประชาชน




