‘เศรษฐา’ ยินดี ‘ทักษิณ’ กลับบ้าน เบรกดราม่า ‘นายกฯ 2 คน’ ย้ำ รธน.นายกฯ คนเดียว

18 ก.พ. 2567 - 14:31

  • ‘เศรษฐา’ ยินดี ‘ทักษิณ’ กลับบ้าน เผยยังไม่มีกำหนดนัดพบเพื่อขอคำแนะนำ

  • เมินคนมองอำนาจบริหารโยกไป ‘จันทร์ส่องหล้า’

  • ขออย่าดราม่านายกฯ 2 คน ย้ำ รธน.ไทยมีนายกฯ คนเดียว

Srettha_congratulates_Thaksin_on_returning_home_SPACEBAR_Hero_1e1526bac0.jpg

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รมว.คลัง) ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดสกลนคร (18 ก.พ.2567) ถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากโรงพยาบาลตำรวจ กลับไปอยู่ที่บ้านพักจันทร์ส่องหล้าแล้ว หลังได้รับการพักโทษ จะมีกำหนดการเข้าไปขอคำปรึกษาในการบริหารประเทศอย่างไรหรือไม่

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่มีเลย แต่ทราบว่านายทักษิณ ได้ออกมาเมื่อเช้านี้ ตนคิดว่าในฐานะพ่อก็ยินดีด้วยเพราะจะได้เจอลูกที่ไม่ได้เจอกันมานาน ไม่ได้อยู่กันอย่างครอบครัวมานาน นายทักษิณกลับมาเข้ากระบวนการทางกฎหมายเรียบร้อย และที่ได้ออกมาก็เป็นไปตามข้อกฎหมายที่กรมราชทัณฑ์ โรงพยาบาลตำรวจ และกระทรวงยุติธรรม เป็นคนเดินเรื่องมาและจบไปแล้ว และก็ได้กลับบ้านแล้ว ตนเชื่อว่าช่วงเวลานี้ นายทักษิณ คงไม่ได้สนใจ เรื่องการเมือง คงอยากจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและรักษาตัวเองอยู่ต่อไปให้ดี หลังจากนั้นก็ค่อยว่ากัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้โทรศัพท์แสดงความยินดีกับ นางสาวแพทองธาร (อุ๊งอิ๊ง) ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) แล้วหรือยัง นายกฯ เศรษฐา กล่าวว่า ยังเลยครับ ไม่มีเวลาเลย และวันนี้ก็มีงาน 7 หมาย แต่เชื่อว่าใจถึงใจอยู่แล้ว ก็ส่งความปรารถนาดีและก็ยินดี และก็เป็นเวลาส่วนตัวของท่านกับครอบครัว เราสนิทกันอยู่แล้ว เรื่องพวกนี้ไม่ต้องโทรหรอก แต่ถ้ามีโอกาสก็จะโทร หากมีประชุมอะไรก็คงเข้าไปแสดงความยินดีด้วย ตนเชื่อว่าเวลาอันมีค่าที่ท่านไม่ได้อยู่ด้วยกันมาเกือบ 20 ปีคงใช้เวลาอันนี้ให้เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด

ส่วนที่มีผู้เห็นต่างออกมาเคลื่อนไหววิพากษ์วิจารณ์โดยมองว่าศูนย์บริหารงานจะเปลี่ยนจากทำเนียบรัฐบาลไปยังบ้านจันทร์ส่องหล้านั้น นายกฯเศรษฐา กล่าวว่า เรื่องความเห็นต่างเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมไทยอยู่แล้ว ตนน้อมรับเรื่องความเห็นต่างอยู่แล้ว และเราต้องพูดคุยด้วยภาษาที่เหมาะสม และยึดมั่นในหลักการ วันนี้ตนเชื่อว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ก็อยู่ตรงนี้ เราเคยอยู่คนละพรรคและเคยอยู่พรรคเดียวกันมาก็คงมีเห็นต่างกันบ้าง แต่โดยรวมก็เห็นตรงกันว่าบ้านเมืองต้องเดินไปข้างหน้าให้ได้ เพราะบ้านเมืองในอดีตเราบอบช้ำกันมาเยอะแล้ว 

นายกฯ เศรษฐา กล่าวอีกว่า วันนี้เราก็มาร่วมกันทำงานเพื่อประเทศชาติ จะเป็นเรื่องของอดีตนายกรัฐมนตรีบางคนหรือหลายๆ ท่าน ซึ่งถ้าท่านจำได้ หลังได้รับการแต่งตั้ง ตนก็เข้าไปพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี อดีตนายกฯ ขอคำแนะนำ และเวลาเจอกันตามงานต่างๆ ก็มีการพบปะพูดคุยกันขอคำแนะนำอยู่แล้ว ตนเชื่อว่าอดีตนายกฯทักษิณพร้อมจะให้คำแนะนำ ตนเชื่อว่าไม่มีใครในรัฐบาลนี้ไม่อยากจะรับคำแนะนำจากท่าน แม้แต่นายอนุทิน เองก็เคยทำงานร่วมกันมาก่อน

“ก็รู้อยู่แล้วว่าท่านมีความปรารถนาดี ประสบการณ์ที่ท่านสะสมมาระหว่างอยู่เมืองนอก และก็เข้ามาสู่กระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งต้องเน้นย้ำว่าถูกต้อง ตรงนี้ก็อย่ามาดราม่ากันเลยว่ามีนายกฯ กี่คนอะไรอย่างไร รัฐธรรมนูญไทยก็ระบุอยู่แล้วว่ามีนายกฯคนเดียว ก็มีคนเดียวก็คือผมนี่แหละครับ” นายเศรษฐา กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้นายกฯ เคยบอกว่าได้เจอ กับ พล.อ.ประยุทธ์ คุยกันประมาณ 1 ชั่วโมง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้คำปรึกษาอะไรพอจะเปิดเผยได้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ท่านบอกว่าสิ่งที่ทำอยู่ก็ดีอยู่แล้ว และก็ต้องมีความอดทนต่อไป อย่างที่ท่านเตือนตอนที่เข้ามา ท่านอาจจะเตือนแรงแต่เต็มไปด้วยความหวังดี ว่ามันไม่เหมือนกันนะ เรื่องธุรกิจกับเรื่องบริหารราชการ ธุรกิจมันก็มีอำนาจเบ็ดเสร็จแต่ว่าราชการต้องพึ่งหลายๆหน่วยงาน 

และนายอนุทินก็เคยเตือนตนตอนที่เข้ามา ว่าพี่ต้องใจเย็นๆ ไม่ใช่ทุกเรื่องจะทำได้เองหมด เช่นเดียวกับพี่น้องสื่อมวลชนก็เคยเตือนตนต้องใจเย็นๆ หน่อยนึง ช้าๆ บ้าง อย่าปากไว ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็เป็นคำเตือนที่ตนไม่เคยแสดงอารมณ์โกรธ เพราะในบางบริบทมันก็เหมาะสม ที่จะต้องได้รับการเตือนและรับฟัง และนำไปพิจารณา

“ผมเองก็ไม่ได้เคลมว่าตัวเองรู้หมดหรือว่าดีหมดทุกอย่าง ถ้าคำแนะนำเหมาะสมและพูดจาแนะนำกันด้วยความปรารถนาดีผมก็น้อมรับจากทุกๆ ท่าน ไม่ใช่อดีตนายกฯ อย่างเดียว จากพี่น้องประชาชนและจากผู้สื่อข่าว ผมมานี่เพิ่งเข้าสู่การเมืองได้แค่ 5-6 เดือนเอง นายอนุทินเองก็ตามผมไปทุกที่ให้คำแนะนำตลอด เมื่อเช้าทาน อาหารก็ยังให้คำแนะนำให้ผมฟัง 10 เรื่อง แต่ผมฟัง 6-7 เรื่อง ผมไม่ฟัง 4 เรื่องท่านก็เข้าใจ เพราะผมก็มีขีดจำกัดของผมเหมือนกัน คนเราก็ต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง จะอะไรก็ตามที่เป็นคำแนะนำจากท่านใดก็ตามผมยินดี นายกรัฐมนตรีคนนี้น้อมรับครับ”

เมื่อถามว่า เข้ามาเป็นนายกฯ 5-6 เดือนรู้สึกเหนื่อยหนักหรือไม่ นายกฯเศรษฐา กล่าวว่า ถ้าบอกว่าไม่เหนื่อยก็คงไม่จริงมั้ง แต่เราเสนอตัวเองมารับใช้พี่น้องประชาชน และเราก็ทราบว่าปัญหามันเยอะอยู่แล้ว อย่างที่ทราบกันอยู่ อย่างปัญหาเศรษฐกิจ PM2.5 และยาเสพติด ซึ่งช่วงเช้าแม่ทัพภาคที่ 2 ก็ได้เข้ามาพูดคุย และมาเสนอวิธีการซึ่งตนก็เห็นว่าบางเรื่องน่าสนใจในการกำจัดยาเสพติด  พร้อมยืนยันว่าตนไม่อยากจะมองว่าเป็นปัญหาแต่ขอให้มองว่าเป็นโอกาส

เมื่อถามว่า การพักโทษของนายทักษิณ ทำให้มีการมองว่าสถานการณ์การเมืองหลังจากนี้จะมีความเปลี่ยนแปลงไป นายกฯเศรษฐา กล่าวว่า ก็คอยดูต่อไป การเมืองก็เปลี่ยนไปทุกๆ วัน มันก็มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยทุกวันอยู่แล้ว แต่ว่าเปลี่ยนไปนี่ตนไม่แน่ใจว่าท่านหมายความว่าดีขึ้นหรือเลวลง แต่ตนมองว่าเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นอยู่แล้ว คนเรามาอยู่ตรงนี้แล้ว รัฐบาลเองมี 314 เสียง เราเองไปไหนด้วยกันและทำงานร่วมกัน อย่างที่ตนบอกมีบางข้อไม่เห็นตรงกัน แต่เราก็พูดจากันด้วยดีและพยายามซอฟปัญหากันด้วยความตั้งใจจริง ที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือนำประเทศไปข้างหน้า

“ถ้าการพักโทษทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมืองไปในทิศทางที่ดีขึ้นโดยอยู่บนความชอบธรรมของกฎหมายที่ท่านได้กลับมารับโทษเรียบร้อยแล้ว และได้รับผ่านขั้นตอนทางกฎหมายเรียบร้อยและออกมาพักตัวที่บ้านแล้ว ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทย 60 ล้านกว่าคน ก็ยินดีถ้าเกิดการเมืองเมืองไทยดีขึ้น” นายกฯเศรษฐา กล่าว

เมื่อถามว่า ยังมีอดีตนายกรัฐมนตรีในสังกัดของพรรคเพื่อไทย ที่ยังคงอยู่ต่างประเทศ หากจะกลับเข้ามาสู่กระบวนการทางกฎหมาย ท่านนายกฯมองอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของท่าน ตนไม่มีความเห็นอะไรทั้งสิ้น ถ้ากลับเข้ามาสู่กระบวนการทางกฎหมาย ทุกอย่างถูกต้องก็เป็นเรื่องน่ายินดีไม่มีอะไร

เมื่อถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ประกาศว่าอาจจะไปชุมนุมที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เกรงหรือไม่ว่าจะเกิดความบานปลาย นายกฯเศรษฐา กล่าวว่า ก็อย่างที่บอกจริงๆ แล้วเราอยากเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ และวันนี้บ้านเมืองสงบสุขมาแล้ว ในช่วงตั้งแต่ปลายสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา จนถึงรัฐบาลนี้ 

ปัญหาใหญ่กว่าคือปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ อยากให้โฟกัสในเรื่องนี้มากกว่า แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่แสดงจุดยืนก็ขอให้ตั้งอยู่บนกรอบของกฎหมาย รัฐบาลก็มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่าให้เกินเขตเกินเลย

เมื่อถามว่า วาระเร่งด่วนของรัฐบาลคือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ มองกันว่าอดีตนายกฯทักษิณมีความรู้ความสามารถเป็นที่ประจักษ์ในเรื่องนี้จะเข้าไปขอคำปรึกษาหรือไม่อย่างไร นายกฯเศรษฐา กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ได้มีแค่อดีตนายกฯทักษิณที่มีความรู้ความสามารถ แต่ทุกคนเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วว่าอดีตนายกฯทักษิณ เป็นอดีตนายกฯ ที่ได้รับการนิยมชมชอบสูงสุดในประวัติศาสตร์ของวงการการเมืองไทยด้วย 

แต่ยังมีอดีตนายกฯ อีกหลายคนที่มีความชำนาญในอีกหลายๆ เรื่อง ซึ่งคนในรัฐบาลนี้ไม่ใช่แค่ตนคนเดียว ก็มีสิทธิ์ที่จะไปขอคำแนะนำกับบุคคลเหล่านี้ แต่อย่างไรก็ตามยืนยันว่าทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือให้บ้านเมืองเดินหน้าไปข้างหน้าได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์