โชว์ลุคติดดิน! ‘เศรษฐา’ ลุยต่างจังหวัดครั้งแรก ล้อมวงกินข้าว รับฟังปัญหาชาวนากรุงเก่า

10 มี.ค. 2566 - 15:58

  • ‘เศรษฐา’ มามาดติดดิน! ลุยต่างจังหวัดครั้งแรก

  • นั่งรถอีแต๊กจับเข่าคุย-ล้อมวงกินข้าว ฟังปัญชาวนา กลางทุ่งผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา

  • มั่นใจ ‘เพื่อไทย’ เป็นรัฐบาล ทำให้ชาวนามีเงินเข้ากระเป๋าถึงมากถึง 3 เท่า

  • แจงโอนหุ้นให้ลูกสาว แสดงความบริสุทธิ์ใจเข้าการเมือง

Srettha_discusses_with_farmers_in_Phra_Nakhon_Si_Ayutthaya_SPACEBAR_Thumbnail_65fa40ee6b.jpeg
เศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย นำสมาชิกพรรคเพื่อไทย และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พระนครศรีอยุธยา ทั้ง 5 เขต ลงพื้นที่ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อพบปะพูดคุยเกษตรกรชาวนา ซึ่งได้มีการสะท้อนปัญหาต่างๆ อาทิ เรื่องน้ำเพื่อการเกษตร ปุ๋ยราคาแพง รวมถึงต้องหารให้ข้าวมีราคาสูงขึ้นไม่ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อกิโลกรัม รวมถึงปัญหาหนี้สินของเกษตรกร 

ด้าน เศรษฐา กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นจังหวัดแรก เพื่อรับฟังชาวนา ซึ่งทราบว่าปัญหาเยอะเหลือเกิน พร้อมอ้างว่า 8 ปีที่ผ่านมา เราเชื่อว่าเราอยู่ในหลุมดำของกลับดักรายได้ต่ำ ราคาข้าวไม่ดีผลผลิตไม่ดี และมีปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งมาโดยตลอด และยืนยันว่า ในเรื่องปัญหาน้ำท่วมนั้น พรรคเพื่อไทยมีแผนงานทำฟลัดเวย์ หรือพื้นที่กักน้ำ เพื่อแบ่งเบาภาระในช่วงน้ำหลาก ส่วนเรื่องน้ำแล้งนั้น จะต้องมีการขุดบ่อ และนำปั๊มน้ำเข้ามาในพื้นที่  

ส่วนปัญหาหนี้สินก็เป็นปัญหาใหญ่ที่พรรคเพื่อไทย ตระหนักดีอยู่ เนื่องจากราคาข้าวที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ หรือเปิดตลาดใหม่ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม ไม่ทำหน้าที่เซลล์แมนขายของ พร้อมอ้างหากพรรคเพื่อไทย ได้รับความไว้วางใจเข้าทำงาน จะช่วยยกระดับราคาสินค้าเกษตร รวมถึงให้ความสำคัญเรื่องระบบสาธารณสุข ในการยกระดับ 30 บาท รักษาทุกโรค 

“เป็นครั้งแรกที่ผมลงพื้นที่รับฟังปัญหาและความอัดอันตันใจของพี่น้องทุกคน ผมก็หนักใจ แต่เรามีความจริงใจเรามีความตั้งใจจริง ในการที่จะหาทางแก้และช่วยเหลือพี่น้องอย่างเต็มที่” เศรษฐา กล่าว 

เศรษฐา เปิดเผยกับกับสื่อมวลชน โดยเฉพาะประเด็นที่ชาวนาสะท้อน คือเรื่องราคาปุ๋ยแพง และราคาข้าวตกต่ำ ว่า ราคาเป็นแค่ปัจจัยหนึ่ง หากราคาแพงต้นทุนก็จะสูง เงินเข้ากระเป๋าก็จะน้อย หน้าที่ของพรรคเพื่อไทย คือจะต้องเพิ่มเงินสุทธิเข้ากระเป๋าเข้ากระเป๋าให้มากขึ้นอย่างน้อย 3 เท่า ทั้งการลดราคาสินค้า และค่าใช้จ่าย ส่วนปัญหาราคาปุ๋ยแพงนั้น สามารถยอมรับว่าเป็นไปตามกลไกราคาตลาดโลกที่ควบคุมได้ยาก ดังนั้น จึงมีนโยบายสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ในท้องถิ่น เพื่อทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งจะทำให้สามารถควบคุมราคาปุ๋ยลงได้ 

เมื่อถามย้ำว่า 8 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลชุดนี้ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาราคาข้าวได้ มั่นใจหรือไม่ว่าพรรคเพื่อไทย จะทำได้ เศรษฐา ตอบว่า คงไม่สามารถพูดถึง 8 ปีที่ผ่านมาได้ แต่ทราบถึงความอึดอัดตันใจ ไม่มีความสุข ที่ราคาพืชผลตกต่ำ แต่ตนมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทย สามารถทำได้ในหลายมิติ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประชาชนอยู่ดีกินดี  

ส่วนกรณีพื้นที่ อ.ผักไห่ เป็นพื้นที่รับน้ำนานถึง 4 เดือน พรรคเพื่อไทย มีแนวทางแก้ปัญหาเรื่องน้ำอย่างไร เพื่อให้มีการระบายน้ำในพื้นที่ได้เร็วขึ้น เศรษฐา ตอบว่า ต้องดูข้อมูลทางภูมิศาสตร์ทั้งระบบ ว่าทำไมถึงเป็นพื้นที่รับน้ำและรับน้ำนานถึง 4 เดือน จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดก่อน แต่แน่นอนว่าพื้นที่ ที่เดือดร้อน ต้องมีวิธีการบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน พร้อมกันนี้ ขอให้รอดูการเปิด 4 นโยบายใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ในวันที่ 17 มี.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นนโยบายที่กระตุ้นเศรษฐกิจได้มโหฬาร  

สำหรับกรณีที่พรรคเพื่อไทย เคยประสบปัญหาเรื่องนโยบายจำนำข้าวนั้น เศรษฐา ชี้แจงว่า ต้องให้ความสำคัญเรื่องเงินสุทธิที่จะเข้ากระเป๋าชาวนา เรื่องการจำนำข้าวเป็นเรื่องของราคาอย่างเดียว นโยบายของพรรค เป็นนโยบายโดยรวมเพื่อให้ชาวนามีเงินในกระเป๋า หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วจะสูงกว่าเดิมถึง 3 เท่า คงไม่ใช่แค่เรื่องของการจำนำข้าวอย่างเดียว 

ผู้สื่อข่าวยังสอบถามถึงกรณีที่มีการโอนหุ้นและขายหุ้น ซึ่งทาง เศรษฐา ชี้แจงว่า ได้โอนหุ้นให้บุตรสาวซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจในการเข้าสู่การเมือง โดยไม่เอาผลประโยชน์ส่วนตัว หรือประโยชน์ของบริษัทมาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งผู้ที่รับก็จะต้องเสียภาษีตามกฏหมาย   

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย ในครั้งนี้ เศรษฐา ได้พูดคุยรับฟังปัญหากับชาวนาบนรถอีแต๊ก กลางทุ่งนา และร่วมรับประทานอาหารเที่ยงอย่างเป็นกันเอง โดยเป็นเมนูข้าวแกง และขนมจีนน้ำยา ซึ่ง เศรษฐา บอกว่า เป็นกับข้าวถูกปากและอร่อยดี นอกจากนี้ ระหว่างนั่งล้อมวงกินข้าว เศรษฐา ยังกล่าวกับชาวบ้านว่า “ทานเป็นอย่างเดียว ทำไม่เป็น ไม่เหมือน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ท่านน่ารัก ตนว่าท่านทำกับข้าวเก่งจริงๆ แต่ตนทำไม่เป็น”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์