หลังให้คำมั่นกับผู้สื่อข่าวไว้แล้วว่า จะมาเล่าถึงวงดินเนอร์ วันที่ 8 พ.ย.ให้ฟัง มาวันนี้ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ก็ได้ชี้แจงถึงการร่วมรับประทานอาหารค่ำกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล โดยบอกว่า จุดประสงค์ที่นัดทานข้าวกัน เนื่องจากได้บริหารงานมา 2 เดือน ถือเป็นรัฐบาลที่มีพรรคร่วมหลายพรรค และเราได้มีการเจอกันประจำอยู่แล้วในเวทีที่เป็นทางการ ที่ต้องประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกสัปดาห์ในวันอังคาร นอกจากนั้น ยังมีการประชุมวงเล็ก ซึ่งได้มีการพบปะเจอกันบ้างในลักษณะที่เป็นทางการมากกว่า
ผมในฐานะที่เพิ่งเข้าสู่การเมือง และไม่เคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อน และวันนี้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมเองไม่มีความชำนาญในการที่จะใช้เวทีที่เป็นเวทีทางการมากนัก เท่ากับพี่ๆ น้องๆ หลายท่านที่เข้าไปอยู่ในการทานอาหารค่ำด้วยกัน ผมก็ถอดหมวกความเป็นนายกฯ มาเป็นพี่ เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย หรือนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นน้อง และมีวัยวุฒิน้อยกว่า พล.อ.ต.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และรมว.พลังงาน ก็ได้มีการพูดคุยกันว่า ในรัฐบาลก่อนๆ ที่หลายท่านเคยดำรงตำแหน่งมาหลายรัฐบาลมาก และจากรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ที่เวลานานมานี้ได้พัฒนาไปอย่างไร วิธีการดำเนินการประชุม วิธีการพูดคุย วิธีการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ละคนก็มีข้อแนะนำกันมา ซึ่งผมก็น้อมรับไปปฏิบัติ

รับฟังคำแนะนำ-ตักเตือน-น้อมรับปรับตัว หลัง ‘ภูมิธรรม’ บอกนายกฯ ‘พูดตรง’ เผยวงทานข้าวรอบหน้า ‘อนุทิน’ เป็นเจ้าภาพ ยันไม่มีต่อรองใดๆ บนโต๊ะอาหาร
เศรษฐา ชี้แจงถึงวงวงดินเนอร์ครั้งนี้ด้วยว่า เป็นการพูดคุยแบบเป็นกันเองและบรรยากาศที่สบายๆ พร้อมทานอาหารอร่อยๆ ซึ่งมีเมนูอย่าง หมูแดงสไตล์ฮ่องกง ที่ทุกท่านชอบ พร้อมโชว์การทำบะหมี่ที่ใช้มือปั้นเอง โดยอยู่กันถึง 4 ทุ่มกว่า ถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ที่ได้พูดคุยกันอย่างสบายๆ ขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องที่หนักๆ มาก เช่น เศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องของวิธีการทำงานและพรรคร่วมรัฐบาลมากกว่า ตรงนี้มีการพูดคุยตักเตือน ตนเองก็แสดงตัวตนว่าเป็นคนอย่างไร อธิบายให้พี่ๆ น้องๆ ฟังว่าสไตล์การบริหารเป็นอย่างไรบ้าง มีหลายคนหลายท่านได้พูดคุยแนะนำว่า ควรทำอย่างไรบ้าง
ภูมิธรรม เป็นคนที่มีพรรษาทางการเมืองเยอะ มีวัยวุฒิสูง และเป็นคนที่ผมให้ความเคารพในพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ท่านก็ได้อธิบายให้ฟังถึงวิธีการทำงานของผมอย่างไรให้กับรัฐมนตรีท่านอื่น และหยอดมาเรื่องการสอนให้ปรับปรุงตัวเองด้วย เพราะท่านนายกฯ เป็นคนพูดตรง ตรงนี้ก็อาจจะต้องนำไปปรับปรุงบ้าง เพื่อให้ไปถึงจุดมุ่งหมายที่มันดีเหมือนๆ กัน แต่อาจจะมีหลายวิธีก็น้อมรับไปปฏิบัติ
เมื่อถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลได้มีคำแนะนำอะไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีอะไร ก็พูดคุยกันธรรมดา ซึ่งเราต้องอยู่ด้วยกัน มีอะไรก็พูดคุยกันได้ ก็แนะนำว่าอยากให้มีการเจอกันบ่อยขึ้น โดยการสลับกันเป็นเจ้าภาพ ซึ่งคราวหน้า จะเป็น อนุทิน ขณะที่ วราวุธ บอกว่าอย่าไปจัดไกลถึงเขาใหญ่ เอาแถวๆ นี้ก็พอ
บรรยากาศดี ไม่มีอะไรเลยจริงๆ ไม่ได้มีการพูดคุย หรือต่อรอง หรือขอนโยบายอะไรมา ไม่มี

ยืนยัน ‘อุ๊งอิ๊ง’ ร่วมวงไม่มีนัย เชื่อทุกพรรคลงเรือลำเดียวกัน ทำงานยกระดับความเป็นอยู่ประชาชน
ส่วนจะมีการนัดพบพูดคุยระดับย่อยๆ ลงมาหรือไม่นั้น เศรษฐา บอกว่า แล้วแต่เห็นสมควร ไม่ได้จำกัดว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคหรือเลขาฯ ทั้งนี้ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็ได้ร่วมวงด้วย ซึ่งท่านเองก็มีความสนิทสนมกับหลายๆ ท่านตรงนั้น ในฐานะที่เป็น ‘นายกฯ น้อย’ ก็น่าจะเข้ามามีส่วนช่วยเหลือประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลและรองนายกรัฐมนตรีท่านอื่นได้ดีขึ้น
เมื่อถามว่าในฐานะที่เป็น ‘หัวหน้ารัฐนาวา’ ได้ขอความร่วมมืออะไรจากพรรคร่วมรัฐบาลเป็นพิเศษหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ไม่ได้มีเลย เพราะเชื่อว่าทุกท่านรู้หน้าที่ดีอยู่แล้ว ว่าเรามาร่วมเรือลำเดียวกัน เรามาช่วยกัน เรามาที่นี่ เรามาเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ซึ่งคิดว่าทุกท่านรู้หน้าที่กันเองอยู่ ส่วนท่านอื่นอาจมีการคุยกันเรื่องเฉพาะเจาะจง ก็คงมีการไปคุยกันวงอื่นเวทีอื่น แต่เวทีนี้ เป็นการไปพบปะสังสรรค์กันมากกว่า
ทั้งนี้ นายกฯ ยืนยันด้วยว่า การที่ แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไปร่วมวงด้วยนั้น ไม่ได้เสมือนเป็นการสอนงานทางการเมืองไปในตัว เพราะ แพทองธาร นั้นมีความคุ้นเคยกับหลายๆ ท่านอยู่แล้ว
บางครั้ง ก็จะเห็นคุณอุ๊งอิ๊ง เดินตามอดีตนายกฯ มานานแล้ว ไม่ได้มีนัยอะไร

เมินตอบปม ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ บอกรอฟังความชัดเจนพรุ่งนี้พร้อมกัน ย้ำแจงเองคนเดียวจบ
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องความชัดเจนของนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ปรากฏว่า เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง หันหน้าหนี ไม่ตอบคำถามดังกล่าว และพูดเพียงว่า “ขอคำถามต่อไป” พร้อมยืนยันว่า ในวงรับประทานอาหารมื้อค่ำกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ไม่ได้มีการสอบถาม หรือมีข้อห่วงใยเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว
เพราะทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่า ในวันพรุ่งนี้ (10 พ.ย.) จะมีการแถลงข่าวในเวลา 14.00 น. ก็จะมีความชัดเจนตอนนั้น
เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่า พรุ่งนี้ (10 พ.ย.) จะเตรียมไว้หลายคำถาม นายกฯ จึงตอบกลับว่า
ก็บอกแล้วว่าอย่าพูดเล็กพูดน้อย ผมพูดเอง พูดคนเดียวจบเลย

เผย ‘พีระพันธุ์’ กำชับตรวจสอบ ‘ปั๊ม’ ตุนน้ำมัน หลังออกมาตราการลดราคาพลังงาน ลั่นน้ำมันต้องขาดไม่ได้
ส่วนกรณีที่สถานีบริการน้ำมัน (ปั๊มน้ำมัน) หลายแห่ง ไม่มีน้ำมันให้บริการ โดยเฉพาะน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 91 รวมถึงน้ำมันประเภทอื่น ที่ลดราคาตามมาตรการรัฐบาล และกระทรวงพลังงาน ที่ลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน จนมีกระแสข่าวสถานีบริการน้ำมันกักตุนน้ำมัน ไม่ยอมจำหน่ายนั้น นายกฯ ชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า ได้ยินมาบ้างและ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน ได้กำชับไปแล้วว่า ต้องมีการตรวจสอบและให้น้ำมันขาดไม่ได้ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน ที่ต้องกำกับดูแลในส่วนนี้ให้เหมาะสม
เมื่อถามว่าจะเป็นในลักษณะเก็งกำไรหรือกักตุนสินค้าหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ก็คงเป็นเรื่องที่อยากจะมีกำไรมากขึ้น แต่เรายอมรับไม่ได้ ก็ต้องบริหารจัดการไป




