การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ตามที่ ชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และคณะจำนวน 98 คน เป็นผู้เสนอ
โดย ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ยุคนี้เป็นยุคตกต่ำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จากสมรภูมิแย่งชิง ผบ.ตร. ของนายตำรวจเบอร์ 1 และเบอร์ 2 เป็นศึกช้างชนช้าง เกิดความวุ่นวายในตำรวจ เพราะการแต่งตั้งผบ.ตร. ของนายกรัฐมนตรีทำไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ทราบว่ามีโทรศัพท์ลึกลับมาสั่งการในวันแต่งตั้ง ผบ.ตร. นายกรัฐมนตรียังพูดในที่ประชุมพรรคเพื่อไทย วันที่ 21พ.ย.66 เรื่อง การแต่งตั้งตำรวจระดับผกก.มีคนสมหวังและผิดหวัง ไม่รู้นายกฯทราบก่อนที่จะมีการลงนามแต่งตั้งผกก.ในวันที่ 1ธ.ค.66 ได้อย่างไร สะท้อนเรื่องตั๋ว ทราบว่า ระดับรอง ผกก.ขึ้นเป็น ผกก. ใช้เงิน 10 ล้านบาท สารวัตรเป็นรอง ผกก. ใช้ เงิน 1.5 ล้านบาท เงินที่จ่ายไป จะไปได้คืนจากส่วย
ศศินันท์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่นายกฯสั่งเด้ง 2 นายตำรวจใหญ่ มาช่วยราชการ อาจเป็นแค่การกวาดปัญหาไว้ใต้พรมไม่รู้เป็นการฟอกขาว ตร. หรือไม่ แม้นายกฯใช้อำนาจเด้ง 2 นายตำรวจใหญ่มาช่วยราชการก็ไม่ได้ช่วยให้เกิดการปฏิรูปตำรวจ ซ้ำยังใช้อำนาจประธาน ก.ตร. สั่งตำรวจหยุดให้ข่าว ทั้งที่เป็นเรื่องวิกฤติศรัทธาของประชาชนต่อตำรวจรัฐบาลปล่อยให้ปัญหาตำรวจคาราคาซัง ไม่ตั้งใจแก้ปัญหาระบบตั๋วตำรวจ ดังนั้น อย่าให้ใครปรามาสนายกฯได้ว่าเป็นแค่เหรียญอีกด้านของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี หรือแก้ปัญหาแบบฉบับบ้านจันทร์ส่องหล้า
ขณะที่ จรยุทธ จตุพรประสิทธิ์ สส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล อภิปรายเกี่ยวกับส่วยรถบรรทุก G PASS จ่ายผ่านสะดวกว่า มีการใช้รถบรรทุกเชื้อเพลิงนอกเวลาที่กำหนด ตนเป็นห่วงว่าจะย้อนรอยอุบัติเหตุรถแก๊สระเบิดปี2533 ถ.เพชรบุรี ทั้งนี้นายจรยุทธเปิดหลักฐานเป็นซองเอกสารที่ระบุชื่อสถานีตำรวจหลายแห่งทั่วประเทศทั้งในกทม.และต่างจังหวัด พร้อมระบุที่ตั้งบริษัทขนส่งที่มีการจ่ายเงินให้ตำรวจ ตลอดจนรายละเอียดช่องทางสื่อสารระหว่างบริษัทกับสถานีตำรวจ ทั้งเบอร์โทรศัพท์ หมายเลขบัญชีธนาคาร ตนจึงลองแอดไลน์และโอนเงินเข้าไป ไปปรากฏว่า ชื่อบัญชีธนาคาตรงกับชื่อไลน์ ทำให้เข้าใจว่า เป็นบัญชีตรง ไม่มีบัญชีม้ามาเกี่ยวข้อง หลังจากนี้จะนำหลักฐานฝากประธานสภาฯส่งไปยังนายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการอย่างเต็มที่
จากนั้น เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ชี้แจงถึงปัญหาการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ว่า หน้าที่การแต่งตั้งโยกย้ายเป็นไปตามที่ประชุม ก.ตร. แม้นายกฯจะเป็นประธาน ก.ตร. แต่ไม่เคยครอบงำ สั่งการทางตรงหรือทางอ้อม ในการแต่งตั้งโยกย้าย ในการทำหน้าที่ประธาน ก.ตร. ได้ให้กรรมการอภิปรายอย่างทั่วถึง ยึดหลักนิติธรรมการกล่าวหาตนเอง ชี้นำสั่งการ เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เป็นเท็จ
ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายระดับผู้บัญชาการ ระดับภาคเป็นไปตามกฎหมาย ไม่เคยชี้นำ เพราะรู้ดีว่า หากได้ตำรวจดี ประชาชนจะอยู่เย็นเป็นสุข ขณะนี้มีปัญหาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้นิ่งเฉย แก้ไขทันที มีการตั้งกรรมการตรวจสอบ ขอยืนยันในฐานะประธาน ก.ตร.
“ในนามนายกรัฐมนตรีจะเร่งรีบแก้ไข กอบกู้ภาพลักษณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนหน้าผมได้เดินทางไปสำนักงานตำรวจไซเบอร์ และกวดขันเพื่อแก้ปัญหายาเสพติด ขอให้เชื่อมั่นในม ถ้าพบว่าลูกน้องใครเกี่ยวข้อง จะได้ดำเนินการให้ถูกต้อง หากมีหลักฐานขอให้ส่งมา จะดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย จิ้งจกทัก ก็อย่าเป็นจิ้งจกเลย ขอให้เอาหลักฐานมาเลยดีกว่า พร้อมจะดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมาย” นายกฯ กล่าว




