‘บิ๊กตู่’ มาให้กำลังใจ ไม่ได้ตีตัวออกห่าง ‘ทักษิณ’

6 ส.ค. 2567 - 13:31

  • ‘เศรษฐา’ ย้ำฟังทุกเสียงอดีตนายกฯ บอก ‘บิ๊กตู่’ มาให้กำลังใจส่วนตัวงานสวดอภิธรรมคุณแม่ ลั่นไม่ได้ตีตัวออกห่าง ‘ทักษิณ’ ชี้บนสถานะนายกฯ ลงพื้นที่แม้เป็นวันหยุด บางครั้งไม่สามารถพบบางท่านได้

  • ยอมรับเป็นธรรมดานักลงทุนกังวลช่วง ส.ค. อีเว้นท์การเมืองเยอะ

  • ระบุ ไม่ทราบ ‘พิธา’ คุุยทูต 18 ประเทศเรื่องคดียุบพรรค ‘ลั่น’ ไทยเป็นเอกราช ไม่มีใครมีสิทธิ์ไปก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรม เผย บ่ายนี้ กต.เตรียมแจงรายละเอียดหนังสือ UN หลังบางฝ่ายกังวลในเนื้อหา

srettha_prayut_taksin_6aug2024_SPACEBAR_Hero_d2727fa314.jpg

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการพบกันกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ในงานสวดพระอภิธรรม ชดช้อย ทวีสิน มารดานายกฯ ซึ่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ นายกฯ มองอย่างไร โดยนายกฯ ย้อนถามว่า “ท่านอยากให้ผมมองอย่างไร” ผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ สถานะไม่ได้เหมือนในอดีตแล้ว นายกฯ กล่าวว่า ท่านไปเป็นงานส่วนตัว และส่วนตัวก็พบปะกับท่านในหลายๆ โอกาส คุณแม่เสีย ท่านก็มาให้กำลังใจ และท่านเองก็เจอบุคคลที่คุ้นเคยสมัยเป็นนายกฯมา 8 ปี ตรงนี้คิดว่าทุกท่านน่าจะมีข้อคิดเห็นของแต่ละคนได้อยู่แล้ว 

เมื่อถามว่า การรับฟัง พล.อ.ประยุทธ์ กับ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะบาลานซ์สองคนนี้อย่างไร เศรษฐา กล่าวว่า ไม่จริงครับ ส่วนตัวเจอ อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ก็รับฟัง และส่วนตัวก็ไม่ได้รับฟังแค่อดีตนายกฯ อย่างเดียว รองนายกฯ หรืออดีตรัฐมนตรีต่างๆ ก็เจอ กรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง ก็เจอ ก็มีการพูดคุยกันตลอด แล้วแต่โอกาสมากกว่า 

เมื่อถามว่าดูเหมือนนายกฯ ตีตัวออกห่างทักษิณ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้ตีตัวออกห่างใครทั้งนั้น ทำงานอย่างเดียว แต่การทำงานบางครั้งอาจไม่สามารถไปพบกับบางท่านได้ ซึ่งเชื่อว่าทุกท่านคงเข้าใจว่า มีหน้าที่ในฐานะนายกฯ ที่เราต้องทำงานอยู่แล้ว และก็ลงพื้นที่ตลอด สื่อก็เห็นวันเสาร์ก็ยังทำงานอยู่ 

เมื่อถามว่าช่วงเดือน ส.ค.อาจมีหลายเรื่องที่เกี่ยวกับทางการเมือง ได้เช็กกระแสโดยเฉพาะเรื่องนักลงทุนมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้มีการเช็กกระแสอะไรทั้งสิ้น เพราะจริงๆ แล้วปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ ตนเองใช้เวลาส่วนมากเกือบทั้งหมดเลยก็ว่าได้แก้ไขปัญหาอยู่ ส่วนกระแสจะออกมาอย่างไรก็แล้วแต่ ซึ่งอย่างที่สื่อพูดถูก ช่วงเดือน ส.ค.นี้มีอีเว้นท์ต่างๆ เยอะมาก ไม่ว่าจะวันที่ 7 ส.ค.หรือ 14 ส.ค. ก็ตามที แน่นอนเป็นธรรมดานักลงทุนก็มีความกังวล 

นายกรัฐมนตรี ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส. เป็นบัญชีรายชื่อและประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล หารือกับทูต 18 ประเทศถึงคดียุบพรรค จนหลายฝ่ายกังวลว่า จะเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของไทยหรือไม่ ว่า ก่อนอื่นต้องบอกว่า ส่วนตัวไม่ทราบว่ามีการคุยกันในเรื่องนี้หรือไม่ เพราะมีการพบกัน แต่ไม่ทราบเนื้อหาว่า มีการพูดคุยอะไรกันบ้าง  แต่กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย  ส่วนตัวคิดว่า ทั้ง 18 ประเทศ ระบบยุติธรรมและระบบบริหารแยกกันชัดเจน ฝ่ายบริหารไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายกับกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว และกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ก็เป็นกลางและเป็นสากลได้รับการยอมรับจากทุกๆ ฝ่ายอยู่แล้ว

“ผมคงพูดแทนท่านอื่นไม่ได้ แต่ส่วนตัวของผมมีความเคารพกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ซึ่งผู้สื่อข่าวทุกคนก็คงทราบไม่ว่าจะเป็นกรณีของผมเอง ผมเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าหากมีประเด็นหรือมีผู้ร้องเรียน ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องแจ้งไปที่ระบบยุติธรรมและคอยการตัดสิน อย่างของผมเองก็ได้แจ้งไปแล้วว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ยื่นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็คอยวันตัดสินคือวันที่ 14 สิงหาคม และผมก็ไม่ได้มีการไปพูดคุยอะไรกับใครทั้งสิ้น และประเทศของเราก็เป็นเอกราช แต่ก็ต้องให้ให้เกียรติทางนั้นเขาเหมือนกัน ผมไม่ทราบว่ารายละเอียดการพูดคุยสนทนามีเรื่องอะไรบ้าง” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะเดียวกันก็มีความกังวลเนื้อหาในหนังสือของกระทรวงการต่างประเทศที่ชี้แจงต่อองค์การสหประชาชาติ (UN) เมื่อแปลเป็นภาษาไทยมีเนื้อหาที่ค่อนข้างรุนแรงเกี่ยวกับคดียุบพรรคก้าวไกล เศรษฐา กล่าวว่า ต้องเรียนอย่างนี้ว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวโยงกันในเรื่องนี้ กระทรวงการต่างประเทศก็ต้องมีการชี้แจงไปยัง UN ส่วนของการแปลก็คงต้องขอให้กระทรวงการต่างประเทศมาชี้แจงดีกว่าว่าแปลไปว่าอะไร แต่จุดยืนของเรา เราไม่ก้าวก่ายระบบตุลาการอยู่แล้ว และเราก็จะไม่ยอมให้ใครมาก้าวก่ายระบบตุลาการของเรา และเชื่อว่ากระทรวงการต่างประเทศจะมีการแถลงชี้แจงในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายเป็นห่วงสถานการณ์ โดยเฉพาะในวันพรุ่งนี้ (7 ส.ค.) ที่จะมีการตัดสินคดีของพรรคก้าวไกล ได้มีการพูดคุยกับฝ่ายความมั่นคงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนตนเอง ไม่ได้มีการพูดคุยกับฝ่ายความมั่นคงและมั่นใจว่า ทุกคนตั้งอยู่บนความสงบและยอมรับคำตัดสินของกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว และความจริงแล้วเราก็ควรจะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์