ถือเป็นอีกเรื่องที่หลายฝ่ายอาจต้องกลับมาพิจารณาอย่างจริงจัง สำหรับกรณีที่ ‘ฝ่ายค้าน’ ขอให้เพิ่มวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันกฎหมายสำคัญได้เร็วและมากขึ้น
ประเด็นนี้ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มองว่า ขึ้นอยู่กับฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเราพร้อมปฏิบัติอยู่แล้ว และเห็นด้วยที่ต้องพยายามช่วยกันทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติในการผลักดันกฎหมายให้ออกมาเร็ว ๆ และเห็นว่าการเพิ่มวันก็เป็นอีกวิธีการหนึ่ง หรือการทำงานก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง พร้อมปฏิบัติตามที่สภานิติบัญญัติจะตกลงกันมา
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องการตอบกระทู้ในสภาฯ จะกำชับรัฐมนตรีอย่างไรหรือไม่ โดยเฉพาะในส่วนของนายกฯ อาจจะมีภารกิจในวันที่ตรงกับการประชุมสภาฯ แล้วไม่สามารถไปได้ เศรษฐา ก็ชี้แจงว่า เรื่องนี้เราให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการไปตอบด้วยตัวเองหรือมอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปตอบ ซึ่งต้องมีการคุยกัน
หนุนเคลียร์ปัญหา ‘คณะติดตามรัฐมนตรี-ที่ปรึกษา’
ส่วนกรณีมีข่าวซื้อขายบัตรผู้ติดตามภายในทำเนียบรัฐบาล ซึ่งพบว่ายิ่งสาวยิ่งเจอในทำเนียบรัฐบาล ดังนั้น จำเป็นต้องมาดูใหม่ทั้งหมดเลยหรือไม่ เศรษฐา ให้ความเห็นว่า ถ้าหากยิ่งสาวยิ่งเจอ ก็แสดงว่าเป็นปัญหาใหญ่ ก็ต้องบริหารจัดการให้มันถูกต้อง
แนะไปเท่าที่จำเป็น เพราะสิ้นเปลืองงบประมาณ แจงส่วนตัวลงพื้นที่ขนไปเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่า จะต้องให้มีการพิจารณาผู้ติดตามรัฐมนตรี หรือผู้ติดตามที่ปรึกษาต่าง ๆ หรือไม่ เพราะบางครั้งเยอะเกินความจำเป็น เศรษฐา กล่าวว่า “ผมเองเวลาลงพื้นที่ ผมก็จะบอกว่าให้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ และจะทำให้เสียโอกาส สมมุติว่า เป็นอธิบดีต่าง ๆ ก็อาจจะเสียโอกาสในการไปบริหารงาน ซึ่งผมก็เห็นด้วยอยู่แล้ว ไปเฉพาะที่จำเป็นดีกว่า”
ส่วน ‘การออกบัตร’ จะต้องมีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นหรือไม่นั้น ต้องไปดูก่อนว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากอะไร แล้วหาทางแก้อีกที
การออกบัตรที่เข้มข้นก็เป็นหนึ่งในวิธี และการกำหนดโทษก็เป็นอีกวิธีหนึ่งเหมือนกัน




