ที่ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ (12 ก.พ.2567) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รมว.คลัง) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.พรรคก้าวไกล ระบุว่าโครงการแจกเงิน 10,000 บาท ผ่านระบบดิจิทัลวอลเล็ต รัฐบาลไม่มีแผนสอง เปรียบเสมือนเอาไข่ไปรวมในตะกร้าเดียวกัน
นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า “ไม่ได้ใส่ตระกร้า แต่ถ้าเกิด สส.ของพรรคฝ่ายค้านมีความคลางแคลงใจก็จะมีการแถลงข่าวให้ทราบไปเรื่อยๆ เพื่อพูดคุยและชี้แจงให้กระจ่าง ก็อาจจะเป็นความบกพร่องของรัฐบาลที่ไม่แถลง วันที่ 13 ก.พ.จะมีการพูดคุยกันต่อไป ถือเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่จะเสนอแนะมา หน้าที่ของรัฐบาลก็รับฟัง และไปพูดคุยกัน ไม่ได้มีอะไรเพราะเรารู้อยู่แล้วว่าเราทำอะไรอยู่ อาจจะยังพูดไม่เยอะพอ”
เมื่อถามว่านายพิธา มองว่ารัฐบาลไม่มีแผนสำรอง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มันไม่ใช่ ก็เหมือนคำพูดที่ตนพูดไปแล้ว ตนเชื่อว่าเราต้องมีแผนงาน เพียงแต่อาจจะยังพูดไม่พอ ขอบคุณสำหรับคำเตือนและคำแนะนำ เดี๋ยวเราจะไปพูดคุยให้เยอะขึ้น
เมื่อถามย้ำว่าคือให้ความมั่นใจประชาชนใช่หรือไม่ว่าจะเดินหน้าโครงการ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราให้ความมั่นใจประชาชนอยู่แล้ว และเชื่อว่าประชาชนก็มั่นใจว่ารัฐบาลทำเต็มที่ เพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
ทั้งนี้ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องดิจิทัลวอลเล็ตอย่างเดียว เรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรค ที่ยกระดับสาธารณสุข เรื่องความปลอดภัยระบบสาธารณสุข ชีวิตความเป็นอยู่ การส่งเสริมธุรกิจอุตสาหกรรมที่ใช้ไฮเทคระยะยาว หรือยกระดับการศึกษา รวมถึงการยกระดับพาสปอร์ตไทยให้ดี มีศักดิ์ศรีมากยิ่งขึ้น ฟรีวีซ่า วีซ่าแชงเก้นยุโรป ซึ่งมีหลายเรื่อง ซึ่งเราพยายามทำอยู่อีกหลายเรื่องเต็มไปหมด ก็ดีจะได้เป็นเวทีในการพูดว่าเราทำอะไรไปบ้าง ไม่ได้คิดอะไร
เมื่อถามว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ในวันที่ 15 ก.พ.นี้ จะมีความคืบหน้าเลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็เดี๋ยวมีประชุม ยืนยันอยากให้ทุกฝ่ายพูดมาให้หมด
เมื่อถามย้ำว่า นายกฯ ต้องการย้ำกับประชาชนหรือไม่ว่าเหตุที่โครงการล่าช้าเพราะต้องทำให้เกิดความรอบคอบ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ผมว่าทุกคนทราบอยู่แล้วตั้งแต่ตอนต้น บอกว่าเราไม่ฟังความคิดเห็น แต่การฟังความคิดเห็นต้องใช้เวลาเพราะอยู่ในสังคมที่มีความเห็นต่าง เราเองก็ต้องทำให้ทุกฝ่ายสบายใจมากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ เราพยายามรับฟังแล้ว และก็พยายามแก้ปัญหาและอธิบายแล้ว”




