ในเมื่อยังไม่การันตีว่า 'พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท' สำหรับดำเนินนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต จะเจอ 'ทางสะดวก' จนมีกระแสข่าวพรรคเพื่อไทย เตรียมแผนสำรองหาก พ.ร.บ.เงินกู้ ไม่ผ่านการตีความจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ท่ามกลางความกังวลที่เริ่มก่อตัวขึ้น เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง จึงชี้แจงข้ามทวีปว่า ไม่เฉพาะพรรคเพื่อไทยอย่างเดียวที่กังวล แต่ประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัด ที่ประสบปัญหาสะสมมาโดยตลอดในเรื่องของจีดีพีที่ไม่เติบโตมานาน ทุกคนมีความเป็นห่วงว่านโยบายนี้จะเป็นอย่างไร
เคยพูดไปแล้วว่า ประเทศไทยอยู่ในสภาพเศรษฐกิจวิกฤตและมีความจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ถือเป็นนโยบายสำคัญที่เราจะผลักดันให้เกิดขึ้น และมั่นใจว่าจะมีการผลักดันให้เกิดขึ้น
เมื่อถามย้ำถึงกรณีที่ ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นว่า จะไม่ขัดขวางนโยบายแจกเงินดิจิทัล แต่หากรัฐบาลเดินหน้าต่อควรมีแผนเตรียมไว้นั้น เศรษฐา กล่าวว่า ไม่อยากจะบอกว่ามีแผนสำรองอย่างไร แต่เราทำงานโดยมีหลายมาตรการที่กระตุ้นเศรษฐกิจออกมา ซึ่งวันนี้ โฟกัสเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต
ที่ผ่านมา รัฐบาลแสดงจุดยืนชัดเจนที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและมีขั้นตอนชัดเจน อีกทั้งต้องคอยฟังทางคณะกรรมการกฤษฎีกา และขออนุมัติจากรัฐสภา ที่ชัดเจนออกมาด้วย
ส่วนที่พรรคก้าวไกล หวังว่าความเห็นที่พรรคได้สะท้อนออกมา ที่มีหลายเรื่องเห็นต่างอยากให้รัฐบาลมองอย่างไม่มีอคติ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีอคติอยู่แล้ว ยืนยันว่าน้อมรับทุกคำแนะนำ หากเกิดอะไรขึ้น เราแก้ไขปรับปรุงได้ และเชื่อมั่นว่านโยบายดิจิทัลวอลเล็ต มีความชัดเจนในการรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ต้องขอบคุณความเห็นดีจากพรรคก้าวไกล

เตรียมแถลงใหญ่สิ้นเดือน พ.ย. แก้ปัญหาหนี้ทั้งระบบ
ส่วนกรณีที่ประชุมคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย เห็นชอบแนวทางแก้ปัญหาหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งจะคำนวณภาระหนี้ของลูกหนี้ที่ยังชำระไม่หมดให้กลับไปคำนวณเงินต้น และลูกหนี้ที่ชำระมากกว่า 150% สามารถหยุดจ่ายหนี้ได้ เรื่องนี้นายกรัฐมนตรี แสดงความเห็นว่า นี่เป็นเรื่องนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินโดยรวมของรัฐบาลนี้ ทั้งหนี้ กยศ. หนี้ครู หนี้นอกระบบ และเอสเอ็มอี ที่ติดมาตรา 21 เป็นเรื่องที่ตนเองไม่อยากจะพูดเรื่องเดียว
ในช่วงปลายเดือนนี้หรือประมาณ 2 สัปดาห์ต่อจากนี้ ผมจะมีแถลงข่าวใหญ่ถึงมาตรการแก้ไขหนี้ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่ กยศ.อย่างเดียว แต่จะรวมทุกภาคส่วนเท่าที่จะสามารถทำได้

ชวนนักศึกษาไทยใน ม.สแตนฟอร์ด กลับมาทำงานบ้านเกิด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างเดินทางเยือนนครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา นายกรัฐมนตรียังได้พบหารือผู้บริหารมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) และพบปะนักศึกษาไทยที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
โดยนายกฯ กล่าวกับนักศึกษาไทยที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดว่า หน้าที่ของรัฐบาลคือทำให้นักศึกษาเห็นด้วยว่าประเทศไทยนั้นมีอนาคต ต้องพยายามทำความเข้าใจ และเชื้อเชิญให้นักเรียนที่เรียนต่างประเทศ พยายามที่จะกลับมาทำงานต่อที่ประเทศไทย ซึ่งในโอกาสการเดินทางมาซานฟรานซิสโก เพื่อเข้าร่วมประชุมเอเปคนี้ จึงเชิญนักลงทุนต่างประเทศ หลายรายมาร่วมหารือและเตรียมลงนาม MOU

โดยในอนาคตอันใกล้ ถ้ามีบริษัทดีๆ หลายๆบริษัทไปเปิดที่เมืองไทย ไปขยายงานที่เมืองไทย รองรับการกลับไปของนักศึกษาที่อยู่ต่างประเทศ ก็จะเป็นการดี และการที่มามหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เพราะเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลกที่ดีที่สุดในโลกมหาวิทยาลัยหนึ่ง เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลนี้มีความตั้งใจจริงที่จะทำให้เกิดการลงทุนครั้งมโหฬาร เพื่อสร้างโอกาสสร้างงานให้นักศึกษาไทยในต่างประเทศ กลับไปเป็นกำลังสำคัญของชาติ ไปมีอนาคตที่ดีกว่าที่เมืองไทย




