รู้ว่าร้อนใจ! ‘เศรษฐา’ เข้าใจ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ปมร้องขอกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่

25 มิ.ย. 2567 - 14:47

  • ‘เศรษฐา’ เข้าใจ ‘บิ๊กโจ๊ก’ เดือนร้อน-ร้อนใจกลับเข้ารับราชการได้หรือไม่

  • ไม่มองเป็นการขู่ หลังเจ้าตัวประกาศฟ้องกราวรูด ยันไม่เข้าข้างใคร

  • แนะทุกคนสำนึกเข้ามาอยู่ตรงนี้เพื่อประชาชน

Srettha_said_understood_Surachet_distress_and_anxiety_SPACEBAR_Hero_07257af859.jpg

ยังคุกรุ่นอย่างต่อเนื่องสำหรับปมร้อนกรณีของ ‘บิ๊กโจ๊ก’ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.)

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้ (26 มิ.ย.) เวลา 15.00 น. จะเข้าร่วมประชุมการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และยอมรับว่ามีประเด็นเรื่องการกลับเข้ารับราชการได้หรือไม่ได้ของ ‘บิ๊กโจ๊ก’ เป็นหนึ่งในประเด็นที่จะต้องพิจารณาด้วย

แต่ไม่ใช่ว่า จะเป็นเรื่องกลับหรือไม่กลับเพียงอย่างเดียว เพราะมีขั้นตอนทางกฎหมายด้วย คณะกรรมการที่พิจารณาทางวินัยกับคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม ก็จะนำข้อมูลต่าง ๆ มาร่วมพิจารณา ซึ่งจะต้องฟังให้รอบด้าน

สำหรับกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่าหากไม่ได้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะดำเนินการฟ้องร้องนายกฯ และทุกส่วนที่เกี่ยวข้องนั้น นายกฯ ยืนยันว่า เรื่องของการทบทวนแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นั้นไม่ได้นิ่งนอนใจ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ทุกคนก็เห็นว่าเราพยายามแก้ไข แต่มีขั้นตอนทางกฎหมายที่ต้องทำ ซึ่งการประชุม ก.ตร.ในวันพรุ่งนี้ก็เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ต้องเข้าประชุมเพื่อรับฟัง

ส่วนกรรมการวินัยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และในส่วนของคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม ส่วนตัวก็ไม่ทราบว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ และเชื่อว่าถ้าเรื่องเหล่านี้จบลงแล้ว ก็จะสามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้ ทั้งนี้ เข้าใจและเห็นใจทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เราเองก็ไม่ได้มีความลำเอียงเข้าข้างใครคนใดคนหนึ่ง ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมมองว่า การที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะดำเนินการฟ้องร้องนั้นไม่ได้เป็นการขู่

ผมเข้าใจว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีความเดือดร้อนและร้อนใจ แต่ผมเชื่อว่า ในฐานะที่เป็นคนทำงานด้วยกัน เราก็เข้าใจถึงความร้อนใจ และผมเองไม่ได้มองว่าเป็นการขู่ครับ

เมื่อถามว่า อยากให้ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความปรองดอง ช่วยกันทำงานเพื่อประชาชน แต่สิ่งที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ดำเนินการคือจะฟ้องร้องทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง จะปรองดองได้อย่างไรนั้น เศรษฐา อธิบายว่า เรื่องของความปรองดองจากทุกฝ่าย อยากเอาเป็นแค่ทางผ่านอันหนึ่ง แต่จุดประสงค์ใหญ่ที่อยากให้มีความปรองดอง ก็เพื่อที่จะให้มีการดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน เพราะทุกวันนี้ปัญหาเยอะเหลือเกิน

แต่เชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เราจะก้าวข้ามผ่านไปได้ และหวังว่าทุกฝ่ายเข้าใจเรื่องของขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม และกฎหมายทั้งหลาย ทั้งนี้ กรรมการอิสระที่ตั้งขึ้นมาพิจารณาข้อร้องเรียนต่าง ๆ จากทุกฝ่าย ก็ต้องมีการพิจารณาต่อไป

ส่วนในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะให้กำลังใจ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. อย่างไร เพราะถูก ‘หางเลข’ ไปด้วย ในขณะที่ทำหน้าที่รักษาการแทน ผบ.ตร.นั้น เศรษฐา ก็เชื่อว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกคนไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ, พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. หรือแม้แต่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เชื่อว่าทุกคนก็มีปัญหาอยู่แล้ว

ผมอยากจะขอว่า ทุกท่านเองก็มีวุฒิภาวะสูงอยู่แล้ว เรื่องของปัญหาส่วนตัว ก็จะต้องมีการแก้ไขตามกระบวนการกฎหมาย ผมอยากให้ทุกท่านสำนึกว่า เรามาอยู่ตรงนี้ได้เพื่ออะไร เพื่อดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนเรื่องสำคัญ ผมเชื่อว่าเรื่องของกำลังใจ และทุกท่านก็อยู่ในหน้าที่การงานมา 30 กว่าปีแล้ว ผมเชื่อว่าทุกท่านรู้ว่าหน้าที่คืออะไร

ส่วนหลักการจัดการกับปัญหาความขัดแย้ง เพราะเป็นปัญหาของตำรวจระดับชั้นผู้ใหญ่นั้น ได้มีการพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ที่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เข้ามาดำรงตำแหน่ง และถ้าหากกลับไปดูก็จะเห็นว่า ให้คำแนะนำและแนวทางปฏิบัติอย่างไร ก็จะเห็นว่าเรื่องทุกข์สุขของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

เมื่อถามต่อไปว่าได้มีการพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หรือไม่ เศรษฐา กล่าวว่า “ไม่มีครับ” แต่ในการประชุม ก.ตร.พรุ่งนี้ ถ้าเจอก็จะพูดคุยกัน เพราะเข้าใจว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ก็จะเข้าร่วมประชุมด้วยด้วย  และก็จะมีการพูดคุยในคณะกรรมการ ก.ตร.ด้วย

และความจริงแล้วในคณะกรรมการ ผมก็เป็นเพียงแค่หนึ่งเสียง แม้จะเป็นประธานก็จริง แต่ก็มีคณะแต่ก็มีคณะกรรมการ ก.ตร.หลาย ๆ ท่าน ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญ สูงสุดเป็นอดีตผู้บริหารสูงสุดทั้งนั้นใน สตช. ซึ่งก็ต้องรับฟังความเห็นของพวกท่านเหล่านี้

Srettha_said_understood_Surachet_distress_and_anxiety_SPACEBAR_Photo01_46f2b41195.jpg

ลั่น ‘เพื่อไทย’ ไม่คิดแก้ รธน.โละทิ้ง ‘สส.ปาร์ตี้ลิสต์’ ตอก ‘สุดารัตน์’ อย่าสร้างประเด็นการเมือง

ส่วนกรณีที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย อ้างว่าพรรคเพื่อไทย มีแนวคิดที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ โละทิ้ง ‘สส.บัญชีรายชื่อ’ ให้เป็น ‘สส.เขต’ ทั้งหมด 500 คนนั้น เศรษฐา ระบุว่า หลายคนได้ชี้แจงประเด็นดังกล่าวไปแล้ว

ได้พูดไปแล้ว ไม่เอาแล้ว หลาย ๆ ท่าน และพรรคร่วมฯ ก็ออกมาพูดแล้ว เราไม่มีความตั้งใจตรงนั้น อย่าไปสร้างประเด็นทางการเมืองเลยดีกว่า

เมื่อถามถึงกรณีที่ คุณหญิงสุดารัตน์ ออกมาบอกว่า ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง ก็อยากให้นายกฯ และพรรคเพื่อไทยออกมาทำสัญญาประชาคมว่าจะไม่แก้รัฐธรรมนูญในประเด็นดังกล่าว เศรษฐา ก็หัวเราะก่อนกล่าวว่า “ได้พูดไปแล้ว บอกไปแล้ว บอกว่าไม่ได้ทำ และไม่มีความตั้งใจตรงนี้”

ยืนยันแก้กฎหมาย ‘ต่างชาติเช่าที่ 99 ปี-ซื้อคอนโดฯ 75%’ ไม่ได้ขายชาติ

สำหรับกรณีมีการแก้ไขกฎหมายช่วยอสังหาริมทรัพย์ ให้ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ 75% จาก 49 % และเช่าที่ดินได้ 99 ปี ซึ่งสมัยพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน ได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลก่อนว่าเป็น ‘กฎหมายขายชาติ’ นั้น

เศรษฐา ชี้แจงเรื่องนี้ว่า ที่กระทรวงการคลังเสนอให้ไปศึกษาคือ เรื่องของการเช่าระยะยาว ไม่ได้เป็นการขายที่ดิน จึงไม่เกี่ยวอะไรกับการขายชาติ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์