หลั่งน้ำตาไปตาม ๆ กัน หลังจบศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบ 2 กลุ่มซี ระหว่างทีมชาติไทย กับ ทีมชาติสิงคโปร์ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน (11 มิ.ย.) ที่แม้ ‘ทัพช้างศึก’ จะเอาชนะไปได้ 3-1 แต่ก็ไม่เพียงพอต่อการเข้ารอบ 3 เนื่องจากไทย มีคะแนนและประตูได้เสียเท่ากับจีน แต่แพ้ ‘เฮดทูเฮด’ เพราะแพ้จีนในบ้านมานัดแรก
สำหรับผลการแข่งขัน เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นกับผู้สื่อข่าวว่า ขอพูดในฐานะคนไทย ขอชื่นชมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ภายใต้การนำของ ‘มาดามแป้ง’ นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ยกระดับวงการฟุตบอลไทยขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง เราอย่าไปดูแค่ผลแพ้ชนะ เพราะเชื่อว่าทุกคนพอใจ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เข้ารอบต่อไป
อย่างไรก็ตาม การที่เราเอาชนะได้ อยากให้ดูลึกลงไปว่า การที่เรายกระดับขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นชีวิตความเป็นอยู่ของนักเตะ รอยยิ้มและความสบายใจ รวมทั้งอุปกรณ์เสริมทั้งหลาย ทางนายกสมาคมฟุตบอลฯ ได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนตัว คิดว่าเรามีเวลาอีกสี่ปี ซึ่งแน่นอนว่า จุดมุ่งหมายไปสู่ฟุตบอลโลกเป็นเรื่องใหญ่ เชื่อว่าเป็นช่วงเวลาที่เราต้องกลับมารีเซ็ทใหม่
แม้นายกสมาคมฟุตบอลจะป้ายแดง แต่ท่านก็ทำมาดีแล้วทุกอย่าง เพียงแต่ถึงเวลาเราต้องกลับมานั่งดูว่า มีอะไรที่แก้ไขได้ หลังจากนี้ ก็เชื่อว่าทุกท่านที่เกี่ยวข้อง จะกลับไปพิจารณาดู ในฐานะคนไทย ผมมีความภาคภูมิใจ เพราะประเทศเราไม่มีนักเตะที่โอนสัญชาติมาเลย ในขณะที่จีนเองก็มี ถึงแม้จะถูกต้องตามกฎทุกอย่าง แต่เราไม่มีเราพึ่งคนไทยล้วน ๆ ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนทั้งชาติ
สำหรับเรื่องของผู้ฝึกสอนหรือโค้ช ส่วนตัวอยากให้โค้ชไทยได้แสดงฝีมือในเวทีโลก การที่เรามีโค้ชคนไทยเป็นโค้ชทีมชาติ จะเป็นเรื่องที่ดี
ย้อนไปสมัยก่อนก็มี ‘ซิโก้’ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ทำหน้าที่เป็นโค้ช ฟุตบอลก็เล่นสนุก แม้จะได้แชมป์ถ้วยเล็กก็ตาม แต่ผมคิดว่า คนไทยทุกคนมีความสุข ก็ขอเสนอแนะเรื่องนี้ในฐานะคนไทยก็แล้วกัน ลองใช้บริการโค้ชไทยบ้างก็แล้วกัน
นายกรัฐมนตรี ยังย้ำถึงความพร้อมสนับสนุนและซัพพอร์ตทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในแง่ส่วนตัว หรือรัฐบาล หรือทุกภาคส่วน
อย่างเมื่อวานนี้ รัฐมนตรีก็ไปร่วมชมฟุตบอลหลายท่าน เช่น สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ไปเชียร์และมีการอัดฉีด รวมถึง เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และทีมงาน ก็ไปหลายคน จึงเชื่อว่ารัฐบาลและทุกภาคส่วนพร้อมสนับสนุน
เมื่อถามความเห็นที่ว่า มี ‘โค้ชไทย’ เข้าตาหลายคนใช่หรือไม่ เศรษฐา ก็ยอมรับว่ามี และเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่ง
เมื่อถามความเห็นที่ว่า มี ‘โค้ชไทย’ เข้าตาหลายคนใช่หรือไม่ เศรษฐา ก็ยอมรับว่ามี และเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่ง
ส่วนเมื่อถามว่า นอกจากฟุตบอลแล้ว กีฬาอย่างอื่น เช่น วอลเลย์บอล หรือมวยไทย รัฐบาลพร้อมสนับสนุนใช่หรือไม่นั้น เศรษฐา กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุน ทั้งมวยไทยและวอลเลย์บอล หรือแม้แต่กีฬาเล็ก ๆ ที่หลายสมาคมยังมีบทบาทในเวทีโลก และเมื่อวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็ได้มีการพูดคุยกับคณะที่ปรึกษาด้านกีฬา ก็มีข้อเสนอแนะว่า ยังมีสมาคมกีฬาเล็ก ๆ อีก 20-30 สมาคม ที่คอยรับการสนับสนุน ก็หาทางที่จะสนับสนุนตรงนี้ด้วยเช่นกัน
รวมทั้งเงินรางวัล เบี้ยฝึกซ้อมที่ออกมาช้าหรือค้างจ่ายอยู่ เรื่องเหล่านี้ เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬาโอลิมปิกจะมาแล้ว เบี้ยฝึกซ้อมถือเป็นเรื่องสำคัญ และเรื่องเงินรางวัลต้องชัดเจน
เมื่อถามว่า การสนับสนุนความแข็งแกร่งให้เยาวชน โดยนำวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วยพัฒนา ได้มีการสนับสนุนเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน เศรษฐา เชื่อว่า แต่ละสมาคมก็มีนโยบายเรื่องนี้สนับสนุนอยู่แล้ว ไม่ว่าเทควันโด หรือฟุตบอลก็มีงบสนับสนุนทางด้านลีกสาม ซึ่งมีคนผลักดันอยู่แล้ว ส่วนเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญ อย่างการพัฒนากล้ามเนื้อ
มันไม่ใช่ปล่อยให้เห็นศักยภาพแล้วค่อยมาพัฒนาตอนอายุ 15-16 ปี ไม่ได้ จะต้องเริ่มตั้งแต่อายุน้อย ๆ เช่น ฟุตบอลก็มีโรงเรียนดี ๆ ฝึกสอนและส่งตัวให้สโมสรใหญ่ใหญ่รวมถึงทีมชาติ เช่น โรงเรียนอัสสัมชัญชลบุรี มีโครงการที่ดีให้องค์ความรู้ที่ดีกับนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นการฝึกซ้อม โภชนาการ และการพักผ่อนให้เพียงพอ
ชี้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมก่อนถก ‘งบฯ ปี 68’ เป็นเรื่องที่ดี ถือว่าให้เกียรติสภาฯ
นายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นถึงการเลือก สว. ที่ยังมีความสับสน จนมีหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ โดยยอมรับว่า ไม่ได้ติดตามตรงนี้ และขอให้เป็นขั้นตอนของฝ่ายนิติบัญญัติ
ส่วนการเตรียมการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ล่าสุด กระทรวงกลาโหมได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปซักซ้อมทำความเข้าใจตอบคำถามกับ สส.พรรคเพื่อไทยนั้น ส่วนตัวมองว่า การเตรียมความพร้อมถือเป็นเรื่องที่ดี และให้เกียรติซึ่งกันและกัน




