เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการรับซื้อเรือดำ ของกองทัพเรือซึ่งก่อนหน้านี้ออกมาระบุว่า สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลงนาม ขอให้คณะรัฐมนตรีแก้ข้อตกลง 2 ข้อ คือ 1.กองทัพเรือขอแก้ไขข้อตกลง ปัญหา โดยการเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ดีเซล ขับเคลื่อนกำเนิดไฟฟ้า จากรุ่น MTU 396 เป็นเครื่องยนต์เรือดำน้ำจีน CHD620 และ 2.ขอขยายระยะเวลาการส่งมอบเรือดำน้ำตามโครงการออกไป เป็น 1,217 วัน หากมีการเปลี่ยนแปลงอะไรต่างๆหลังจากนี้ ขอให้มอบอำนาจให้กับทางกองทัพเรือสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ และมอบอำนาจให้ผู้บัญชาการทหารเรือ ไปลงนามในการแก้ไขข้อตกลง ว่า ผมได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกันและได้สอบถามไปซึ่งนายสุทิน บอกว่ายังไม่ได้ลงนาม
เมื่อถามต่อว่าการที่สุทิน ออกมาระบุว่ายังติดขัดในเรื่องข้อกฎหมาย โดยขณะนี้คณะทำงานของนายกรัฐมนตรีกำลังดูอยู่นั้น เศรษฐา กล่าวว่า ไม่ได้ติดขัดที่คณะทำงานของตน แต่ติดขัดอยู่ที่ข้อกฎหมาย พร้อมกับย้ำว่าทุกอย่างต้องถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมาย
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าพบกลิ่นไม่ดีใช่หรือไม่ โครงการจึงถูกเลื่อนออกไปนั้น เศรษฐา ระบุว่า ผมไม่เข้าใจว่ากลิ่นไม่ดีคืออะไร ถ้าเป็นเรื่องทุจริต ไม่ยอมอยู่แล้ว ทุกอย่างต้องเป็นไปตามความชอบธรรม ยึดหลักกฎหมายเป็นหลัก
เมื่อถามย้ำว่า หากท้ายที่สุดต้องการแก้สัญญาใน 2 เรื่องคือเรื่องเครื่องยนต์ เป็นเครื่องจีน และขอขยายระยะเวลาการส่งมอบออกไป นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่าไปคาดเดาดีกว่าว่าจะแก้ตรงไหน ขอให้เซ็นมาก่อน แล้วค่อยไปถามคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่ทุกอย่างต้องผ่านครมและยืนยันว่า ต้องโปร่งใสตรวจสอบได้และเป็นไปตามกฎหมาย
ส่วนกรณีที่กองทัพเรืออยากให้การลงนามแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค.นี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกอย่างหากสามารถทำได้ ถูกต้องตามกฎหมายและผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกา มีความชอบธรรม ก็จะดำเนินการโดยเร็วที่สุดในทุกๆเรื่อง
ขณะที่ นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่ายังไม่ได้เซ็นลงนามแก้ไขสัญญา การจัดซื้อเรือดำน้ำจีน ส่วนติดขัดตรงไหนที่ทำให้ไม่สามารถเซ็นลงนามได้นั้น ชี้แจงว่า คณะทำงานของนายกรัฐมนตรี กำลังดูในขั้นตอนสุดท้ายอยู่ ก็เชื่อว่าอีกไม่นาน ผมก็จะเข้าหารือ เพราะเมื่อคณะทำงานดูเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะนัดหมายมาสรุป
ส่วนจะมีการเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีทันเดือน ก.ค.นี้ หรือไม่ สุทิน ระบุว่า ยังบอกไม่ได้ แต่เราก็อยากจะทำให้เร็วที่สุด ตอนนี้ก็เร่งให้เร็ว
เมื่อถามว่าจะต้องรอให้ทางกฤษฎีกาตรวจเกี่ยวกับข้อกฎหมายก่อนลงนามใช่หรือไม่ สุทิน ระบุว่า มีบ้างเล็กน้อย เราต้องเคลียร์ข้อกฎหมายและเตรียมคำอธิบายต่างๆต่อสังคม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ
เมื่อถามย้ำว่าจะต้องให้กฤษฎีกาดูข้อกฎหมาย เนื่องจากในสัญญาการจัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐได้กำหนดว่าห้ามฟ้องร้องต่อกันนั้น สุทิน ยอมรับว่า ก็มีส่วนนี้ด้วย ซึ่งการจะเดินหน้าต่อหรือจะยกเลิก จะต้องดูว่ามีข้อกฎหมายใดประกอบบ้าง ทั้งกฎหมายเขาและกฎหมายเราด้วย รวมถึงการตีความข้อตกลงที่มีหลายข้อต้องตีความละเอียด
โดยนายกรัฐมนตรี ได้ปรารภว่า เรื่องนี้ต้องละเอียด รอบคอบ และอธิบายสังคมได้ เพราะฉะนั้นจะช้าสักนิดนึงก็ได้ แต่ว่าขอให้สมบูรณ์ ลงตัวแบบที่สุด ที่สำคัญท่านห่วงการอธิบายต่อสังคม ซึ่งการอธิบายต่อสังคมได้มีการเตรียมไว้ 2 แบบ ซึ่งออกมาแบบไหนก็เตรียมไว้แล้ว
ส่วนการจัดซื้อเรือดำน้ำจะดำเนินการได้ทันผู้บัญชาการทหารเรือคนปัจจุบันนี้หรือไม่ สุทิน กล่าวว่า ไม่แน่ใจ จริงๆ เราก็อยากให้เร็วที่สุด ก็มีเวลาอีกนานกว่าท่านจะเกษียณฯ อีกหลายเดือนอยู่
สุทิน ยังได้กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการชี้แจงคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ส่วนของกองทัพในวันที่ 10 ก.ค.นี้ ว่า ไม่มีการเตรียมความพร้อม เพราะเป็นเรื่องที่ต้องทำมาทุกปี ทางกระทรวงกลาโหม โดยปลัดกระทรวงฯ และสำนักงานงบประมาณของกระทรวงกลาโหม มีประสบการณ์อยู่แล้ว ซึ่งเห็นว่าได้มีการนัดหมายไปพูดคุยกันแล้วเมื่อวันศุกร์-เสาร์ ที่ผ่านมา ยืนยันว่า มีความพร้อมในการชี้แจง
ส่วนการชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องของงบประมาณในการจัดซื้อเรือดำน้ำและเครื่องบินรบ นายสุทิน กล่าวว่า เขาก็ได้เตรียมชี้แจงเรื่องนี้ ไม่มีอะไรซับซ้อน เครื่องบินรบที่จัดซื้อก็เพราะหมดอายุ ขณะที่เรื่องเรือดำน้ำ อยู่ในขั้นตอนของการเจรจา ก็จะมีการอธิบายไปตามนี้ ซึ่งทีมที่ไปชี้แจงมีความเข้าใจในเรื่องนี้ดี สามารถชี้แจงได้
พร้อมย้ำว่าในการจัดหาเครื่องบินรบ อันดับแรกการตัดสินใจก็ต้องฟังความเห็นของกองทัพอากาศ เพราะเป็นผู้ใช้ และบางเรื่องก็ต้องฟังความเห็นจากกระทรวง ให้ข้อคิดและข้อสังเกตเพิ่มเติมไป
ส่วนจะนำบทเรียนในอดีตที่ให้อำนาจเหล่าทัพในการตัดสินใจมากเกินไป อย่างเช่นเรือดำน้ำ มาทบทวนหรือไม่ สุทิน ยอมรับว่า เรื่องเหล่านี้ถือเป็นบทเรียน เรียนรู้อยู่ตลอดซึ่งเชื่อว่า ทุกเหล่า เวลาจะจัดซื้ออาวุธ หรือ Mega Project ก็ต้องระมัดระวังเรื่องที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งได้กำชับไปแล้ว




