‘เงินดิจิทัล’ พ่นพิษ! เตือน ‘เศรษฐา’ พ้นนายกฯ ซ้ำรอย ‘ยิ่งลักษณ์’

13 พ.ย. 2566 - 13:47

  • ‘จตุพร’ มองเกม ‘ทักษิณ’ ออกจาก รพ.ตำรวจ เมื่อไหร่ ‘เศรษฐา’ ระวังพ้นนายกฯ ชี้วิบากกรรม ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ กู้ 5 แสนล้าน พ่นพิษ พรรคร่วม รบ. ส่อลอยแพ ‘ทหาร’ หาช่องยึดอำนาจ ระวังซ้ำรอย ‘สุดซอย’ ภาค2

Srettha_Thaksin_Power_Digital_Wallet_Yingluck_Coup_SPACEBAR_Hero_4b6f7dddbf.jpg

จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2566 ว่า หากวันใดที่ ทักษิณ ชินวัตร ออกจากชั้น 14 รพ.ตำรวจ แล้วกลับไปบ้านจะเป็นตัวเร่งให้ เศรษฐา ทวีสิน ต้องพ้นจากนายกรัฐมนตรี เร็วขึ้น เพราะต้องรับผิดชอบกับโครงการแจกเงินดิจิทัลหมื่นบาทจำนวน 50 ล้านคน ซึ่งสังคมและหน่วยงานตรวจสอบของรัฐรุมต่อต้านอย่างหนัก 

จตุพร เชื่อว่า เป้าหมายออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท มาแจกเป็นเงินดิจิทัลนั้นมีความสัมพันธ์เชิงอำนาจของ เศรษฐา ว่าจะอยู่หรือถูกเด้งให้พ้นจากตำแหน่งนายกฯ ได้ช้าหรือเร็วขึ้น โดยมีปัจจัยบ่งชี้สำคัญ คือ ทักษิณ ได้รับพระราชทานอภัยโทษทั่วไป ซึ่งคาดจะมีขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ 

“ถ้าทักษิณ ได้รับพระราชทานอภัยโทษทั่วไป แล้วกลับบ้านได้ คณะกรรมการกฤษฎีกา จะเป็นด่านแรกที่ขัดขวาง ไม่เห็นด้วยกับการออก พ.ร.บ.กู้เงิน มาแจกประชาชน อีกอย่างหากเศรษฐายื้อการแจกเงินดิจิทัล ยังต้องไปเผชิญกรรมใน ครม. และปัญหามีว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะยอมมีมติสิ้นอนาคตการเมืองไปพร้อมด้วยหรือไม่” จตุพร กล่าว 

จตุพร กล่าวว่า ถ้า ครม. ยอมผ่าน พ.ร.บ.กู้เงิน แล้ว ยังต้องไปผจญอุปสรรคในด่านสภา สส.และยังมีสภา สว. เป็นขวากหนามสำคัญคอยทิ่มแทงอีก รวมทั้งจะเกิดปรากฎการณ์ยื่นร้องต่อศาล รธน. ให้วินิจฉัยลงโทษ ครม. ด้วย ดังนั้นด่านขัดขวางแจกเงินดิจิทัลจึงมีทุกกระบวนการทางการเมืองและระดับชั้นทางยุติธรรม นายเศรษฐา ย่อมยากลำบากจะผ่านไปได้ง่ายๆ

“อุปสรรคดังกล่าว เศรษฐา พยายามจะฝ่าทะลวงด่านไปแจกเงินดิจิทัลให้สำเร็จ แม้แกนนำพรรคเพื่อไทยผนึกเสียงเชียร์จากนายแบก อีแบก มาปลุกปั่นความรัก อ้างเป็นความต้องการช่วยเหลือประชาชนขึ้นมาต่อสู้ แต่คงไม่ง่ายที่จะเลี่ยงพ้นความปั่นป่วน เข้าทางภาวะแทรกซ้อนจากอำนาจรัฐประหาร ซึ่งรอคอยโอกาสอยู่ โดยสถานการณ์เช่นนี้ ในอดีตการยึดอำนาจปี 2549 และ 2557 จึงเป็นบทเรียนนำมาสิ่งชี้วัดได้” จตุพร กล่าว 

จตุพร กล่าวว่า ยิ่งกว่านั้น ทักษิณ นอนชั้น 14 รพ.ตำรวจ ไม่ยอมติดคุกแม้แต่วันเดียว จึงไม่แตกต่างจากอดีตพรรคเพื่อไทยพยายามเสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอยให้ทักษิณ กลับบ้าน โดยไม่ยอมติดคุกเช่นกัน สิ่งนี้จะกลายเป็นแรงต่อต้านก่อหวอดปะทุขึ้นรวดเร็ว จนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกยึดอำนาจ ดังนั้นการจะออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท มาแจกประชาชน 50 ล้านคน จึงปู้ยี่ปู้ยำทำบ้านเมืองเสียหายไม่แตกต่างกัน และที่สำคัญจะเกิดสถานการณ์สุดซอยภาคสองขึ้นอีก

“เจตนาดิจิทัลชัดเจน กู้มาเป็นเงินบาท แล้วให้ประชาชนเป็นดิจิทัลมีค่าเท่ากับเงินบาท การอธิบายมุมใดก็ฟังไม่ขึ้นสักกรณีเดียว เพราะไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนสักอย่างที่จะนำมาอ้างการออก พ.ร.บ.กู้เงิน ตาม ม.53 ของกฎหมายวินัยการเงินการคลัง แต่เป็นเพียงเรื่องการหาเสียงเลือกตั้งล้วนๆ อีกทั้งการพูดเทหมดหน้าตักนั้นเมื่อแจกเงินดิจิทัลเป็นเรื่องหลักในการชูขอคะแนนเสียง ถ้าเป็นไปไม่ได้จึงต้องการความเห็นใจจากประชาชนเป็นอย่างน้อย ทั้งที่ความจริงแล้วโกหกทั้งแท่ง” จตุพร กล่าว 

จตุพร กล่าวว่า เรื่องการกู้เงินมาแจก พรรคเพื่อไทยเคยประณาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ มากที่สุด ทั้งเขียนกลอนประณาม ประชดประชัน แล้วยังตำหนิรุนแรง แต่ตัวเองกลับทำทั้งที่ไม่มีเรื่องเร่งด่วน หรือบ้านเมืองเกิดวิกฤตต้องกู้เงินมาแจกประชาชนให้ประทังความเดือดร้อน นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยพยายามโยงความเดือดร้อนทั้งหมดไปที่การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเท่านั้น แต่ไม่ให้จ่ายค่าเทอม ค่าบ้าน ค่าไฟ ค่ารถ และค่าใช้จ่ายจิปาถะ ดังนั้นจะฟื้นเศรษฐกิจปากท้องได้อย่างไรกัน ตรงกันข้ามยิ่งไปเติมกระตุ้นให้เศรษฐกิจของนายทุนผูกขาดได้พอกพูนกองเงินร่ำรวยอู้ฟู่ไปกันใหญ่ 

จตุพร ระบุว่า การเมืองในยุคปัจจุบัน เป็นการสนับสนุนยกย่อง เชียร์ ชื่นชมให้พวกเดียวกันตระบัดสัตย์ สับปลับ นำพาประเทศเดินไปในทางที่ผิดตามเสียงเชียร์ของพวกแบกๆ ทั้งหลาย ทั้งที่ผู้นำประเทศสิ่งแรกต้องทำคือ การรักษาสัจจะที่ให้ไว้กับประชาชนแต่ไม่ทำ กลับแสดงความปลิ้นปล้อนไม่ลดละ 

“ยืนยันจะไม่กู้เงินมาแจก ก็ต้องกู้ จะจ่ายหมื่นบาททุกคนตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป โดยไม่มีเงื่อนไข กลับมากำหนดมีรายได้ไม่เกิน 7 หมื่นบาท เปลี่ยนกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่รัศมี 4 กิโลเมตร มาเป็นใช้ได้ในเขตอำเภอตามทะเบียนบ้าน สิ่งเหล่านี้เป็นการโกหกที่เร่งด่วนกว่าการกู้เงิน 5 แสนล้านมาให้ประชาชนแบกหนี้ชดใช้คืน” จตุพร กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์