‘เศรษฐา ทวีสิน’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงผลการพูดคุยกับนักลงทุนชาวต่างชาติ ระหว่างเดินทางเข้ามาปฎิบัติภารกิจที่พรรคว่า มื่อวานนี้ (13 มิ.ย.66) ได้ประชุมผ่านระบบออนไลน์กับนักลงทุนจากทั่วโลก จำนวน 107 ราย ที่ต่างสอบถามถึงสถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะความไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาล และอยากให้จัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เนื่องจากทำให้การลงทุนหยุดชะงัก ซึ่งตนเองได้ชี้แจงว่าพรรคเพื่อไทยเป็น 1 ใน 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล และอยากให้ทั้ง 8 พรรค จัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว และมี ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเสียงนักลงทุนสะท้อนว่าหากจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วจะทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนดีขึ้น
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งผ่านมา 1 เดือนแล้ว แต่การจัดตั้งรัฐบาลยังไม่สำเร็จ จะส่งผลต่อการลงทุนหรือไม่ ‘เศรษฐา’ ยอมรับว่า มันก็เหนื่อย เพราะมีปัจจัยและตัวแปรเปลี่ยนแปลงตลอด ส่งผลให้นักลงทุนต่างประเทศกังวล แต่หากจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วก็เชื่อว่าจะไม่มีนักลงทุนย้ายฐานการผลิตออกไปจากประเทศไทย มั่นใจรัฐบาลจาก 8 พรรคการเมืองจะให้ความสำคัญกับการค้า การลงทุน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งเห็นได้จากการเดินสายพบภาคเอกชน และภาคธุรกิจของพิธา แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในภาพรวมของเศรษฐกิจไทย ทั้งภาคเอสเอ็มอี และอุตสาหกรรม หากจัดตั้งรัฐบาลได้น่าจะช่วยดึงดูดนักลงทุนกลับมาประเทศไทยได้
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองขณะนี้หรือไม่ เพราะผ่านการเลือกตั้งมานานแต่ยังจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ ‘เศรษฐา’ ตอบว่า ไม่อยากใช้คำว่าเป็นห่วง แต่อยากให้จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จโดยเร็ว และขณะนี้ตนเองขอโฟกัสการทำหน้าที่ในพรรคเพื่อไทย โดยอาทิตย์หน้าจะเดินทางพบนักธุรกิจขนาดย่อยในจังหวัดที่พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. โดยอาจจะเป็นจังหวัดน่าน ไปดูการปลูกกาแฟ และโกโก้ เพื่อแก้ปัญหาการทำไร่เลื่อนลอย และการเผาป่า ที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ หรือ ฝุ่น PM 2.5
ทั้งนี้ ‘เศรษฐา’ ยังได้ออกตัวก่อนว่า การลงพื้นที่ภาคเหนือ ไม่ได้ไปหาเสียง หรือแข่งกับพิธาที่ลงพื้นที่ขอบคุณประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืออยู่ในขณะนี้ แต่ไปรับฟังปัญหาแล้วนำมาดูว่าจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งในอีก 4 ปีข้างหน้า พร้อมบอกว่าพรรคเพื่อไทยจะต้องกลับมาเป็นที่ 1
ส่วนกรณีที่มีรายงานว่า กกต. ไม่รับรอง ส.ส. กว่า 71 คน ซึ่งในจำนวนนั้นมี ส.ส. พรรคเพื่อไทยมากที่สุด ‘เศรษฐา’ ชี้แจงว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด ขอไปคุยกับหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคก่อน แต่เชื่อว่า ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย จะเคลียร์ตัวเองจากข้อกล่าวหาได้
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งผ่านมา 1 เดือนแล้ว แต่การจัดตั้งรัฐบาลยังไม่สำเร็จ จะส่งผลต่อการลงทุนหรือไม่ ‘เศรษฐา’ ยอมรับว่า มันก็เหนื่อย เพราะมีปัจจัยและตัวแปรเปลี่ยนแปลงตลอด ส่งผลให้นักลงทุนต่างประเทศกังวล แต่หากจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วก็เชื่อว่าจะไม่มีนักลงทุนย้ายฐานการผลิตออกไปจากประเทศไทย มั่นใจรัฐบาลจาก 8 พรรคการเมืองจะให้ความสำคัญกับการค้า การลงทุน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งเห็นได้จากการเดินสายพบภาคเอกชน และภาคธุรกิจของพิธา แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในภาพรวมของเศรษฐกิจไทย ทั้งภาคเอสเอ็มอี และอุตสาหกรรม หากจัดตั้งรัฐบาลได้น่าจะช่วยดึงดูดนักลงทุนกลับมาประเทศไทยได้
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองขณะนี้หรือไม่ เพราะผ่านการเลือกตั้งมานานแต่ยังจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ ‘เศรษฐา’ ตอบว่า ไม่อยากใช้คำว่าเป็นห่วง แต่อยากให้จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จโดยเร็ว และขณะนี้ตนเองขอโฟกัสการทำหน้าที่ในพรรคเพื่อไทย โดยอาทิตย์หน้าจะเดินทางพบนักธุรกิจขนาดย่อยในจังหวัดที่พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. โดยอาจจะเป็นจังหวัดน่าน ไปดูการปลูกกาแฟ และโกโก้ เพื่อแก้ปัญหาการทำไร่เลื่อนลอย และการเผาป่า ที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ หรือ ฝุ่น PM 2.5
ทั้งนี้ ‘เศรษฐา’ ยังได้ออกตัวก่อนว่า การลงพื้นที่ภาคเหนือ ไม่ได้ไปหาเสียง หรือแข่งกับพิธาที่ลงพื้นที่ขอบคุณประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืออยู่ในขณะนี้ แต่ไปรับฟังปัญหาแล้วนำมาดูว่าจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งในอีก 4 ปีข้างหน้า พร้อมบอกว่าพรรคเพื่อไทยจะต้องกลับมาเป็นที่ 1
ส่วนกรณีที่มีรายงานว่า กกต. ไม่รับรอง ส.ส. กว่า 71 คน ซึ่งในจำนวนนั้นมี ส.ส. พรรคเพื่อไทยมากที่สุด ‘เศรษฐา’ ชี้แจงว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด ขอไปคุยกับหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคก่อน แต่เชื่อว่า ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย จะเคลียร์ตัวเองจากข้อกล่าวหาได้




