‘เศรษฐา’ ตรวจเยี่ยม-มอบนโยบาย ‘ปปง.’ เน้นยํ้า ‘โปร่งใส-สุจริต-เที่ยงธรรม’

5 ต.ค. 2566 - 14:40

  • ‘เศรษฐา’ ตรวจเยี่ยม-มอบนโยบาย ‘ปปง.’ เน้นยํ้า ‘โปร่งใส-สุจริต-เที่ยงธรรม’

  • ด้านประธานกรรมการ ปปง. ปลื้ม! เป็นนายกฯ คนแรกที่กําดูแลเอง

Srettha_visited_and_gave_policies_to_AMLO_SPACEBAR_Hero_3c9f8cc330.jpg

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายในการปฏิบัติงานแก่คณะผู้บริหารสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยมี ฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานคณะกรรมการ ปปง. และ เทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ให้การต้อนรับ

โดยประธานคณะกรรมการ ปปง. ระบุว่า ปปง.ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2540 เป็นเวลา 24 ปี นายกฯ เศรษฐา เป็นนายกฯ คนแรก ที่แสดงความชัดเจนในการกำกับดูแล ปปง.ด้วยตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นความมั่นใจของประชาชน ในเรื่องความโปร่งใส และการรับใช้กฎหมาย และยังเป็นขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการ เพราะข้าราชการของ ปปง.จะต้องต่อสู้กับผู้กระทำผิดและเผชิญหลายอย่าง การที่นายกฯ มาเป็นหลักให้ จะทำให้เกิดความมั่นใจ ที่สำคัญคือเรื่องการร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งเรามีพันธะกับหลายชาติ หากนายกฯ มากำกับดูแลเองก็ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการ การแสดงต่อนานาชาติ

“โครงสร้างภาพรวมของ ปปง. ในเรื่องของคน เงิน งาน ซึ่ง ปปง.มีบุคลากรอยู่ 852 คน เป็นข้าราชการ 552 คน และเป็นพนักงานอีก 300 คน ซึ่งเมื่อดูแล้ว กำลังก็อาจจะไม่เพียงพอ แต่ในข้อเท็จจริง เราใช้ระบบเครือข่าย โดยการสร้าง ปปง.ภาคประชาชน ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ในส่วนงบประมาณนั้น อุปกรณ์มี 432 ล้าน 92 เปอร์เซ็นต์เป็นงบฯ ประจำ, งบฯ ลงทุนมีประมาณ 2-3 เปอร์เซ็นต์ ในส่วนงานภาพรวมทั้งหมดของการยึดอายัด ตั้งแต่มีการตั้ง ปปง.มา เราดำเนินการไปแล้วประมาณ 8.2 หมื่นล้านบาท และได้นำส่งคลังแล้ว 1.6 หมื่นล้านบาท เหลือประมาณ 6 พันกว่าล้าน ที่อยู่ในกระบวนการ ซึ่งในส่วนนี้ จะนำข้อสั่งการของนายกฯ ที่ให้ไว้ว่า ให้ทำงานอย่างโปร่งใส คือจะมีการเปิดให้สอบทางกฎหมายตามกระบวนการสาธารณะในเรื่องของงาน ปปง.ต้องการสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ซึ่งจะได้รับนโยบายของนายกฯ ไปดำเนินการต่อไป” ประธานคณะกรรมการ ปปง. ระบุ

ด้านเลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า ปปง.ขอขอบคุณนายกฯ ที่ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบาย ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่กระจายของอาวุธที่มีอนุภาพทําลายล้างระดับสูง ถือเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ระบบเศรษฐกิจ และเป็นภัยร้ายแรงที่คุกคามต่อประชาชน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปปง.ในฐานะบังคับใช้กฎหมายให้เกิดการปฏิบัติ ได้ดำเนินการตามบทบาทและอำนาจหน้าที่ ซึ่งกฎหมายบัญญัติไว้

โดยได้สนับสนุนการปฎิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา และปราบปราม ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้เกิดขึ้น ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ทาง ปปง.ดำเนินการโดยยึดหลักธรรมาภิบาลการบริหารบ้านเมืองด้วยกิจการที่ดี มุ่งเน้นให้ความสำคัญการปราบปราม

ด้านนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการขับเคลื่อนนโยบาย สิ่งที่สำคัญคือการบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนภารกิจงาน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนรวมถึงประชาชน เป็นกลไกที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมฟอกเงินให้หมดไป เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรฝอกเงิน และยังส่งเสริมภาพรักความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสังคมโลกด้วย

“สำนักงาน ปปง.ต้องมีความโปร่งใส สุจริต เที่ยงธรรม ในการปฏิบัติงาน เพราะการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นที่คาดหวังของประชาชน ขอให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง นึกถึงหลักสิทธิมนุษยชน ภายใต้กรอบอำนาจกฎหมายที่มีอยู่และมาตรฐานสากล และเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการเงิน สร้างความน่าเชื่อถือด้านการค้า การลงทุนระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ต้องสร้างภาคีเครือข่ายในการปฏิบัติงานร่วมกับทุกส่วนราชการ ทุกเครือข่ายภาคประชาชน ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยยึดหลักคุณธรรมและสุจริต” นายกฯ ระบุ

จากนั้น เศรษฐา เปิดเผยถึงการมอบนโยบายว่า สำนักงาน ปปง. ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี ประธาน ปปง.เลยบอกว่า ตนเป็นนายกฯ คนแรกที่ได้มาเยี่ยมและมอบนโยบาย ถือว่า ปปง.เป็นหน่วยงานสำคัญ เพราะเชื่อมโยงเกี่ยวกับความมั่นคง ปัจจุบัน ธุรกิจสีเทาทั้งหลาย เรื่องธุรกรรมการเงินเป็นองค์ประกอบหลัก ที่ทำให้เครือข่ายสามารถขยายรายได้ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด การพนันออนไลน์ และอีกหลายเรื่อง ซึ่ง ปปง.จะเป็นองค์กรที่สำคัญมากในการที่จะกำกับดูแล โดยเฉพาะเรื่องการยึดทรัพย์ ซึ่งจะเป็นการทำลายต้นตอของปัญหาหลายๆ อย่าง ตนเองจึงมาพูดคุยและมอบนโยบายว่า เราต้องทำงานกันอย่างรวดเร็วและกระชับขึ้น โดยยึดหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะต้องให้โอกาสแก่ผู้กระทำความผิดด้วย โดยต้องพิสูจน์ทราบให้ได้

“การบังคับใช้กฎหมายต้องชัดเจน โปร่งใส และสาธารณะชนรับรู้ได้ เช่น หากยึดทรัพย์มาต้องมีการขึ้นเว็บไซต์ว่า ทำงานไปแล้วเท่าไหร่ ยึดของใครมา ส่งคืนรัฐไปแล้วเท่าไหร่ เรื่องนี้ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งทางสำนักงาน ปปง.มีความมั่นใจต่อกรณีดำเนินการที่ค้างอยู่ 6 พันล้าน และต้องมั่นใจว่า ให้ความเป็นธรรมด้วย จึงมากำชับว่าต้องรวดเร็วและรวบรัดขึ้น ไม่เช่นนั้น จะมีการโยกย้ายถ่ายเทหรืออะไรได้หลายๆ อย่าง ซึ่งเรื่องการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เขาก็มีกำหนดระยะเวลาอยู่ และผมก็มอบหมายไปแล้วว่า แต่ละเรื่องต้องมี KPI มีไทม์ไลน์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะคดีใหญ่ๆ ต้องมี” นายกฯ ระบุ

ส่วนกรรีที่ก่อนหน้านี้ มีข้อครหา ปปง.ในเรื่องของความโปร่งใส โดยเฉพาะผู้บริหารที่มีข่าวว่า ไปเกี่ยวข้องกับทุนจีนสีเทา จะมีนโยบายกู้ภาพลักษณ์อย่างไรนั้น เศรษฐา กล่าวว่า ต้องให้เกียรติกับเจ้าหน้าที่ด้วย อย่าพูดกันไปอย่างนั้นเลย เชื่อว่าในวันนี้มาพูดแล้ว ทุกคนเข้าใจถึงเรื่องที่สังคมยังมีข้อกังขาอยู่ การมอบนโยบายในวันนี้ ก็เพื่อให้เข้าหน้าที่ทุกคนทํางานอย่างสุจริต รอบคอบ รวดเร็ว และตอบโจทย์สังคมได้ เพราะฉะนั้น ก็ขอให้ดูกันต่อไป เชื่อว่าประสิทธิภาพการทำงานจะดีขึ้น ข้อครหาของสังคมต้องลดน้อยลง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์