‘ศรีสุวรรณ’ ร้องผู้ตรวจฯ ส่งศาลชี้แจกเงินดิจิทัลขัด รธน.

13 พ.ย. 2566 - 15:04

  • ‘ศรีสุวรรณ’ ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณาส่ง ศาล รธน.วินิจฉัยโครงการดิจิทัลวอลเล็ต

  • ชี้กู้เงินมาแจกขัดรัฐธรรมนูญ-กฎหมายการเงินการคลัง หวังผลการเมืองชัดเจน เข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรง

  • ลุยยื่น กกต.-ป.ป.ช. ฟัน ลั่นไม่ปล่อยผ่าน

Srisuwan_appeals_to_the_Ombudsman_Giving_out_digital_money_violates_the_constitution_SPACEBAR_Hero_36c69fa680.jpg

ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน (13 พฤศจิกายน 2566) ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีรัฐบาลตรา พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 140 ประกอบ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ศ. 2560 มาตรา 53 หรือไม่

ศรีสุวรรณ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รมว.การคลัง) พูดมาตลอดว่าจะไม่กู้เงินมาเพื่อทำโครงการนี้ แต่วันนี้กลับกลืนน้ำลายตัวเอง ใช้ช่องทางการกู้เงินมาแจก เพื่อหวังความนิยมทางการเมืองเท่านั้น

นอกจากเป็นการตระบัดสัตย์ของผู้นำประเทศ ยังเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 40 ซึ่งกำหนดไว้ชัดเจนว่า การจะกู้เงิน จะทำได้เฉพาะที่เป็นไปตามกฎหมายว่า ด้วยเงินงบประมาณ หรือที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายวินัยการเงินการคลัง เว้นแต่มีกรณีจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งก็ต้องไปดู พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง 

โดยมาตรา 53 เขียนชัดเจนว่า การจะกู้เงินนั้น นอกจากต้องมีเหตุตามกฎหมายว่า ด้วยการบริหารหนี้สาธารณะแล้ว จะมีเงื่อนไขว่าต้องมีเหตุเร่งด่วน และต้องใช้ความต่อเนื่องในการแก้ไขเศรษฐกิจของประเทศ และตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีไม่ทัน แต่ ณ วันนี้ สถานการณ์ของประเทศไม่มีเหตุอะไรจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องกู้เงินเลย

ศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า นายกฯ แถลงมาโดยตลอดว่าจะใช้เงิน 5 แสนล้านบาท ครั้งนี้ครั้งเดียวแล้วจบเลย จึงไม่ใช่เรื่องของความต่อเนื่อง แต่ที่จะต่อเนื่องก็มีแค่คนไทยทั้ง 70 ล้านคน ต้องมาใช้หนี้ และดอกเบี้ยเงินกู้ในภายหลัง ส่วนการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจประเทศยังห่างไกลมาก แต่ถ้าจะอ้างว่า ประเทศมีวิกฤตเศรษฐกิจ ก็เป็นทั้งโลก แต่ถ้าจะอ้างข้อนี้ทำไมต้องมาออกเป็นพระราชบัญญัติ ไม่ออกเป็นพระราชกำหนดไปเลย  

ขณะที่การตั้งงบประมาณไม่ทันนั้น ยิ่งไม่เข้า เพราะ พ.ร.บ.งบประมาณ 2567 ยังอยู่ในวาระการพิจารณา ตั้งงบฯ ของหน่วยงานราชการ ยังไม่มีการเสนอต่อสภาฯ ถ้าจะใช้ช่องทางนี้รัฐบาลสามารถบรรจุโครงการเข้าไปในงบฯ 2567 ได้เลย แต่ที่ไม่ทำ เพราะจะทำให้ พ.ร.บ.งบประมาณขาดทุนอย่างบักโกรก ขาดดุลมหาศาล จึงมาใช้วิธีการออก พ.ร.บ.กู้เงินแทน

“พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังมาตรา 9 กำหนดไว้ชัดเจนว่า การดำเนินโครงการจะต้องไม่เป็นไปเพื่อเอื้อประโยชน์ทางการเมือง แต่การแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท นายกฯ มาแถลงว่าจะทำโครงการนี้แล้วบอกว่าจะไปหารือกับกฤษฎีกา ทำไมจึงไม่หารือให้มีความชัดเจนก่อนว่า ทำได้หรือไม่ได้ แล้วค่อยมาแถลง เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของการเมืองล้วนๆ เป็นการหวังสร้างความนิยมทางการเมืองชัดเจน ไม่มีเจตนาที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ไม่มีเหตุผลอื่นเลย”

ศรีสุวรรณ กล่าวด้วยว่า นายกฯ พูดมาตลอดว่าตัวเองเป็นนักธุรกิจมีความรู้ความสามารถ บริหารกิจการเรียลเอสเตจมีกำไรมากมาย จึงสามารถบริหารจัดการเงินที่จะเอามาใช้ในโครงการนี้ได้ แต่สุดท้ายก็กลืนน้ำลายตัวเอง ตระบัดสัตย์ตัวเอง ออก พ.ร.บ.เงินกู้เพื่อไปใช้ในโครงการนี้ ซึ่งทำให้ต่อไปคนไทยต้องจ่ายภาษีใช้หนี้ให้โครงการนี้ ไม่ว่าจะยากดีมีจน แม้แต่คนที่ไม่เข้าข่ายว่าจะต้องได้เงิน 10,000 บาท ก็ต้องมาร่วมใช้หนี้ด้วย ฉะนั้นความเป็นนักบริหารมืออาชีพที่อ้างก็เป็นเพียงโฆษณาช่วนเชื่อ หลอกลวงประชาชนมาโดยตลอด จะใช้เงินแล้วใช้การกู้เงินแบบนี้เด็กอมมือก็กู้ได้ ไม่ต้องป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงมากู้หรอก

ศรีสุวรรณ กล่าวว่า สำหรับการยื่นเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้นประชาชนทำเองไม่ได้ ตนจึงมายื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณาส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย  และในวันพุธที่ 15 พ.ย.นี้ตนจะไปยื่นเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะตอนยื่นนโยบายที่จะใช้หาเสียงต่อ กกต. จะไม่ใช้เงินกู้ จะใช้เกลี่ยจากกระทรวง ทบวงกรมต่างๆ และใช้เงินสำรองที่มีอยู่กว่าแสนล้านบาท ไม่เกี่ยวกับการกู้เงินเลย 

“ซึ่งผมก็โอเคถ้าไม่ไปกู้มาแจก ก็พอจะหยวนๆ กันได้ แต่กลับมาออก พ.ร.บ.เงินกู้ อาจจะขัดกับมาตรา 57 พ.ร.ป.พรรคการเมือง และการที่ยืนยันมาตลอดว่าจะไม่กู้ แต่สุดท้ายมาแถลงจะกู้ สะท้อนว่าเป็นผู้นำประเทศ กำลังสร้างผลประโยชน์ส่วนตัว เข้าข่ายขัดจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างร้ายแรง ซึ่งจะไปยื่น ป.ป.ช. ในวันศุกร์ 17 พ.ย.นี้ ซึ่งเรื่องนี้ ศรีสุวรรณปล่อยไปไม่ได้ และจะร้องทุกหน่วยงาน”

ด้าน นายปิยะ ลือเดชกุล ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบเรื่องร้องเรียน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน 

กล่าวว่า ขณะนี้มีคำร้องเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอยู่ที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน 5 เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของผู้ตรวจฯ เรื่องนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน ก็ต้องเร่งรัดการพิจารณาเรื่องร้องเรียนให้เร็วที่สุด แต่ไม่สามารถตอบได้ว่า จะใช้เวลานานเท่าไหร่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์