‘ศรีสุวรรณ’ ร้อง กกต.! สอบ ‘เศรษฐา-พท.’ กู้แจกเงินผิดหรือไม่

15 พ.ย. 2566 - 13:22

  • ‘ศรีสุวรรณ’ จี้ กกต.สอบ ‘เศรษฐา-เพื่อไทย’ เคยหาเสียงว่าไม่กู้แต่กลับกู้ผิดกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่

  • ชงส่งศาลฯ พิจารณาลงโทษตัดสิทธิ์ทางการเมือง

Srisuwan_complains_to_the_ECT_Investigate_Srettha_Pheu_Thai_for_distributing_loans_illegally_SPACEBAR_Hero_a5b384a7eb.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศูนย์ราชการฯ (15 พฤศจิกายน 2566) ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต.**\-นายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อให้ไต่สวนสอบสวนเอาผิดนายกรัฐมนตรี **เศรษฐา ทวีสิน และพรรคเพื่อไทย (พท.) กรณีเคยหาเสียงก่อนการเลือกตั้งว่าจะไม่กู้เงินมาใช้ในนโยบายแจกเงินดิจิทัล10,000 บาท แต่กลับจะเสนอออก พ.ร.บ.กู้เงิน 500,000 ล้านบาท มาแจก อันถือได้ว่าเป็นการหลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองตามกฎหมายเลือกตั้ง สส.หรือไม่

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนการเลือกตั้ง 14 พ.ค.66 หัวหน้าพรรคเพื่อไทยในขณะนั้นได้ลงนามในหนังสือที่ พท.0893/2566 เมื่อเดือนเมษายน 2566 ถึง กกต. เรื่องการกำหนดนโยบายที่ใช้ในการประกาศโฆษณาของพรรคเพื่อไทย ตามที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 57 บังคับไว้ในส่วนของการกำหนดนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงิน ต้องระบุ 3 เรื่อง คือ 1.วงเงินที่ต้องใช้ 2.ที่มาของเงินที่จะใช้ดำเนินการ และ 3.ความคุ้มค่า ประโยชน์ในการดำเนินการ และความเสี่ยง ซึ่งเป็นช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไปทั้งประเทศนั้น

หนึ่งในนโยบายสำคัญที่พรรคเพื่อไทยได้จัดทำเอกสารชี้แจงไปยัง กกต.เกี่ยวกับกำหนดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านประเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) วงเงิน 560,000 ล้านบาท โดยระบุที่มาของเงินที่จะต้องใช้ดำเนินการว่า “ใช้การบริหารงบประมาณปกติ และบริหารระบบภาษี” 

ประกอบด้วย 1) ประมาณการรายได้รัฐที่เพิ่มขึ้นในปี 2567 จำนวน 260,000 ล้านบาท 2) ภาษีที่ได้มาจากผลคูณต่อเศรษฐกิจจากนโยบาย 100,000 ล้านบาท 3) การบริหารจัดการงบประมาณ 110,000 ล้านบาท และ4) การบริหารงบประมาณด้านสวัสดิการที่ซ้ำซ้อน 90,000 ล้านบาท

ซึ่งในเอกสารดังกล่าว รวมทั้งการโฆษณาหาเสียงและการให้สัมภาษณ์หรือการแถลงชี้แจงนโยบายของพลพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยในขณะนั้น ต่างยืนยันต่อสาธารณะและสื่อมวลชนมาโดยตลอดว่านโยบายแจกเงินดังกล่าว “ไม่มีการกู้เงิน” มาใช้จ่ายในนโยบายดังกล่าวโดยเด็ดขาด ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากเชื่อมั่นในคำพูดในการหาเสียง จึงไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้กับพรรคเพื่อไทยจนได้ สส.มาเป็นอันดับ 2

แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2566 ที่ผ่านมานายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กลับตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนและสาธารณะว่าจะออก ‘พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท’ เพื่อนำมาแจกประชาชนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปและมีรายได้ไม่เกิน 60,000 บาท/เดือน และมีเงินฝากไม่เกิน 500,000 บาท อันไม่เป็นไปตามการโฆษณาหาเสียงและไม่เป็นไปตามเอกสารการชี้แจงที่ให้ไว้ต่อ กกต.แต่อย่างใด

Srisuwan_complains_to_the_ECT_Investigate_Srettha_Pheu_Thai_for_distributing_loans_illegally_SPACEBAR_Photo01_f860031cfe.jpg

“กรณีดังกล่าว อาจถือเป็นการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ตาม ม.73(5) หรือ (1) ประกอบ ม.159 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการหาเสียงเลือกตั้ง สส.2561 หรือไม่ ซึ่งอาจเข้าข่ายการหาเสียงเลือกตั้งที่เป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมได้ เป็นหน้าที่และอำนาจของ กกต.ที่จะต้องดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 224 ประกอบมาตรา 226 และเสนอเรื่องไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาพิพากษาลงโทษตัดสิทธิ์ทางการเมืองตามครรลองของกฎหมายต่อไป” ศรีสุวรรณ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์