11 เม.ย.66 ‘ศรีสุวรรณ จรรยา’ เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้าร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบ กรณีผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 1 จังหวัดกาญจนบุรี ปราศรัยอ้างโครงการพระราชดำริ ว่าเข้าข่ายขัดต่อระเบียบของ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 หรือไม่
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 66 พรรคพลังประชารัฐ ได้จัดเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 1 เขต 2 และเขต 4 โดยมีแกนนำพรรคร่วมเวทีปราศรียหลายคน จนถึงช่วงปราศรัยของ จีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ กาญจนบุรี ซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรีในปัจจุบัน โดยพูดในทำนองว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ทำหลายโครงการเพื่อช่วยเหลือประชาชน ทั้งโครงการพระราชดำริ ที่พัฒนาลุ่มน้ำและอ่างเก็บน้ำหลายแห่ง โครงการในพระราชดำริที่อยู่ในตังหวัดกาญจนบุรีอีก 3 แห่ง ซึ่งกล่าวว่าเป็นการริเริ่มความห่วงใยของ พล.อ.ประวิตร สมัยเป็นรองนายกรัฐมนตรี ที่สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันดูแล
‘ศรีสุวรรณ’ มองว่าการกล่าวลักษณะข้างต้น ถือเป็นการดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องกับการหาเสียง จึงได้เรื่องมาร้องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบวินิจฉัย หากพบเป็นลักษณะความผิดขอให้เร่งดำเนินการตามกฎหมายทันที เหมือนกับกรณีที่เขาเคยร้องเรียนพรรครวมไทยสร้างชาติมาก่อนหน้านี้ ซึ่งบทลงโทษหากเป็นการทำความผิดครั้งแรก กกต.อาจจะมีหนังสือแจ้งไปยังคณะกรรมการบริหารพรรค ให้ตักเตือนสมาชิกไม่ให้กระทำผิดกฎหมาย แต่ถ้าเป็นการทำผิดซ้ำต้องมีบทลงโทษที่หนักกว่านี้
นอกจากนี้ ‘ศรีสุวรรณ’ ยังยอมรับว่ารู้สึกหนักใจกับการทำงานของ กกต.เพราะหลายเรื่องที่เขาร้องเรียน เพื่อหวังให้มีการควบคุมและดูแลการหาเสียงของผู้สมัครทุกพรรคให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย แต่การทำงานของ กกต.เชื่องช้า บางพรรคการเมือง ช่วงชิงโอกาสฝ่าฝืนระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่เป็นผลดี ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม ถือเป็นการเอาเปรียบกันทางการเมือง
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 66 พรรคพลังประชารัฐ ได้จัดเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 1 เขต 2 และเขต 4 โดยมีแกนนำพรรคร่วมเวทีปราศรียหลายคน จนถึงช่วงปราศรัยของ จีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ กาญจนบุรี ซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรีในปัจจุบัน โดยพูดในทำนองว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ทำหลายโครงการเพื่อช่วยเหลือประชาชน ทั้งโครงการพระราชดำริ ที่พัฒนาลุ่มน้ำและอ่างเก็บน้ำหลายแห่ง โครงการในพระราชดำริที่อยู่ในตังหวัดกาญจนบุรีอีก 3 แห่ง ซึ่งกล่าวว่าเป็นการริเริ่มความห่วงใยของ พล.อ.ประวิตร สมัยเป็นรองนายกรัฐมนตรี ที่สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันดูแล
‘ศรีสุวรรณ’ มองว่าการกล่าวลักษณะข้างต้น ถือเป็นการดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องกับการหาเสียง จึงได้เรื่องมาร้องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบวินิจฉัย หากพบเป็นลักษณะความผิดขอให้เร่งดำเนินการตามกฎหมายทันที เหมือนกับกรณีที่เขาเคยร้องเรียนพรรครวมไทยสร้างชาติมาก่อนหน้านี้ ซึ่งบทลงโทษหากเป็นการทำความผิดครั้งแรก กกต.อาจจะมีหนังสือแจ้งไปยังคณะกรรมการบริหารพรรค ให้ตักเตือนสมาชิกไม่ให้กระทำผิดกฎหมาย แต่ถ้าเป็นการทำผิดซ้ำต้องมีบทลงโทษที่หนักกว่านี้
นอกจากนี้ ‘ศรีสุวรรณ’ ยังยอมรับว่ารู้สึกหนักใจกับการทำงานของ กกต.เพราะหลายเรื่องที่เขาร้องเรียน เพื่อหวังให้มีการควบคุมและดูแลการหาเสียงของผู้สมัครทุกพรรคให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย แต่การทำงานของ กกต.เชื่องช้า บางพรรคการเมือง ช่วงชิงโอกาสฝ่าฝืนระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่เป็นผลดี ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม ถือเป็นการเอาเปรียบกันทางการเมือง



