ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และพวก
กรณียอมรับว่า “หลาน” ซึ่งเป็นอดีตซีอีโอสายการบิน เข้ามาก้าวก่ายการบริหารราชการในกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จนกลายเป็นกรณีพิพาทนำไปสู่การที่ ราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงฯ ยื่นหนังสือลาออกจากราชการเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 โดยอ้างว่า “ไม่สามารถสนองนโยบายฝ่ายการเมืองได้”
ทั้งนี้ ราเชน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน กรณีที่ถูกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เพราะมีโทรศัพท์จากซีอีโอสายการบิน “นามสกุล จ.” มาขอพบ บอกว่าจะมาช่วยดูงานซ่อมอากาศยาน แต่อธิบดีไม่ได้พบ เพราะมีงานนัดหมายล่วงหน้า ไม่รู้มิจฉาชีพหรือไม่ จึงเป็นเหตุให้ถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจฯ ก่อนจะเกษียณอายุราชการเพียง 5 เดือนหรือไม่
พร้อมกันนี้ ราเชน ยังได้ให้สัมภาษณ์ว่า “เก็บเรคคอร์ดทั้งหมดมีทั้งคลิปและโทรศัพท์ที่โทรมา เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ก็ติดต่อมาถึง 5 ครั้ง งบฯ ซ่อมอากาศยานปกติได้ปีละ 300 ล้านบาท ซึ่งซ่อมไม่จริงไม่ได้ เพราะเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ และยังยืนยันอีกว่ามีบุคคลเรียกให้เอาเอกสารไปดูงบประมาณปี 70 ไปคุยที่อาคารแห่งหนึ่งแถวย่านวิภาวดี ชั้น 4 อีกด้วย”
ศรีสุวรรณ ระบุว่า กรณีที่ราเชน ออกมาแฉว่า ‘หลานรัฐมนตรี’ พยายามโทรศัพท์หาเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการซ่อมอากาศยานของกรมฝนหลวงฯ และการที่คนใกล้ชิดเรียกให้เอาเอกสารไปดูงบปี 70 บริเวณชั้น 4 อาคารที่ทำการพรรค ถนนวิภาวดีนั้น เป็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ซึ่งห้าม สส. ยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณแผ่นดิน และอาจเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ มาตรา 184 (2) ประกอบ มาตรา 186 รวมทั้งขัดต่อจริยธรรมอย่างร้ายแรงด้วย ซึ่ง รมว.เกษตรฯ จะปฏิเสธความรับผิดชอบไปมิได้
ดังนั้น ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความพร้อมพยานหลักฐาน คลิปสัมภาษณ์ทั้งหมดมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นชี้มูลความผิดว่าการกระทำของ รมว.เกษตรฯ และคนใกล้ชิดเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ด้วย




