ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ไต่สวนสอบสวน ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาแถลงยอมรับว่า “ได้ยื่นพระราชกฤษฎีกาทูลเกล้าฯ ยุบสภา ไปตั้งแต่เมื่อวาน (2 ก.ย.)” ทั้งๆ ที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ซึ่งเข้าข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ และส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อพิจารณาเอาผิดการกระทำดังกล่าวว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายหรือไม่ต่อไป
ศรีสุวรรณ กล่าวว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว นับแต่วันที่ศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ 1 ก.ค. 2568 และเมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงแล้ว ครม. ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ
จากนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และพรรคการเมืองต่างๆ จึงได้มีความพยายามที่จะดำเนินการรวมตัวกันเพื่อสนับสนุนบุคคล ซึ่งพรรคการเมืองมีมติว่าจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 88 ของรัฐธรรมนูญ 2560 และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนฯ ก็ได้กำหนดวันที่จะประชุมสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้ว
พร้อมเผยด้วยว่า “การที่พรรคประชาชนที่มีจำนวน สส.มากที่สุดในสภาฯ ไม่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ทำให้ ภูมิธรรมเลือกที่จะทูลเกล้าฯ ขอยุบสภาผู้แทนฯ ทั้งๆ ที่สภาผู้แทนฯ มิได้มีความผิดใดๆ และการเลือกตั้งใหม่โดยที่ยังไม่ครบวาระจะทำให้ต้องสูญเสียเงินภาษีประชาชนไปในการจัดการเลือกตั้งหลายพันล้านบาท เพียงเพื่อให้พรรคพวกตนยังคงมีอำนาจในการรักษาการรัฐบาลต่อไปเท่านั้น”
การไม่สามารถใช้อำนาจยุบสภาได้นั้น มีนักวิชาการ ผู้รู้ อดีตผู้พิพากษา ตุลาการ รวมทั้งเลขาธิการกฤษฎีกาได้ออกมายืนยันมากมายว่า “ทำไม่ได้” แต่ก็ยังฝ่าฝืนที่จะกระทำ พฤติกรรมดังกล่าว นอกจากจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม ป.อ. มาตรา 157 และขัดต่อมาตรา 3 และมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ 2560 แล้ว ยังถือได้ว่าเป็นการกระทำที่อาจเป็นที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทได้ รวมทั้งเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงอีกด้วย




