มาแล้ว! ‘ศรีสุวรรณ’ ยื่น กกต. สอบ ‘เศรษฐา-เพื่อไทย’ ปม ‘เงินดิจิทัล’ สงสัยโยงผลประโยชน์ทับซ้อน

10 เม.ย. 2566 - 14:05

  • มาตามนัด! ‘ศรีสุวรรณ’ ยื่น กกต.สอบ ‘เศรษฐา-เพื่อไทย’

  • ปมนโยบายหาเสียงแจก ‘เงินดิจิทัล 10,000 บาท’ ให้คนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป

  • เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายหลายฉบับหรือไม่ พร้อมตั้งข้อสงสัยผลประโยชน์ทับซ้อนธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

Srisuwan_submitted_to_ECT_investigate_Srettha_Pheua_Thai_Party_case_of_digital_money_SPACEBAR_Hero_18f08bc2d8.jpeg
ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ตรวจสอบและวินิจฉัย กรณี เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และพรรคเพื่อไทย ประกาศนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ให้คนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป จำนวน 54 ล้านคน คนละ 10,000 บาท เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับพรรคเพื่อไทยและผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นการดำเนินการที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายหลายฉบับหรือไม่ 

ศรีสุวรรณ ให้เหตุผลว่า เนื่องจากการหาเสียงการแจกเงินดิจิทัลดังกล่าว ซึ่งเป็นการใช้ประชานิยมสุดขั้วนั้น อาจก่อให้เกิดผลกระทบหรือความเสียหายอย่างรุนแรงต่อประโยชน์ของประชาชนในวงกว้าง ทั้งทางบวกและทางลบได้  และมีเสียวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก ว่าจะมีผลกระทบต่อวินัยทางการเงินการคลังของรัฐอย่างมาก ซึ่งอาจขัดต่อ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 และ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ 2561 หรือไม่ 

อีกทั้งการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทนั้น จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตาม พระราชกําหนด (พ.ร.ก.) การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล 2561 ประกอบ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19) 2561 โดยเคร่งครัด จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ซึ่งเงินจะเหลือถึงประชาชนจริงๆ เพียง 8,500 บาท เมื่อสิ้นปีภาษี ต้องแจ้งเป็นรายรับต่อสรรพากร รวมทั้งร้านค้าที่รับเงินดิจิทัลด้วย การบอกความจริงไม่หมด เป็นการหลอกลวงจูงใจให้เข้าใจผิด ตามมาตรา 73(5) ของ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งฯ 2561 หรือไม่ 

“กรณีดังกล่าวอาจสุ่มเสี่ยงต่อเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้นได้ เนื่องจากนายเศรษฐา เคยเป็นผู้ก่อตั้งหรือผู้บริหารธุรกิจสินทรัพทย์ดิจิทัล หรือโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ก่อนที่จะโอนหุ้นทั้งหมดให้กับลูกสาว และลาออกจากผู้บริหารในบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ทุกตำแหน่ง เพื่อมาลงการเมือง แต่จะทำให้สังคมไว้วางใจได้อย่างไรว่า การประกาศแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต จะไม่เป็นการสร้างประโยชน์ให้กับอดีตธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของตัวเอง ซึ่งแม้จะโอนหุ้นให้ลูกสาวไปแล้ว แต่ก็อาจจะยังเข้าข่ายฝ่าฝืน มาตรา 44 แห่ง พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล 2561 ด้วยหรือไม่” ศรีสุวรรณ ระบุ 

นอกจากนั้น การหาเสียงแจกเงินดิจิทัล ของพรรคเพื่อไทยดังกล่าว กกต.ต้องเปิดเผยข้อมูลให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนทราบ ถึงคำอธิบายของพรรคเพื่อไทย ที่รายงานมายัง กกต. ด้วยว่า 1. วงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเงินที่จะใช้ในการดําเนินการมาจากแหล่งใด 2. ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดําเนินนโยบาย 3. ผลกระทบและความเสี่ยงในการดําเนินนโยบาย เพราะหากไม่สามารถชี้แจงได้ก็อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน มาตรา 73(1) และ (5) แห่ง พ.ร.ป.เลือกตั้ง 2561 ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.ที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัดต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์