ร้อง ‘กกต.’ สอบปมแจกบัตรส่วนลดช่วยหาเสียง

9 พ.ค. 2566 - 17:40

  • ‘ศรีสุวรรณ’ จี้ ‘กกต.’ ตรวจสอบปม ‘พรรคสีส้ม’

  • แจกบัตรส่วนลดร้านค้าช่วยหาเสียง

Srisuwan_urges_ECT_to_investigate_the_knot_of_distributing_discount_tickets_to_help_the_campaign_SPACEBAR_Hero_98a4d7adab.jpeg
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 9 พฤษภาคม 2566 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการยื่นคำร้องชี้เบาะแสให้กกต.ได้ตรวจสอบ ไต่สวน สอบสวน กรณีมีผู้ทำบัตรส่วนลดพรรคสีส้มแจกจ่ายให้กับลูกค้าที่ใช้บริการซื้อขายสินค้าโดยการการจัดทำรหัสโค้ดเป็นส่วนลดให้ ว่า การกระทำดังกล่าวอาจเป็นการช่วยหาเสียงให้กับพรรค ที่อาจเข้าข่ายการให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ซึ่งผลประโยชน์อื่นใดที่อาจคำนวณเป็นเงินได้ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองได้  

ศรีสุวรรณ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะต้องดำเนินการไต่สวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ว่าพรรคดังกล่าวจัดทำขึ้นหรือมีผู้หวังดีใดจัดทำขึ้นนั้น ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ เพราะนอกจากพยานหลักฐานบางส่วนที่สมาคมฯ นำมายื่นให้ในวันนี้แล้ว กกต.จำต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไปตามอำนาจหน้าที่ หากพบว่าเป็นไปตามคำร้องและตามหลักฐาน ก็อาจถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง ตาม ม.73 (1) และ (5) แห่ง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.2561 ที่กำหนดห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่นด้วยวิธีการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายข้างต้นได้ 

ศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบว่ามีร้านค้าหลายแห่งกระทำการช่วยหาเสียงให้กับพรรคสีส้ม ด้วยวิธีการพิมพ์ข้อความลงในสลิปเรียกใบเสร็จว่าให้ไปช่วยเลือกพรรคสีส้มในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 นี้ด้วย ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเป็นการช่วยหาเสียงให้กับพรรคการเมือง ซึ่งพรรคการเมืองดังกล่าวจะต้องนำมาคิดเป็นค่าใช้จ่ายในการรายงานค่าใช้จ่ายในการหาเสียงตามที่ กกต.กำหนดภายใน 90 วัน หลังจากการเลือกตั้ง ตาม ม.67 ประกอบ ม.63 ม.64 แห่ง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.2561 ด้วย หากไม่รายงาน หรือรายงานแต่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ก็อาจมีความผิดตาม ม.155 ได้

“ดังนั้น หากหัวหน้าพรรคการเมืองดังกล่าวจงใจยื่นเอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ตาม ม.67 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และ ให้ศาลฯ สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 5 ปี แต่ถ้าบัญชีรายรับและรายจ่ายที่ยื่นตาม ม.67 เป็นเท็จ หัวหน้าพรรคการเมืองดังกล่าว ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท และศาลจะสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 20 ปีอีกด้วย”

ศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า หลักฐานดังกล่าวที่สมาคมฯ ยื่นให้ กกต.วันนี้ คงต้องรอนำไปตรวจสอบอีกครั้ง หลังจากพรรคดังกล่าวยื่นบัญชีค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งภายใน 90 วันหลังเลือกตั้ง ซึ่ง กกต.จะประกาศเผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ถึงเวลานั้นถ้าหลักฐานที่สมาคมฯ นำมายื่นในวันนี้ไม่ปรากฏในบัญชี คงเป็นเรื่องแน่ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์