‘สวนดุสิตโพล’ ชี้ 5 ปีผ่าน ประชาชนมอง ‘นักการเมืองไทย’ ยังเหมือนเดิม-แย่ลง

18 ธ.ค. 2565 - 11:04

  • เปิดผลสำรวจสวนดุสิตโพล “นักการเมืองไทย ไปทางไหนดี”

  • ชี้ผ่าน 5 ปี ประชาชนมองยังเหมือนเดิม-แย่ลง-ดีขึ้น?

Suan_Dusit_Poll_indicates_that_5_years_later_people_see_Thai_politicians_still_the_same_getting_worse_SPACEBAR_Thumbnai_e023e367a1.jpeg
18 ธันวาคม 2565 ‘สวนดุสิตโพล’ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,157 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 11-14 ธันวาคม 2565 ในหัวข้อ “นักการเมืองไทย ไปทางไหนดี” เพื่อสะท้อนความคิดเห็นกรณีข่าวความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงนี้ค่อนข้างร้อนแรงและเป็นที่จับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะกรณี ส.ส.ลาออก ย้ายพรรค อย่างต่อเนื่อง ทำให้ถูกมองว่านักการเมืองนั้นทำเพื่ออุดมการณ์หรือเพื่อผลประโยชน์ เพราะนักการเมืองคือผู้ที่ประชาชนฝากความหวังและเป็นตัวแทนเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน สรุปผลได้ ดังนี้ 

เมื่อถามว่าประชาชนคิดว่านักการเมืองไทย ณ วันนี้ กับ 5 ปีที่ผ่านมาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง พบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 47.02 มองว่านักการเมืองไทยก็ยังเหมือนเดิม และร้อยละ 44.68 มองว่าแย่ลง มีเพียงร้อยละ 8.30 ที่มองว่าดีขึ้น 

โดยนักการเมืองที่ประชาชนอยากได้อันดับ 1 คือ มีความรับผิดชอบ มีผลงาน ทำงานเร็ว แก้ปัญหาเร็ว ร้อยละ 79.22 อันดับ 2 ร้อยละ 77.83 เป็นคนดี ซื่อสัตย์ ไม่เห็นแก่อำนาจและผลประโยชน์ อันดับ 3 ร้อยละ 76.70 เป็นนักบริหารมืออาชีพ มีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถ  

เมื่อถามถึงพฤติกรรมนักการเมืองแบบที่เบื่อหน่ายหรืออยากให้หมดไป กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 87.50 ระบุว่า คือการพูดแต่ทำไม่ได้ ไม่รักษาสัญญา พูดให้ร้าย ใส่ร้ายป้ายสี รองลงมาร้อยละ 83.68 ใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ไม่ถูกต้อง เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง และร้อยละ 78.99 ระบุคือความไม่โปร่งใส ทุจริต คอร์รัปชัน 

ทั้งนี้ผลสำรวจยังพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 40.71 คิดว่านักการเมืองทุกคนควรสังกัดพรรคการเมือง และจะสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ก็ได้ ร้อยละ 39.07  

ส่วน ‘พรรคการเมือง’ ที่ประชาชนต้องการ ร้อยละ 91.57 คือเป็นพรรคการเมืองที่โปร่งใส ดำเนินกิจการของพรรคอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ร้อยละ 84.10 ต้องเป็นพรรคที่มีความสามัคคี ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน มีอุดมการณ์ มีจุดยืนที่ชัดเจน และร้อยละ 82.71 มีสมาชิกพรรคที่มีความรู้ความสามารถ มาจากหลากหลายอาชีพ สร้างนักการเมืองที่มีคุณภาพ 

สำหรับปัญหาเร่งด่วนที่อยากให้นักการเมืองช่วยแก้ไข คือ ปัญหาการทุจริต คอร์รัปชัน ร้อยละ 76.78 รองลงมาคือ ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ร้อยละ 68.17 และปัญหาปากท้อง ของแพง ความเป็นอยู่ของประชาชน ร้อยละ 67.22 

สุดท้ายเมื่อถามถึง ทำอย่างไรประเทศไทยจึงจะเป็นประชาธิปไตยมากกว่าที่ผ่านมา พบว่าประชาชน ร้อยละ 76.65 ระบุว่าต้องมีการเลือกตั้งที่โปร่งใส ยุติธรรม มาจากเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง ร้อยละ 69.97 เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม ได้แสดงออกทางความคิดเห็น และร้อยละ 68.49 ประชาชนต้องตระหนักรู้ ให้ความสำคัญ เป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง 

พรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจเมื่อพิจารณาจำแนกตามกลุ่มเจนเนเรชัน พบว่า กลุ่มคนเจน Z หรือ New Voter ในการเลือกตั้งครั้งหน้ามองว่านักการเมืองที่ต้องการต้องเป็นนักบริหาร มีประสบการณ์ และเบื่อหน่ายนักการเมืองที่ “ดีแต่พูด” ทั้งนี้นักการเมืองจะสังกัดพรรคหรือไม่ก็ได้ ส่วนกลุ่มบูมเมอร์มองว่านักการเมืองต้องเป็นคนดี ซื่อสัตย์สุจริต และควรต้องสังกัดพรรคการเมือง ถึงแม้ทั้งสองเจนจะมีมุมมองต่อนักการเมืองที่ต่างกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าต่างก็ต้องการนักเมืองที่มีคุณภาพและเน้นการทำงานเพื่อพัฒนาประเทศเหมือนกัน ไม่ใช่นักการเมืองที่เล่นการเมืองไปวันๆ 

ด้าน ดร.พัชราพรรณ นาคพงษ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า ผลจากการเสวนากลุ่มเรื่อง “นักการเมืองไทยไปทางไหนดี กับ 91 ปีของประเทศที่เรียกตัวเองว่าประชาธิปไตย” พบว่า การเมืองไทยยังยึดติดอยู่กับผลประโยชน์ที่มีผลต่างตอบแทนซึ่งกันและกัน นักการเมืองยังมีบทบาทในภาพลักษณ์ ที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบริบทของสังคม เช่น สังคมเมืองประชาชนคาดหวังการทำหน้าที่ในสภาเพื่อสนองตอบตามนโยบายพรรคที่ได้หาเสียงไว้ ในสังคมที่ห่างจากสังคมเมือง ประชาชนต้องการให้นักการเมืองเข้ามาดูแลทุกข์สุขทุกเรื่อง 

สำหรับประเทศไทยอาจกล่าวไม่ได้ว่าเป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบนัก และก็ไม่เคยมีประเทศใดกล่าวอ้างเรียกว่าตนเองเป็นประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตยหาใช่เพียงนิยาม แต่ต้องทำให้เป็นจึงจะเป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ ประชาธิปไตยของประเทศไทยยังคงให้สิทธิประชาชนได้เลือกตั้ง แต่ประชาชนจะได้ในสิ่งที่ตอบสนองกับความต้องการของตนเองหรือไม่ ก็ไม่เป็นที่แน่ใจได้ และหากประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ใช่ ก็คงไม่ต้องมาสงสัยว่าประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยหรือไม่เป็น 
Suan_Dusit_Poll_indicates_that_5_years_later_people_see_Thai_politicians_still_the_same_getting_worse_SPACEBAR_Photo01_b389d119a9.jpeg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์