‘สวนดุสิตโพล’ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งนายก อบจ.ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไรกับการเลือกตั้งนายก อบจ.” จากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,188 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 9-12 กรกฎาคม 2567
จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนรู้หรือไม่ว่าช่วงนี้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น หรือ การเลือกตั้งนายก อบจ.ในหลายพื้นที่ โดยส่วนใหญ่ ร้อยละ 41.16 รู้ และทราบรายละเอียดการเลือกตั้ง ร้อยละ 36.95 รู้ แต่ไม่ทราบรายละเอียดการเลือกตั้ง และร้อยละ 21.89 ไม่รู้เลยว่ามีการเลือกตั้ง
ส่วนประชาชนคิดว่าการเลือกตั้งนายก อบจ. มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันในด้านใดบ้าง พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 70.76 การพัฒนาท้องถิ่น ร้อยละ 58.81 การพัฒนาสาธารณูปโภค ร้อยละ 55.68 การพัฒนาเศรษฐกิจและการสร้างงาน ร้อยละ 52.63การบริการสาธารณะ และร้อยละ 50.42 การดูแลสุขภาพและสาธารณสุข
เมื่อถามว่าประชาชนคิดว่าตนเองและครอบครัวได้รับประโยชน์จากการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ พบว่า ร้อยละ 39.14 ได้รับประโยชน์น้อย ร้อยละ 36.78ได้รับประโยชน์มาก ร้อยละ 18.02 ไม่ได้รับประโยชน์ และร้อยละ 6.06 ไม่แน่ใจ
ส่วนประชาชนคิดว่า “บ้านใหญ่” มีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งท้องถิ่นในพื้นที่มากน้อยเพียงใด พบว่า ร้อยละ 62.21 มีอิทธิพลมาก ร้อยละ 18.86 มีอิทธิพลน้อย ร้อยละ 9.93 ไม่แน่ใจ และร้อยละ 9 ไม่มีอิทธิพล
เมื่อถามว่าประชาชนคิดว่าผลการเลือกตั้งนายก อบจ. จะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองในการเลือกตั้งระดับชาติครั้งต่อไปหรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 77.44 มีผล และร้อยละ 22.56 ไม่มีผล
ขณะที่ความเห็นประชาชนคิดว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นจะมีการซื้อสิทธิขายเสียงหรือไม่ พบว่า ร้อยละ 57.66 มี ร้อยละ 26.01 ไม่แน่ใจ และร้อยละ 16.33 ไม่มี
ท้ายที่สุดเมื่อถามในเรื่องการแก้ปัญหาท้องถิ่น ประชาชนเชื่อมั่นในพรรคใดมากที่สุด พบว่า อันดับ 1 ก้าวไกล ร้อยละ 32.53 อันดับ 2 เพื่อไทย ร้อยละ 19.79 อัน 3 พลังประชารัฐ ร้อยละ 17.30 อันดับ 4 ภูมิใจไทย ร้อยละ 9.29 และอันดับ 5 ประชาธิปัตย์ ร้อยละ 6.63
พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล เปิดเผยว่า ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนถึงความรับรู้และมุมมองของประชาชนต่อการเลือกตั้งนายก อบจ.ว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยประชาชนเห็นว่าอิทธิพลของ “บ้านใหญ่” นั้น ส่งผลต่อการเลือกตั้งซึ่งอาจเป็นอิทธิพลผ่านการสนับสนุนผู้สมัคร และยังกังวลเกี่ยวกับการซื้อสิทธิขายเสียง ดังนั้น การสร้างความโปร่งใสและความเข้าใจที่ชัดเจนในการเลือกตั้ง จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นในครั้งนี้





