‘สวนดุสิตโพล’ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง ‘ประชาชนคิดอย่างไรกับศึกเลือกตั้ง 2566’ พบว่า คุณสมบัติของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนอยากได้ 5 อันดับ ได้แก่
อันดับ 1 เข้าถึงประชาชน ช่วยเหลือประชาชน 8.18 คะแนน
อันดับ 2 ความคิดทันสมัย วิสัยทัศน์กว้างไกล 8.14 คะแนน
อันดับ 3 เป็นคนเก่ง มีความรู้ความสามารถ 8.04 คะแนน
อันดับ 4 เก่งเรื่องเศรษฐกิจ การเงิน 7.99 คะแนน
อันดับ 5 เป็นนักบริหาร บริหารงานได้ดี 7.98 คะแนน
ด้านนโยบายหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองที่โดนใจประชาชน 5 อันดับ ได้แก่
อันดับ 1 เน้นเศรษฐกิจ ค่าแรง 600 บาทต่อวัน ปริญญาตรีเงินเดือน 25,000 บาท บัตรประชาชนใบเดียวรักษาฟรีทั่วประเทศ รถไฟฟ้าความเร็วสูง ยาเสพติดหมดไป ฯลฯ 7.73 คะแนน
อันดับ 2 รื้อ - บางอย่างไม่ดีก็เลิก ปรับให้ทันสมัยมีความเป็นสากล / ลด - ภาระต่าง ๆ ของประชาชน / ปลดเปลื้อง - ค่าครองชีพและหนี้สินของประชาชน / สร้าง - สังคมของชาติที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ฯลฯ 7.67 คะแนน
อันดับ 3 บัตรประชารัฐ 700 บาทต่อเดือน บริหารจัดการน้ำ แก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วม แก้ปัญหาความยากจน ปฏิรูประบบที่ดิน คืนที่ดินทำกินให้ประชาชน ฯลฯ 7.61 คะแนน
อันดับ 4 เกษตรร่ำรวย พักหนี้ 3 ปี หยุดต้นปลอดดอกคนละไม่เกิน 1 ล้านบาท เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็งฟรี ทุกจังหวัด ศูนย์ฟอกไตฟรีทุกอำเภอ พลังงานสะอาด ฯลฯ 7.58 คะแนน
อันดับ 5 ปิดสวิตช์ '3 ป.' แก้มาตรา 112 ยกเลิกเกณฑ์ทหาร หวยใบเสร็จ ช่วย SME รัฐโปร่งใส AI จับโกง สวัสดิการลดเหลื่อมล้ำ เด็กเล็ก 1,200 บาทต่อเดือน ผู้สูงวัย 3,000 บาทต่อเดือน ฯลฯ 7.53 คะแนน
ขณะที่ผลงาน/โครงการของพรรคการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือก ส.ส. 5 อันดับ ได้แก่
อันดับ 1 สิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ของรัฐ 49.24%
อันดับ 2 ขึ้นค่าแรง 36.30%
อันดับ 3 ปรับโครงสร้างหนี้ ลดหนี้ 26.72%
อันดับ 4 การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน 21.68%
อันดับ 5 การกระตุ้นเศรษฐกิจ 16.64%
สำหรับการเลือกตั้งปี 2566 นี้ ประชากรกลุ่มอายุ 18 - 42 ปี มีจำนวนกว่า 22 ล้านเสียง กลุ่มตัวอย่างกลุ่มนี้ชอบแคนดิเดตที่เป็นผู้นำที่เด็ดขาด เชื่อมั่นในตัวเอง ความคิดทันสมัย วิสัยทัศน์ดี ส่วนนโยบายที่โดนใจ คือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การแก้กฎหมาย ปิดสวิตช์ ‘3 ป.’ ส่วนกลุ่มอายุ 43 ปีขึ้นไปรวมกว่า 29 ล้านเสียง กลุ่มตัวอย่างชอบแคนดิเดต ที่เข้าถึงประชาชน ชอบนโยบายลดหนี้ และสร้างสังคมที่เอื้อเฟื้อต่อกัน การเลือกตั้งหนนี้ทุกพรรคเร่งทำพื้นที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แม้จะยังไม่ยุบสภาแต่ทุกเสาทุกพื้นที่เริ่มเต็มไปด้วยป้ายหาเสียง จากลักษณะแคนดิเดตและนโยบายที่ชอบก็พอจะสะท้อนลักษณะพรรคการเมืองที่สนใจได้ หน้าตาของรัฐบาลใหม่อาจผสมผสานสุดขั้วแบบที่ไม่เคยเห็น หรืออาจจะเป็นหน้าเดิมที่เห็นมาตลอดก็เป็นได้
อันดับ 1 เข้าถึงประชาชน ช่วยเหลือประชาชน 8.18 คะแนน
อันดับ 2 ความคิดทันสมัย วิสัยทัศน์กว้างไกล 8.14 คะแนน
อันดับ 3 เป็นคนเก่ง มีความรู้ความสามารถ 8.04 คะแนน
อันดับ 4 เก่งเรื่องเศรษฐกิจ การเงิน 7.99 คะแนน
อันดับ 5 เป็นนักบริหาร บริหารงานได้ดี 7.98 คะแนน
ด้านนโยบายหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองที่โดนใจประชาชน 5 อันดับ ได้แก่
อันดับ 1 เน้นเศรษฐกิจ ค่าแรง 600 บาทต่อวัน ปริญญาตรีเงินเดือน 25,000 บาท บัตรประชาชนใบเดียวรักษาฟรีทั่วประเทศ รถไฟฟ้าความเร็วสูง ยาเสพติดหมดไป ฯลฯ 7.73 คะแนน
อันดับ 2 รื้อ - บางอย่างไม่ดีก็เลิก ปรับให้ทันสมัยมีความเป็นสากล / ลด - ภาระต่าง ๆ ของประชาชน / ปลดเปลื้อง - ค่าครองชีพและหนี้สินของประชาชน / สร้าง - สังคมของชาติที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ฯลฯ 7.67 คะแนน
อันดับ 3 บัตรประชารัฐ 700 บาทต่อเดือน บริหารจัดการน้ำ แก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วม แก้ปัญหาความยากจน ปฏิรูประบบที่ดิน คืนที่ดินทำกินให้ประชาชน ฯลฯ 7.61 คะแนน
อันดับ 4 เกษตรร่ำรวย พักหนี้ 3 ปี หยุดต้นปลอดดอกคนละไม่เกิน 1 ล้านบาท เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็งฟรี ทุกจังหวัด ศูนย์ฟอกไตฟรีทุกอำเภอ พลังงานสะอาด ฯลฯ 7.58 คะแนน
อันดับ 5 ปิดสวิตช์ '3 ป.' แก้มาตรา 112 ยกเลิกเกณฑ์ทหาร หวยใบเสร็จ ช่วย SME รัฐโปร่งใส AI จับโกง สวัสดิการลดเหลื่อมล้ำ เด็กเล็ก 1,200 บาทต่อเดือน ผู้สูงวัย 3,000 บาทต่อเดือน ฯลฯ 7.53 คะแนน
ขณะที่ผลงาน/โครงการของพรรคการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือก ส.ส. 5 อันดับ ได้แก่
อันดับ 1 สิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ของรัฐ 49.24%
อันดับ 2 ขึ้นค่าแรง 36.30%
อันดับ 3 ปรับโครงสร้างหนี้ ลดหนี้ 26.72%
อันดับ 4 การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน 21.68%
อันดับ 5 การกระตุ้นเศรษฐกิจ 16.64%
สำหรับการเลือกตั้งปี 2566 นี้ ประชากรกลุ่มอายุ 18 - 42 ปี มีจำนวนกว่า 22 ล้านเสียง กลุ่มตัวอย่างกลุ่มนี้ชอบแคนดิเดตที่เป็นผู้นำที่เด็ดขาด เชื่อมั่นในตัวเอง ความคิดทันสมัย วิสัยทัศน์ดี ส่วนนโยบายที่โดนใจ คือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การแก้กฎหมาย ปิดสวิตช์ ‘3 ป.’ ส่วนกลุ่มอายุ 43 ปีขึ้นไปรวมกว่า 29 ล้านเสียง กลุ่มตัวอย่างชอบแคนดิเดต ที่เข้าถึงประชาชน ชอบนโยบายลดหนี้ และสร้างสังคมที่เอื้อเฟื้อต่อกัน การเลือกตั้งหนนี้ทุกพรรคเร่งทำพื้นที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แม้จะยังไม่ยุบสภาแต่ทุกเสาทุกพื้นที่เริ่มเต็มไปด้วยป้ายหาเสียง จากลักษณะแคนดิเดตและนโยบายที่ชอบก็พอจะสะท้อนลักษณะพรรคการเมืองที่สนใจได้ หน้าตาของรัฐบาลใหม่อาจผสมผสานสุดขั้วแบบที่ไม่เคยเห็น หรืออาจจะเป็นหน้าเดิมที่เห็นมาตลอดก็เป็นได้





