ภาคประชาชนเดินทางเข้ายื่นหนังสือพร้อมข้อมูลประกอบการพิจารณาถึงสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ณ รัฐสภา เพื่อขอให้ สว.ตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเพื่อเป็นนายรัฐมนตรี คนที่ 30 โดยมีตัวแทน สว. ได้แก่ สมชาย แสวงการ และ ถวิล เปลี่ยนศรี เป็นผู้รับหนังสือ
ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวว่า ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ เพราะถือเป็นประมุขของฝ่ายบริหาร จึงต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 เพื่อที่จะให้คนไทยทั้งประเทศ ได้นายกรัฐมนตรีที่มีความเหมาะสมตามคุณสมบัติและลักษณะตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ และเป็นต้นแบบอันดีงามของคนในชาติ เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองพัฒนาสถาพรสืบไป ทั้งยังป้องกันมิให้บุคคลผู้ที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสม ไม่สมควรขาดคุณสมบัติ และมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ถูกเสนอชื่อเพื่อได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย ซึ่งจะนำความเสียหายและความเสื่อมเสียให้เกิดกับประเทศชาติและประชาชน
“ดังนั้น ภาคประชาชนส่วนต่างๆ จึงได้มายื่นหนังสือเพื่อร้องขอให้ท่านสมาชิกวุฒิสภา ได้โปรดกรุณาตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย อย่างละเอียดถี่ถ้วน ตามอำนาจและหน้าที่ของวุฒิสภา ที่ได้บัญญัติเอาไว้ในบทเฉพาะกาลของกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่กำหนดให้วุฒิสภามีหน้าที่และอำนาจสำคัญ คือการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีจากผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง” ตัวแทนภาคประชาชน ระบุ
ด้าน สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงภายหลังรับหนังสือจากภาคประชาชนว่า ต้องรอดูฝ่าย สส.แถลงว่าจะเสนอใครเป็นนายกฯ ส่วน สว.จะใช้มาตรฐานการตรวจสอบคุณสมบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ตามมาตรา160 ซึ่งถือเป็นหลักเกณฑ์เดียวกันกับการตรวจสอบผู้เข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ หรือตุลาการ ศาลฯ สว.จะพิจารณาจากข้อมูลข่าวสาร คำแถลง เอกสารต่างๆ หรือแคนดิเดตนายกฯ ที่จะถูกเสนอชื่อในรัฐสภา
“จะชี้แจงในสภาฯ ก็เป็นเรื่องดี หากไม่มาก็ต้องมีผู้แทนมาตอบชี้แจง เชื่อว่า สว.ทุกคนทำหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ ในฐานะที่ได้รับโปรดเกล้าฯ มาในการดูแลปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ขณะที่ดุลยพินิจในการโหวตของสมาชิกแต่ละคน เป็นเอกสิทธิ์ที่แต่ละคนจะตัดสินใจในวันโหวต” สมชาย ระบุ
ขณะที่ ถวิล เปลี่ยนศรี สว. กล่าวว่า เมื่อเราได้รับมอบหมายภารกิจนี้ตามรัฐธรรมนูญที่ผ่านการลงประชามติของประชาชน จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด นายกฯ ไม่ใช่หัวหน้าประธานบริษัท หรือหัวหน้าครอบครัว แต่เป็นนายกฯ ของทุกคน ต้องเลือกคนที่ดีที่สุด มีคุณสมบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่เหมาะสมต่อคนไทยทั้ง 60 กว่าล้านคน
“มั่นใจว่าในช่วงสุดท้ายของการทำงาน สว. จะทำหน้าที่โดยไม่ตกอยู่ในอาณัติของใครทั้งสิ้น ทั้ง 250 คน จะใช้ดุลยพินิจและเหตุผลให้ดีที่สุด” ถวิล ระบุ
ส่วน ประพันธ์ คูณมี สว. ได้กล่าวถึงคำถามที่ว่า มี สว.ไว้ทำไม สว.จะเอาอะไรกันนักหนา ทำไมไม่โหวตๆ ให้เขาไป เขาได้เสียงข้างมาก ไม่ใช่หน้าที่อะไรของ สว. ตนอยากชี้แจงว่า สว.ต้องการให้บ้านเมืองเดินหน้าภายใต้ระบอบประชาธิปไตย เราอยากให้มีนายกฯ มาบริหารประเทศ ดูแลผลประโยชน์ แก้ไขปัญหาประชาชน แต่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ สว.ทำหน้าที่ตรวจสอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ ดังนั้น หน้าที่ที่เราได้รับมอบหมายจากประชาชนคือบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ สมควรเป็นนายกฯ หรือไม่ แต่ถ้าเราได้นายกฯ ที่ไม่มีคุณสมบัติ และมีลักษณะต้องห้าม ไม่สมควรเป็นผู้นำประเทศเราจะเอาหรือไม่
“เราจะให้ประเทศเดินหน้าภายใต้ผู้นำที่มีลักษณะไม่ซื่อสัตย์ คดในข้องอในกระดูก คดโกง ไม่เป็นที่ไว้วางใจของประชาชน มีพฤติกรรมประพฤติผิดร้ายแรงทางจริยธรรม เราจะเอามั้ย อยู่ที่ประชาชน แต่ สว.มีหน้าที่ถ่วงดุลป้องกันคนไม่ดีให้มีอำนาจปกครองบ้านเมือง ส่งเสริมคนดีให้ปกครองบ้านเมือง ดังนั้น ในวันพรุ่งนี้ ผมจะทำหน้าที่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่ให้พี่น้องประชาชนผิดหวังว่า บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ สมควรหรือไม่ ถ้าเขามีพฤติกรรมไปเบียดเอาที่สาธารณะมาเป็นประโยชน์ของตัวเองแล้วมาเก็บเงินประชาชน โกงเก็บเงิน 10 บาท 20 บาท แล้วจะเป็นนายกฯ ได้ไง แล้วมาเป็นนายกฯ ดูแลสมบัติแผ่นดินทั้งประเทศ มันจะไม่เบียดบังเอาสมบัติสาธารณะมาเป็นประโยชน์หรือ ดังนั้น วันพรุ่งนี้ขอให้ฟังรายละเอียดในการอภิปราย ผมทำการบ้าน เตรียมข้อมูลมาแล้ว” ประพันธ์ ระบุ
ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวว่า ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ เพราะถือเป็นประมุขของฝ่ายบริหาร จึงต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 เพื่อที่จะให้คนไทยทั้งประเทศ ได้นายกรัฐมนตรีที่มีความเหมาะสมตามคุณสมบัติและลักษณะตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ และเป็นต้นแบบอันดีงามของคนในชาติ เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองพัฒนาสถาพรสืบไป ทั้งยังป้องกันมิให้บุคคลผู้ที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสม ไม่สมควรขาดคุณสมบัติ และมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ถูกเสนอชื่อเพื่อได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย ซึ่งจะนำความเสียหายและความเสื่อมเสียให้เกิดกับประเทศชาติและประชาชน
“ดังนั้น ภาคประชาชนส่วนต่างๆ จึงได้มายื่นหนังสือเพื่อร้องขอให้ท่านสมาชิกวุฒิสภา ได้โปรดกรุณาตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย อย่างละเอียดถี่ถ้วน ตามอำนาจและหน้าที่ของวุฒิสภา ที่ได้บัญญัติเอาไว้ในบทเฉพาะกาลของกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่กำหนดให้วุฒิสภามีหน้าที่และอำนาจสำคัญ คือการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีจากผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง” ตัวแทนภาคประชาชน ระบุ
ด้าน สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงภายหลังรับหนังสือจากภาคประชาชนว่า ต้องรอดูฝ่าย สส.แถลงว่าจะเสนอใครเป็นนายกฯ ส่วน สว.จะใช้มาตรฐานการตรวจสอบคุณสมบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ตามมาตรา160 ซึ่งถือเป็นหลักเกณฑ์เดียวกันกับการตรวจสอบผู้เข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ หรือตุลาการ ศาลฯ สว.จะพิจารณาจากข้อมูลข่าวสาร คำแถลง เอกสารต่างๆ หรือแคนดิเดตนายกฯ ที่จะถูกเสนอชื่อในรัฐสภา
“จะชี้แจงในสภาฯ ก็เป็นเรื่องดี หากไม่มาก็ต้องมีผู้แทนมาตอบชี้แจง เชื่อว่า สว.ทุกคนทำหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ ในฐานะที่ได้รับโปรดเกล้าฯ มาในการดูแลปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ขณะที่ดุลยพินิจในการโหวตของสมาชิกแต่ละคน เป็นเอกสิทธิ์ที่แต่ละคนจะตัดสินใจในวันโหวต” สมชาย ระบุ
ขณะที่ ถวิล เปลี่ยนศรี สว. กล่าวว่า เมื่อเราได้รับมอบหมายภารกิจนี้ตามรัฐธรรมนูญที่ผ่านการลงประชามติของประชาชน จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด นายกฯ ไม่ใช่หัวหน้าประธานบริษัท หรือหัวหน้าครอบครัว แต่เป็นนายกฯ ของทุกคน ต้องเลือกคนที่ดีที่สุด มีคุณสมบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่เหมาะสมต่อคนไทยทั้ง 60 กว่าล้านคน
“มั่นใจว่าในช่วงสุดท้ายของการทำงาน สว. จะทำหน้าที่โดยไม่ตกอยู่ในอาณัติของใครทั้งสิ้น ทั้ง 250 คน จะใช้ดุลยพินิจและเหตุผลให้ดีที่สุด” ถวิล ระบุ
ส่วน ประพันธ์ คูณมี สว. ได้กล่าวถึงคำถามที่ว่า มี สว.ไว้ทำไม สว.จะเอาอะไรกันนักหนา ทำไมไม่โหวตๆ ให้เขาไป เขาได้เสียงข้างมาก ไม่ใช่หน้าที่อะไรของ สว. ตนอยากชี้แจงว่า สว.ต้องการให้บ้านเมืองเดินหน้าภายใต้ระบอบประชาธิปไตย เราอยากให้มีนายกฯ มาบริหารประเทศ ดูแลผลประโยชน์ แก้ไขปัญหาประชาชน แต่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ สว.ทำหน้าที่ตรวจสอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ ดังนั้น หน้าที่ที่เราได้รับมอบหมายจากประชาชนคือบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ สมควรเป็นนายกฯ หรือไม่ แต่ถ้าเราได้นายกฯ ที่ไม่มีคุณสมบัติ และมีลักษณะต้องห้าม ไม่สมควรเป็นผู้นำประเทศเราจะเอาหรือไม่
“เราจะให้ประเทศเดินหน้าภายใต้ผู้นำที่มีลักษณะไม่ซื่อสัตย์ คดในข้องอในกระดูก คดโกง ไม่เป็นที่ไว้วางใจของประชาชน มีพฤติกรรมประพฤติผิดร้ายแรงทางจริยธรรม เราจะเอามั้ย อยู่ที่ประชาชน แต่ สว.มีหน้าที่ถ่วงดุลป้องกันคนไม่ดีให้มีอำนาจปกครองบ้านเมือง ส่งเสริมคนดีให้ปกครองบ้านเมือง ดังนั้น ในวันพรุ่งนี้ ผมจะทำหน้าที่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่ให้พี่น้องประชาชนผิดหวังว่า บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ สมควรหรือไม่ ถ้าเขามีพฤติกรรมไปเบียดเอาที่สาธารณะมาเป็นประโยชน์ของตัวเองแล้วมาเก็บเงินประชาชน โกงเก็บเงิน 10 บาท 20 บาท แล้วจะเป็นนายกฯ ได้ไง แล้วมาเป็นนายกฯ ดูแลสมบัติแผ่นดินทั้งประเทศ มันจะไม่เบียดบังเอาสมบัติสาธารณะมาเป็นประโยชน์หรือ ดังนั้น วันพรุ่งนี้ขอให้ฟังรายละเอียดในการอภิปราย ผมทำการบ้าน เตรียมข้อมูลมาแล้ว” ประพันธ์ ระบุ




