สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกระแสข่าว “สนธยา คุณปลื้ม” อดีต รมว.วัฒนธรรม จะย้ายมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทย จะมีการแบ่งพื้นที่ส่งผู้สมัคร สส.ชลบุรี “คนละครึ่งจังหวัด” หรือไม่ ว่า “เรื่องของนักการเมืองทุกค่าย ทุกกลุ่มของประเทศไทย เมื่อมีสัญญาณนับถอยหลังเลือกตั้ง เขาต้องพยายามหาสังกัดและต้องหาพรรคการเมืองที่มั่นคงที่จะนำพาประเทศให้เจริญได้ เขาก็ไปตรงนั้น”
“ส่วนที่ จ.ชลบุรี ผมเป็นผู้แทนฯ ไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องไปดูแลจังหวัดนั้นจังหวัดนี้ เพราะเราไม่ได้มีประชาชนที่รู้จักทั้งจังหวัดหรือทุกจังหวัด เราอาจจะชำนาญในบางพื้นที่ อำเภอ ตำบล ซึ่งผมยินดีถ้าใครมีความรู้ความสามารถที่จะพร้อมมาทำงานในพรรคการเมืองพรรคเดียวกัน แต่วันนี้เท่าที่ทราบยังไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรมชัดเจน แต่ทุกคนพูดคุยกันได้หมด”
สำหรับผม ยินดี หากใครมีความรู้มีศักยภาพทางการเมืองที่พร้อมจะมาทำงานด้วยกัน ถึงจะเป็นจังหวัดเดียวกันก็ยินดี เพราะคนที่ได้ประโยชน์คือประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับ “กลุ่มสนธยา” ใช่หรือไม่? สุชาติ กล่าวว่า “ผมเป็นผู้น้อยกว่า เรื่องนี้ขอให้ทางผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย หรือหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค เป็นหลักในการที่จะพิจารณามากกว่า เพราะผมไม่ได้มีตำแหน่งอะไรในพรรคภูมิใจไทย แค่เป็นสมาชิกเฉยๆ และผมไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลหรือผู้บริหารในโซนไหน จึงไม่ได้มีสิทธิ์มีเสียงอะไรขนาดนั้น”
เมื่อถามว่า ถ้าพรรคภูมิใจไทยให้ สนธยา เป็นผู้คุมเลือกตั้งใน จ.ชลบุรี “กลุ่มสุชาติ” จะรับได้หรือไม่? สุชาติ กล่าวว่า “การเมืองเขาคงรู้อยู่แล้วว่าใครถนัดตรงไหน และใครควรจะเหมาะสมดูเขตไหน ผมว่าคุมหรือไม่คุม มันเป็นเรื่องอุปโลกน์กันมากกว่า จริงๆ แล้วมันมองที่ผลลัพธ์และเสียงตอบรับของประชาชนว่าใครที่มีพื้นที่ฐานเสียงตรงไหนก็อยู่ตรงนั้นมากกว่า ถ้าเราทำงานโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ประชาชน ประเทศชาติบ้านเมือง มันก็เป็นทางเดียวกันหมด”
อย่างผมอยู่ อ.เมืองชลบุรี จะให้ผมไปดู อ.บางละมุง สัตหีบ ผมก็ไปไม่ได้ เพราะไม่รู้จักประชาชนแถวนั้นมาก ไม่ได้เกิดที่นั่น
เมื่อถามอีกว่า เท่าที่ประเมินดู “กลุ่มสุชาติ” มีฐานเสียงที่แน่นใน จ.ชลบุรีกี่เขต? สุชาติ กล่าวว่า “จริงๆ ที่วางตัวไว้แล้วมีอยู่ เช่น เขต อ.เมืองชลบุรี พานทอง พนัสนิคม บ้านบึง บ่อทอง หนองใหญ่ เกาะจันทร์ ประมาณ 5 เขต ซึ่งเป็นผู้สมัครเก่า โดย จ.ชลบุรีมี 10 เขต และมีขนาดใหญ่ ต้องยอมรับว่า ผมเกิดที่ อ.เมืองชลบุรี ไม่ได้ข้ามไป อ.ศรีราชา บางละมุง พัทยา แถวนั้นเลย ผมถนัดในโซน อ.เมืองชลบุรีมากกว่า”
เมื่อถามย้ำว่า ทางพรรคภูมิใจไทยจะมีการนัดให้ 2 กลุ่มมาคุยกันหรือไม่ว่า การบริหารจัดการจะเป็นอย่างไร? สุชาติ กล่าวว่า “ในเบื้องต้น ผมที่เป็นสมาชิกพรรคแล้ว ได้แสดงเจตจำนงไว้แล้วว่าพื้นที่ไหนที่ผมมีความมั่นใจจะนำพาเพื่อนมารับใช้ประชาชนในเขตนั้นๆ ได้ ซึ่งเสนอตัวเพื่อนๆ ไปแล้ว ส่วนตรงอื่นต้องยอมรับสภาพว่าเราไม่ได้มีความช่ำชองถึงขนาดนั้น ไม่รู้จักผู้นำท้องถิ่นในตรงนั้น จะไปเสนอควบคุมทั้งหมดตั้งแต่แรก คงทำไม่ได้”
เราต้องเป็นคนที่ยอมรับความเป็นจริงว่าถนัดตรงไหน ส่วนอื่นถ้าไม่ถนัดจะให้เราไปทำได้อย่างไร เอาคนไปลงแล้วประชาชนจะพึ่งพาได้หรือไม่ และเขาทำตัวไม่ดีเราจะเสียหายด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าในพื้นที่ชลบุรีมีการจองไว้แล้ว 5 เขตใช่หรือไม่? สุชาติ กล่าวว่า “ไม่เชิงจอง แต่มันเป็นเขตที่เรามีความช่ำชองและชำนาญ ซึ่งเราก็รู้จักผู้นำ และชาวบ้านในพื้นที่มากกว่า ซึ่งคนที่ลงที่เราวางไว้ก็เป็น สส. เก่าทั้งหมด ถ้าเราจะไม่ให้เขาลง แล้วจะให้เขาไปอยู่ตรงไหน”
เจรจาทูตศรีลังกา 19 พ.ย. พาช้างพลาย ‘ประตูผา-ศรีณรงค์’ กลับไทย
ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณีจะขอ ‘ช้างพลายประตูผาและพลายศรีณรงค์’ ที่ถูกส่งไปศรีลังกา กลับประเทศไทย
สุชาติ ในฐานะ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงว่า “วันที่ 19 พ.ย. ได้เชิญเอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทยมาประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล และขอฝากถึงประชาชนที่มีความรักและห่วงใยช้าง 2 เชือกนี้ ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ต้องใช้ขั้นตอนทางการทูต ซึ่งผมได้ขอพบทูตศรีลังกาเพื่อพูดคุยเรื่องแนวทาง จะไม่พูดว่าจะไปขอในสิ่งที่เขาดูแลไม่ดี เพราะพูดไม่ได้ แต่จะต้องพูดในลักษณะโดยมีวิธีการเจรจาในเรื่องของความเข้าใจกันมากกว่า และเห็นใจซึ่งกันและกัน”
ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวโน้มน่าจะเอากลับมาได้หรือไม่? สุชาติ กล่าวว่า “หากพูดตรงนี้ดูเหมือนเป็นสัญญาประชาคม จึงไม่กล้าพูด ขอรอพบทูตวันที่ 19 พ.ย.นี้ก่อน ทั้งนี้ ขอขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศและนายกรัฐมนตรี ที่เป็นหลักให้ผมและกระทรวงการต่างประเทศได้มาพูดคุยกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องระดับรัฐบาลกับรัฐบาล ไม่ใช่ระดับกระทรวงกับกระทรวง”




