จวก ‘พิธา​’ เหมือนเด็กงอแงขอกินขนม

17 พ.ค. 2566 - 12:36

  • ‘สุชาติ’ ซัด ‘พิธา ’ เหมือนเด็กงอแงขอกินขนม

  • จวกมีแค่ 14 ล้านเสียง ไม่ถึงครึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไล่ไปหาวิธีหารวมคะแนนเสียงเอง

  • ขอสื่อฯ อย่าหลงกล โวยใช้โซเชียล กดดัน ส.ส.-ส.ว. ไม่ใช่การเมือง

Suchart_compares_Pitha_like_fussy_child_begging_for_sweets_SPACEBAR_Thumbnail_f88b626ae5.jpeg
สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะแกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงจุดยืนของพรรคฯ ต่อกรณีที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เรียกร้องให้โหวตเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อผ่าทางตันและปิดสวิตช์ ส.ว. ว่าตนไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงตอบแทนไม่ได้ อีกทั้งขณะนี้ยังไม่รู้ว่าเมื่อรับรอง ส.ส.แล้วจะได้จำนวนเท่าใด ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่ได้มีนโยบายหรือความคิดตรงกับพรรคก้าวไกล จะไปอยู่กับเขาได้อย่างไร เขาได้คะแนน 30% ของผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด 14 ล้านเสียง ซึ่งได้ไม่ถึงครึ่ง 

“ส่วนที่มากดดันให้ ส.ว.ต้องเคารพเสียงประชาชน ต้องเป็นกระจกเงาสะท้อนกลับไปบ้าง เหมือนเด็กงอแงกินขนม เรียกกินอมยิ้มอย่างเดียวมันต้องดู เหตุและผล ผู้ใหญ่หลายพรรคก็ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว แต่ละพรรคมีจุดยืนมีนโยบายพรรคของตนเอง เขาจะไปแหกข้อบังคับพรรคเขาอย่างไร แม้ประชาชนจะเลือกเขามา 1-2 ล้านเสียง ก็มาเพราะนโยบายนี้ ถ้าไปช่วยคนที่นโยบายไม่เหมือนกันแล้วจะอยู่กันอย่างไร” สุชาติ กล่าว 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า การที่ ส.ส.จะไม่โหวตให้ ไม่ใช่การไม่เคารพเสียงจากประชาชน ใช่หรือไม่ สุชาติ ตอบว่า “เขามีแค่ 14 ล้านเสียง จาก 40 ล้านเสียง แล้วถ้าคนที่เขาเลือกตนมา 4 ล้านเสียง เพราะเขาไม่เอานโยบายพรรคของพิธา ถ้าตนโหวตให้พิธา แล้วตนจะกลับบ้านได้อย่างไร พร้อมขอสื่อมวลชนอย่าหลงกลเขาต้องให้ข่าวความจริงสะท้อนกระจกให้เขาฟัง อย่าให้เขามองว่า เอาตรงนั้นตรงนี้ออกมาช่วย เอาตรงนั้นจะออกมากดดันคุณมีแค่กี่เปอร์เซ็นต์ มี 14 ล้านเสียง คุณก็ต้องไปจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ มันเป็นหน้าที่ของพรรคแกนนำ”  

ส่วนที่เอากระแสสังคมมากดดัน ส.ส.และ ส.ว.จะทำให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่นั้น สุชาติ ย้ำว่า “ต้องให้สื่อมวลชนพูดความจริงกับประชาชน ว่าเขามี 14 ล้านเสียง เขาไม่ได้มี 30 ล้านเสียง ถ้าเขาจำเป็นต้องใช้ เสียงคนอื่นแต่คนอื่นไม่มีนโยบายตรงกับเขาแล้วจะไปกันอย่างไร เช่น นโยบายเขาไม่เอาลุง แต่พรรคตนมีลุง แล้วจะไปอย่างไร ตนขอถาม ถูกไหม เพราะคนที่เขาเลือกตนมา ก็เพราะไม่เอาพรรคก้าวไกล ที่เสนอแก้อะไรที่คนไทยรับไม่ได้” 

“การเมืองจะมองเป็นของเล่นไม่ได้ การเมืองคือประเทศชาติบ้านเมือง การเมืองคือพี่น้องประชาชน การเมืองคือความยั่งยืนของลูกหลานเราในอนาคต เราจะมองการเมืองเป็นของเล่นแค่อารมณ์ชั่ววูบ เหมือนไฟไหม้ฟางหรือ มันไม่ใช่นะครับ เราต้องมีอุดมการณ์ที่ เข้มแข็งและชัดเจน ไม่ใช่อุดมการณ์ที่จะไปช่วยเขา แล้วมันเกี่ยวอะไร มันไม่เกี่ยวกัน ส่วนตัวมีเอกสิทธิ์ ส.ส.มีเอกสิทธิ์ทุกคน” สุชาติ กล่าว 

เมื่อถามว่า ได้มีการวิเคราะห์หรือไม่ หากพรรคลำดับที่ 1 จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ จะมีความวุ่นวายตามมา สุชาติ ตอบว่า “เป็นสิ่งที่ พรรคลำดับที่ 1 จะต้องไปคิดเอง จริงๆแล้วถ้าเขาได้เกิน 250 เสียง ก็ได้ไป แต่ได้ 151 เสียง ก็ต้องไปขอใคร เขาว่าใครไว้แล้วใครจะไปยอม แต่ละคนก็มีแฟนคลับ ส่วนถ้าพรรคก้าวไกลไม่สามารถจะตั้งรัฐบาลได้ แล้วพรรคอื่นมาชวนไปร่วมรัฐบาลนั้น ตนไม่สามารถตอบแทนพรรคได้” 

เมื่อถามย้ำว่าหากพรรคลำดับที่ 2 จัดตั้งรัฐบาลแล้วมาชวนจะโหวตนายกรัฐมนตรีให้พรรคลำดับที่ 2 หรือไม่ สุชาติ ย้อนถามกลับว่า “ต้องถามที่จุดยืนของผมก่อน ว่าคืออะไร ผมไม่เอาพรรคก้าวไกล อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มีนโยบายที่ไปแตะต้องสิ่งที่คนไทยนั้นหวงแหนก็พอแล้ว” 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำอีกว่า แสดงว่าพร้อมเปิดช่องให้กับพรรคอื่นยกเว้นพรรคก้าวไกล ใช่หรือไม่ สุชาติ ตอบว่า “ต้องยอมรับ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการแช่แข็งทางการเมือง เรามองว่าเป็นการแช่แข็งหรือเปล่า ตรงนี้ตนคิดเองนะ แต่ถ้าพรรคก้าวไกลเรียกออกมาช่วยเพื่อให้จัดตั้งรัฐบาลได้ คุณด่าเขาทุกวันแล้วเขาจะไป อยู่กับคุณได้อย่างไร และต้องกลับไปถามชาวบ้าน เพราะชาวบ้านเรียกเรามา ตนเองก็ต้องกลับไปถามประชาชน ไม่ใช่พูดเล่นนะส่วนพรรคจะโหวตนายกรัฐมนตรีไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ เป็นเอกสิทธิ์ส่วนตัว แต่ขอย้ำว่าต้องกลับไปถามประชาชน” 

“สื่อมวลชนต้องช่วยกัน อย่าไปหลงกลเขา ว่ามี 14 ล้านเสียง แล้วเป็นรัฐบาล เขามีเสียงถึงกึ่งหนึ่งหรือไม่ และต้องถามกลับว่า คุณจะรวม เสียงอย่างไรต้องไปหากันเอง แต่ถ้าจะมากดดัน ส.ส. แต่ถ้าจะมาเรียกร้อง ส.ส. พรรคต่างๆโหวตให้เขาผ่าน มันไม่ใช่แล้วแบบนี้ไม่ใช่การเมือง” สุชาติ กล่าว 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์